ซูโหรวมีปฏิกิริยามากที่สุด นางเกือบจะอุทานออกมาด้วยความตระหนก
โชคดีที่หลันชงรั้งเอาไว้ จึงไม่เป็นที่สังเกตของผู้ใด
“อาหน่วน เรื่องนี้สำคัญยิ่งนัก เจ้าได้ให้ท่านเจ้าอาวาสช่วยจัดแจงทุกอย่างแล้วหรือยัง?”
มู่เหยาพยักหน้า “หลายวันนี้คงต้องรบกวนพี่ใหญ่กับป้าสะใภ้ช่วยปิดบังเรื่องนี้ไปก่อน เขาจะหายดีเมื่อไหร่ยังมิอาจรู้ได้ แต่คงต้องพยายามให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้ก่อนเจ้าค่ะ”
แม้ในจดหมายจะบรรยายไว้เพียงคร่าว ๆ แต่แค่เห็นคำว่าบาดเจ็บจากผงดินปืน
มู่เหยาก็รู้ได้ในทันทีว่าอาการไม่ได้เบาบางอย่างที่พี่รองบรรยายไว้เลย
“แน่นอนอยู่แล้ว อาหน่วนเจ้าก็อย่ากังวลไปเลย คุณชายเป็นคนดีฟ้าคุ้มครอง ย่อมไม่เป็นอันตราย” ซูโหรวเองก็เก็บงำเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่เอ่ยชื่อของเยี่ยนสวินออกไปข้างนอก
หากมีใครได้ยินเข้าโดยไม่ตั้งใจแล้วนำไปพูดต่อ คงเป็นเรื่องยุ่งยากแน่!
มู่เหยาแย้มยิ้มที่มุมปากบางเบา ส่งรอยยิ้มให้ป้าสะใภ้เพื่อปลอบประโลม
หลังจากมองส่งคนทั้งสองที่เดินไปยังโถงหลักเพื่อทำนายดวงชะตา นางก็นั่งลงในลานบ้าน มือทั้งสองข้างกำขอบโต๊ะหินไว้แน่น
จนปลายนิ้วขาวซีดเพราะออกแรงมากเกินไป
“จวิ้นจู่หิวหรือยังเพคะ? บ่าวจะไปยกบะหมี่เจมาให้สักชาม...”
หนิงจู๋เป็นห่วงว่ามู่เหยาไม่ได้รับประทานอะไรมาตลอดช่วงเช้า แล้วจะทนไม่ไหว
พูดจบนางก็เตรียมจะเดินจากไป
ทว่ากลับถูกมู่เหยาเอ่ยเรียกไว้ด้วยเสียงแผ่วเบา “หากเจ้าหิวก็ไปกินเถิด ข้ายังไม่หิว”
เกิดเรื่องมากมายขนาดนี้ นางจะกินอะไรลงได้อย่างไร
พอคิดถึงภาพที่เห็นในความฝันวันนั้น คิ้วของนางก็ยิ่งขมวดลึกขึ้น
ความฝันนั้น…
“เช่นนั้นบ่าวก็จะอยู่เป็นเพื่อนจวิ้นจู่ก่อนเพคะ จวิ้นจู่หิวเมื่อใด บ่าวค่อยกินพร้อมกับจวิ้นจู่”
เสียงของหนิงจู๋ ดึงมู่เหยาให้หลุดออกจากภวังค์
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของนาง มู่เหยาก็ยิ้มอย่างจนปัญญา “ช่างเถิด เช่นนั้นเจ้าไปยกมาสองชาม พวกเรามากินด้วยกัน”
“เพคะ จวิ้นจู่รออยู่ที่นี่นะเพคะ บ่าวไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา!”
มู่เหยาพยักหน้ มองดูท่าทางของนางที่เดินไปสามก้าวหันกลับมามองหนึ่งครั้ง ความหม่นหมองในใจก็คลายลงไปหลายส่วน
นางนั่งอยู่ในลาน มองใบไม้ที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นจากต้นไม้
ในใจของนางก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
ขณะที่กำลังคิดว่าหลังจากเยี่ยนสวินกลับมาแล้วควรจะทำอย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
นางหันกลับไปมองอย่างสงสัย “เหตุใดจึงกลับมาเร็วนัก...”
คำพูดที่เหลือติดอยู่ในลำคอ เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร
“เหตุใดจึงเป็นท่าน?”
ลู่จื้อถึงกับนิ่งอึ้งไป กว่าจะดึงสติกลับมาได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองแต่งงานมีภรรยาแล้ว
เมื่อมองชายหนุ่มขยับริมฝีปากอยู่นาน แต่กลับไม่มีคำใดหลุดออกมาอีก
มู่เหยาก็หัวเราะเยาะในใจ
ขณะเดียวกัน นางก็ตระหนักได้ถึงเรื่องหนึ่ง ดูท่าว่าสมองของลู่จื้อคงจะไม่ปกติ สติสัมปชัญญะเริ่มจะเลอะเลือนแล้วกระมัง?
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งดังใกล้เข้ามา
ปรากฏร่างของจางจิ้งหรูที่เดินมาพร้อมกับแม่นมคนหนึ่ง นางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นมู่เหยา
ก่อนจะหันไปตวัดสายตามองลู่จื้ออย่างแรง
“ท่านพี่ เหตุใดจึงเดินมาถึงที่นี่ได้เจ้าคะ ยังไม่รีบประคองคุณชายกลับไปที่รถม้าอีก”
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนรับใช้เข้ามาประคองลู่จื้อที่หน้าตาเหม่อลอยออกไป
หลังจากที่คนจากไปแล้ว จางจิ้งหรูจึงเปลี่ยนจากท่าทีหงุดหงิดเมื่อครู่เป็นย่อตัวคารวะมู่เหยาอย่างนอบน้อม “คารวะจวิ้นจู่เพคะ”
มู่เหยาพยักหน้าเป็นเชิงให้นางลุกขึ้น ก่อนจะทอดสายตาไปยังทารกน้อยในอ้อมแขนของแม่นม
เมื่อเห็นว่ามู่เหยามองอยู่ จางจิ้งหรูก็ยิ้มแล้วอุ้มทารกน้อยนั้นมาไว้ในอ้อมแขน แล้วขยับเข้ามาตรงหน้ามู่เหยา
“เป็นเด็กผู้ชายเพคะ วันนี้ตั้งใจพาเขามาขอชื่อมงคล ไม่คิดว่าจะ... มารบกวนจวิ้นจู่เสียได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...