เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 233

“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น อาหน่วน เจ้าออกไปก่อน ข้าจะเปลี่ยนยาที่เหลือ เจ้าค่อยกลับมาเฝ้า”

หลันเฉินไม่อาจปกปิดความเหนื่อยล้าได้ แต่ยังต้องเปลี่ยนยาให้เสร็จ

ปล่อยให้น้องสาวตนเองถอดเสื้อท่านอ๋องไม่ดีกระมัง

มู่เหยาพยักหน้าแล้วเดินออกไปเฝ้าข้างนอกพักหนึ่ง ก็เห็นหลันเฉินเดินออกมาสีหน้าอิดโรย

“พี่รอง หนิงจู๋กำลังต้มบะหมี่เจที่ครัวเล็ก ท่านกับหมอเทวดาเลี่ยวกินเสร็จค่อยไปพักผ่อน”

หลันเฉินลูบท้อง พยักหน้าแล้วเดินไปทางครัวเล็ก

มู่เหยาเข้าไปข้างใน มองเยี่ยนสวินที่นอนใบหน้าซีดเผือดหนวดขึ้นครึ้ม กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขึ้น

นางยกเก้าอี้มานั่งที่หัวเตียง ไม่รู้ว่านั่งเฝ้านานเพียงใดแล้ว

แว่วเสียงกระซิบของชายหนุ่มแผ่วเบาที่ข้างหู

“เจ็บ…”

เมื่อโน้มตัวเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเยี่ยนสวินได้ยินเสียงนั้น ขอบตามู่เหยาก็แดงก่ำขึ้นอีกครั้ง

ต้องเจ็บขนาดไหน เยี่ยนสวินถึงได้ส่งเสียงร้องออกมา

นึกถึงธูปหอมที่ให้ชิงอิ่งนำมาก็จุดขึ้นในห้อง

นางใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์สงบและระงับปวดลงในธูปหอม จากนั้นก็นำยาแก้ปวดบนโต๊ะมาละลายในน้ำอุ่นค่อยป้อนทีละน้อย

กระทั่งเยี่ยนสวินกลับสู่ความสงบ มู่เหยาค่อยถอนหายใจโล่งอก

หางตามองเห็นหน้าต่างที่มีแสงสว่างรำไร ถึงเพิ่งตระหนักว่าเป็นเช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว

นางนั่งข้างเตียงขยี้ตา ยื่นมือไปแตะหน้าผากเยี่ยนสวิน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไข้แล้วค่อยหันไปเรียกชิงอิ่ง

“จวิ้นจู่?”

“ไปยกน้ำร้อนมาหน่อย”

ถึงอย่างไรก็นอนไม่หลับแล้ว รีบล้างหน้าแล้วอยู่เฝ้าคนป่วยดีกว่า

“จวิ้นจู่จะรับอาหารเช้าหรือไม่เจ้าคะ บ่าวเห็นพ่อค้าขายซาลาเปาเจที่วัดชิงซาน บ่าวจะลงไปซื้อมาหน่อยเจ้าค่ะ”

มู่เหยาคิดถึงหมอเทวดาเลี่ยวกับพี่รองก็พยักหน้า

“ในวัดกินเนื้อสัตว์ไม่ได้ คงต้องให้พี่รองกับหมอเทวดาเลี่ยวลำบากหน่อย เจ้าซื้อมาเยอะหน่อยให้พอทุกคน”

ชิงอิ่งรับเงิน จัดการน้ำร้อนเสร็จก็รีบลงจากเขา

มู่เหยามองเห็นนกพิราบสื่อสารบินมาจากข้างนอก นิ้วมือเคาะขอบหน้าต่างเบาๆ

นกพิราบสื่อสารค่อยๆ ร่อนลง มู่เหยาโปรยข้าวเปลือกกำมือหนึ่งแล้วหยิบกระดาษจดหมายที่ผูกติดกับขาของนกพิราบสื่อสาร

ผู้ส่งสารย่อมเป็นชิงอู้

[ครอบครัวนายท่านรองมู่เมื่อวานไม่ได้ออกจากจวน แต่เที่ยวเดินสืบข่าวในเรือน ต่างก็ถูกคนรับใช้ไล่กลับไป พอทราบว่าจวิ้นจู่ไปวัดชิงซาน ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ]

ประโยคสุดท้ายทำให้มู่เหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

หมอเทวดาเลี่ยวทำจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นธูปหอมอ่อนๆ ในห้อง “ธูปนี้มีกลิ่นสมุนไพรที่ช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลาย จวิ้นจู่เพิ่งจะคิดค้นขึ้นมาใหม่หรือขอรับ”

มู่เหยาพยักหน้า ยื่นชามในมือให้หลันเฉินที่ยื่นมือมารับ

มู่เหยาเดินไปหยิบธูปหอมจากกล่องที่วางข้างเตียงนอนแล้วยื่นให้หมอเทวดาเลี่ยว

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะนำกลับไปศึกษาดู”

หมอเทวดาเลี่ยวดีใจเก็บธูปหอม หยิบซาลาเปาและน้ำเต้าหู้บนโต๊ะขึ้นมากิน

มู่เหยากินไปเล็กน้อยแล้วก็ลุกขึ้นกลับไปที่ข้างเตียง “พี่รองไปกินเถิด ข้าเฝ้าเอง”

หลันเฉินพยักหน้า

รอทุกคนกินอิ่มแล้ว หมอเทวดาเลี่ยวก็ล้างมือตรวจดูบาดแผล

นำสมุนไพรที่ปรุงเมื่อคืนมาต้มแล้วป้อนให้ รวมทั้งใช้เข็มเงินช่วยด้วย ยุ่งจนถึงบ่ายจึงจะเสร็จเรียบร้อย

“ชีพจรคงที่ขึ้นมาก คาดว่าอีกสองวันนี้ก็น่าจะรู้สึกตัว ข้าจะไปเตรียมสมุนไพรชุดต่อไปก่อน”

หมอเทวดาเลี่ยวเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะพาหลันเฉินเดินออกไป

ซูโหรวก็มาดูครู่หนึ่ง แต่มู่เหยาเป็นห่วงว่าข้างนอกจะสงสัย จึงให้ซูโหรวกับมู่หลันฉงเดินเล่นข้างนอกต่อไป

นางก็คอยแวะไปกราบไหว้จุดธูปในศาลเจ้า

กระทั่งยามราตรีมาเยือน มู่เหยากินอาหารเจเสร็จกลับมา ก็ให้คนอื่นไปพักผ่อนบ้าง ส่วนนางก็นั่งข้างเตียง จุดเทียนอ่านคัมภีร์ คอยสังเกตปฏิกิริยาของคนบนเตียง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง