เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 226

“พรุ่งนี้หลังจากที่ข้ากับน้าสะใภ้ไปเล้ว น่าจะอยู่ที่วัดชิงซานประมาณสามวัน ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่จวนโหว หนิงจู๋ เจ้ากับลุงหวังช่วยจับตามองครอบครัวของมู่จวินเหิงให้ดีนะ ถ้าพวกเขาพยายามจะไปในที่ที่ไม่ควรไป ก็จ้ดการได้เลย”

เมื่อนางไม่อยู่บ้าน พวกเขาก็ไม่กล้าไปโวยวายที่ตระกูลหลัน

ถ้าพวกเขาประพฤติตัวดี ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เเต่หากไม่ซื่อสัตย์ เเล้วโดนไม้ตีหัวเข้า ก็ไม่เกี่ยวกับนาง

ต่อให้เรื่องเเพร่งพรายออกไป คนอื่นก็ว่านางไม่ได้

“เจ้าค่ะ บ่าวจะคอยจับตาดูอย่างดี จะไม่ให้ครอบครัวนั้นสืบหาอะไรได้เด็ดขาด!”

หนิงจู๋กำหมัดเเน่น หรี่ตาลงพร้อมเเสดงอารมณ์อย่างเต็มที่

เห็นได้ชัดว่านางพร้อมจะจัดหนักให้กับคนของตระกูลหลันเเล้ว

เรือนตะวันตก

ทังหลานโยนไม้กวาดทิ้งด้วยความหงุดหงิด โกรธจนกระทืบเท้า

“ยัยเด็กสารเลวนี่มันจงใจชัดๆ! จวนโหวใหญ่ขนาดนี้ บ่าวรับใช้มากมายขนาดนี้ ทำไมถึงมีเเค่ลานนี้ลานเดียวที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด!”

“เเล้วยังบอกว่าที่อื่นถูกปิดตายหมด ข้าไม่เชื่อหรอก!”

มู่จวินเหิงถือไม้ปัดขนไก่อยู่ในมือ เมื่อโดนฝุ่นเข้าหน้าอีกครั้ง เขาก็ตะโกนออกมาเสียงดัง “พอได้เเล้ว!”

“พูดตรงนี้เเล้วมันได้อะไร ถ้าเจ้ามีความสามารถจริง เจ้าก็ไปหายัยสารเลวนั้นเปลี่ยนสิ!”

“ไม่มีความสามารถอะไร ก็มาโวยวายอยู่ที่นี่!”

โดนเขาตำหนิเช่นนี้ ทังหลานก็ยิ่งน้อยใจจนตาเเดงก่ำ

ชี้หน้าด่ามู่จวินเหิง

“มู่จวินเหิง เจ้ามีความสามารถจริงก็เเสดงออกมาสิ!”

“เจ้าเป็นญาติเเท้ๆของเขานะ เขายังไม่ไว้หน้าเลย เเล้งยังมีหน้ามาว่าข้า!”

มู่หยางที่กำลังจัดที่นอนอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงทะเลาะกันในลานบ้าน ใบหน้าก็มีเเต่ความชาชิน

เรื่องเเบบนี้ เมื่อก่อนตอนอยู่ชนบท เกิดขึ้นบ่อยยิ่งกว่านี้อีก

ทั้งสองทะเลาะกันอยู่พักหนึ่งนอกบ้าน แล้วหยุดลงเมื่อมู่เทียนชื่อกลับมา

เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองเปื้อนโคลนไปทั้งตัว ทังหลานก็รีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง “โอ๊ยตาย ลูกของข้าเป็นอะไรไปเนี่ย หรือว่าคนในจวนนี้รังแกเจ้า”

มู่เทียนชื่อปัดมือของทังหลานที่ยื่นมาอย่างไม่พอใจ “ข้าล้มเองเเหล่ะ เเต่เมื่อกี้ตอนกลับมาข้าเจอมู่เหยา”

“ข้าขอคนรับใช้จากนางเเล้ว รอก่อนนะ เดี๋ยวคนมาค่อยเก็บกวาดเถอะ!”

สิ้นเสียงพูด

ก่อนที่ทังหลานจะเอ่ยปากชมลูกชายด้วยรอยยิ้ม

ภายในลานบ้านก็มีบ่าวรับใช้รูปร่างกำยำสิบกว่าคนเดินเข้ามา ทุกคนสีหน้าเรียบเฉย ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น

มองดูเเล้วทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวในใจ

เห็นว่าตัวเองกำลังเรียกร้องความยุติธรรมให้ทั้งครอบครัว เเต่กลับถูกรังเกียจ

ทังหลานโกรธจนตัวสั่น

หายใจไม่ทัน ก็เลยเป็นลมไปเสียอย่างนั้น!

“ยังจะยืนนิ่งทำไม! ยังไม่รีบพาเเม่เจ้าเข้าไปนอน!”

มู่จวินเหิงใช้เวลาสักพักกว่าจะตอบสนอง ก้าวเข้าไปพยุงทังหลานที่หมดสติขึ้นมาอย่างเเรง

หลังจากวางคนลงบนเตียงเเล้ว เขาก็มองไปยังบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าบ้านราวกับเทพเฝ้าประตู

ในใจเขายิ่งหงุดหงิดไม่น้อย

“มู่หยาง เอาเงินไป เเล้วพาน้องชายเจ้าไปซื้อของกินที่โรงเตี๊ยมกลับมาด้วย”

พูดพลาง มู่จวินเหิงก็หยิบเเท่งเงินสิบตำลึงออกมาจากหีบ

เมื่อเห็นเงินบนโต๊ะ ดวงตาของมู่หยางก็ฉายแววประหลาดใจ

บ้านพวกเขา มีเงินมากมายเเบบนี้ตั้งเเต่เมื่อไร

อย่างไรก็ตาม นางก็ฉลาดพอที่จะไม่ถาม นางเงียบเเล้วลุกขึ้นหยิบเงินเเล้วเดินออกไป

พอพ้นประตูบ้าน เงินในมือก็ถูกฉกไป

“พอละพอละ ข้าไปเองได้ เจ้าเดินเล่นในจวนโหวไป เเต่อย่าลืมเรื่องที่ท่านพ่อให้เจ้าไปทำ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง