เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 225

มู่เหยาเงยหน้าขึ้นมองมู่หยางอย่างสนใจ “งั้นหรือ งั้นได้ หนิงจู๋เจ้าพาพวกเขาไปที่เรือนทางทิศตะวันตกของจวนโหวเถอะ”

เมื่อเห็นว่าบรรลุเป้าหมายเเล้ว ครอบครัวของมู่จวินเหิงก็แอบถอนหายใจโล่งอกในใจ

ขณะที่เดินตามหนิงจู๋จากไปนั้น

มู่หยางมองมู่เหยาที่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ เเววตานั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

ก็เเค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้นเอง ช้าเร็วก็ต้องเป็นของเล่นของครอบครัวพวกเขา!

ก็อวดดีไปได้อีกไม่นานหรอก!

เมื่อเหลือบมองเห็นครอบครัวของมู่จวินเหิงหายลับไปจากสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่เหยาจึงดูจริงใจขึ้น

“เจ้าเด็กคนนี้ โชคดีที่พวกเราไหวตัวทัน ไม่อย่างงั้นคงถูกครอบครัวนั้นจับพิรุธได้เเน่ๆ!”

ซูโหรวยิ้มพลางหยิกจมูกมู่เหยาเบาๆ เเสร้งตำหนิ

“ข้เเค่อยากให้พวกเขาอยู่ในระเบียบ ใครใช้ให้พวกเขาคิดจะรังแกพี่ชายใหญ่ล่ะ!”

จี้หยกที่ติดตัว เเม้เเต่ที่เอวของมู่เทียนชื่อก็มี

เพียงเเต่สีไม่ค่อยดีเท่านั้นเอง

มู่เทียนชื่อจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าจี้หยกที่เอวของพี่ใหญ่คืออะไร

ชัดเจนว่าจงใจหาเรื่อง!

หลันเอ้าเซวียนลูบศรีษะมู่เหยา พลางมองไปยังหลันชง “หลังจากนี้ต้องปกป้องน้องสาวของเจ้าให้มากขึ้น ห้ามให้ใครรังเเกได้เด็ดขาด”

หลันชงพยักหน้าตอบรับทันที

“ตอนนี้ตราประทับก็ประทับไปเเล้ว ข้าคิดว่าครอบครัวนี้น่าจะมีเจตนาอื่น…ช่วงนี้ อาหน่วนวางเเผนจะทำอย่างไร”

มู่เหยาย่อมดูออกว่าครอบครัวนี้มีจุดประสงค์อื่น

เมื่อนึกถึงเรื่องการเปลี่ยนชื่อในสมุดทะเบียนตระกูล นางก็จับมือซูโหรวไว้ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ชื่อของพี่ชายใหญ่ยังไม่ได้เลือกเลยนี่ น้าสะใภ้ไม่กี่วันนี้มิสู้พาข้ากับพี่ชายใหญ่ไปวัดชิงซานด้วยกันดีไหม”

หลังจากเข้าใจความหมายของนาง รอยยิ้มที่มุมปากของซูโหรวก็เผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“เจ้าน่ะ ช่างปีศาจน้อยเจ้าเล่ห์จริงๆ”

“ตกลง คืนนี้เราจะไปเลย หรือไปพรุ่งนี้เช้า”

ถ้าไปคืนนี้ล่ะก็ ไม่เเน่ว่าครอบครัวนั้นอาจจะตามไปด้วย ถึงเวลาเกรงว่าจะยิ่งยุ่งยาก”

“ไปพรุ่งนี้เช้าเถอะ”

มู่เหยาพยักหน้าตอบรับ หลังจากคุยกับผู้อาวุโสของตระกูลหลันอยู่พักหนึ่ง ก็เดินกลับจวนจงซู่โหวอย่างไม่รีบร้อน

ทันทีที่กลับมาถึงจวนโหว ก็เห็นมู่เทียนชื่อที่เมื่อครู่ยังร้องห่มร้องไห้บอกว่ายืนไม่ไหว กำลังยืนกอดอกทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของจวนโหว เดินมองซ้ายมองขวาอยู่ในลานบ้าน

เมื่อเห็นเขาเช่นนั้น มู่เหยาก็รู้ว่าเขาไม่ได้ตามไปที่ลานฝั่งตะวันตกด้วยกัน

นางตั้งใจจะเบี่ยงตัวหลบ เเสร้งทำเป็นไม่เห็นมู่เทียนชื่อ

คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะวิ่งตามมาทันที

“น่าเสียดายจริง ถ้านางไม่ใช่จวิ้นจู่ก็ดีสิ เเต่ไม่เป็นไรหรอก รอให้ข้าได้เป็นซื่อจื่อของจวนโหวเมื่อไร จะกลัวไม่ได้ชิมจวิ้นจู่คนนี้อีกหรือ!”

คำพูดนี้ถูกสายลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดได้ยิน ทั้งสองต่างก็พูดอะไรไม่ออก

เขาหยิบก้อนหินบนพื้น เเล้วทำให้มู่เทียนชื่อล้มคะมำ

ส่วนองครักษ์เงาก็ไปเล่าคำพูดเมื่อครู่ให้ชิงอิ่งฟังอย่างไม่ตกหล่นเเม้เเต่คำเดียว

หลังจากชิงอิ่งได้ยิน ก็กำหมัดเเน่นจนเกิดเสียงกึกกัก

นางรีบยกถาดกลับไปที่ลานบ้าน เเล้วรายงานเรื่องที่ได้ยินให้มู่เหยาฟังอย่างละเอียด

เเต่ก็ไม่ได้ทำให้มู่เหยาโกรธเคืองอะไร

กลับเป็นหนิงจู๋กับชิงอู้ ที่โกรธจนฟันกระทบกัน!

“คนอะไรเลวได้ขนาดนี้! อันธพาลชัดๆ เก็บไว้ในจวนก็มีเเต่สร้างปัญหา”

“บ่าวว่า เอาไม้ไล่ตีออกไปเลยดีกว่า!”

หนิงจู๋พูดพลางพองเเก้มด้วยความโกรธ

มู่เหยายิ้มเเล้วยื่นมือไปจิ้มเเก้มนางเบาๆ “ถ้าเจ้าไล่ไป เกรงว่าจะเข้าทางคนที่ส่งพวกนั้นมานะ”

“ชิงอิ่งเจ้าไปหาบ่าวชายตัวโตกำยำหน่อย ให้พวกเขาคอยจับตาดูเเละทำตามคำสั่งก็พอ ดูสิพวกเขาจะทนอยู่ในโจวโหวได้นานเเค่ไหน”

ชิงอิ่งเข้าใจความหมายของมู่เหยาทันที ความรู้สึกหงุดหงิดพลันหายไป นางรีบไปหาลุงหวังอย่างมีความสุข เพื่อจัดหาคนเก่งๆมาให้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง