เมื่อจุดธูปหอม เยี่ยนสวินก็ไม่ร้องเพราะเจ็บปวดเฉกเช่นเมื่อคืนอีก
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากหาวหลายครั้ง รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ฟุบหลับข้างเตียง
ยามแสงเทียนในห้องมืดสลัวลง เยี่ยนสวินที่นอนบนเตียงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ
เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดของแผลฉีกขาดบนร่างกาย
เขากลืนน้ำลาย ฝืนขยับได้เพียงศีรษะ
รู้สึกได้ว่ามีคนหลับข้างเตียง เยี่ยนสวินขมวดคิ้ว ผินหน้าไปมองเห็นใบหน้าด้านข้างที่คุ้นเคยของหญิงสาว
เขาตกตะลึง จากนั้นก็ยิ้มมุมปากบางๆ
“อาหน่วน?”
เขากระซิบเบาๆ มองราวกับกำลังยืนยันว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตา
เยี่ยนสวินไม่รู้ว่าเขาหลับไปกี่วัน จำได้เพียงว่าในความฝันมู่เหยาคอยเรียกเขาตลอด ให้เขาสู้ต่อไป
หลายครั้งหลายคราที่ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เยี่ยนสวินรู้สึกเหมือนถูกไฟเผาผลาญ
เกือบจะทนไม่ไหวแล้ว...
“อาหน่วน?”
มู่เหยาที่กำลังสะลึมสะลือได้ยินเสียงอีกครั้ง ก็ตระหนักว่าไม่ใช่ภาพลวงตา
นางเงยหน้าขึ้นทันที สบสีดำที่เปล่งประกายราวกับดวงดาราของชายหนุ่ม ก็ตกตะลึงพรึงเพริด
“เยี่ยนสวิน?”
นางได้สติก็เรียกชื่อเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“ข้าเอง”
เยี่ยนสวินมองสายตาเหลือเชื่อของสาวน้อยก็ยิ้มกว้างขึ้น คิดจะยกมือขึ้นกลับเจ็บจนเหงื่อตก
ทันใดนั้นมู่เหยาก็ได้สติเต็มที่!
“ท่านอย่าเพิ่งขยับ บาดแผลยังไม่หายสนิท ข้าจะไปเรียกหมอเทวดาเลี่ยวมา อย่าเพิ่งขยับเด็ดขาด”
นางพูดอย่างวิตกกังวล แต่ไม่ทันสังเกตว่ารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากแล้ว
มองตามหลังหญิงสาวที่เร่งฝีเท้าออกไป เยี่ยนสวินโล่งใจ ขณะเดียวกันกลิ่นหอมแตะจมูกพลันทำให้เขาเหม่อลอย
ควันที่ลอยขึ้นจากบนโต๊ะทำให้หัวใจของเขาสงบลงไม่น้อย
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากนอกห้อง
หมอเทวดาเลี่ยวเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงมองมาที่ตนเอง น้ำตาก็เกือบจะร่วงเผาะลงมา
“ท่านอ๋อง ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว!”
หมอเทวดาเลี่ยวร้องออกมา รีบช่วยพยุงเยี่ยนสวินให้พิงหัวเตียง สอบถามอย่างละเอียดว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง
ถึงค่อยให้ยาเยี่ยนสวิน
“อาหน่วน เจ้าไปพักผ่อนเถิด”
“พอแล้ว เบาเสียงหน่อย”
หมอเทวดาเลี่ยวโกรธจัดนั่งลง บดยาสมุนไพรในมือต่อไป
หลันเฉินเห็นท่าทางของหมอเทวดาเลี่ยวก็หัวเราะ แต่เมื่อคิดถึงที่หมอเทวดาเลี่ยวพูดเมื่อครู่ ก็หัวเราะไม่ออก
“ถ้าอย่างนั้นก็จะมีคนจับตาดูอาหน่วนด้วยใช่ไหม”
เมื่อคิดถึงความเคลื่อนไหวของพวกเขาช่วงไม่กี่วันมานี้ ข่าวไม่ถูกส่งไปถึงในวังหลวงแล้วหรือ
หลันเฉินตื่นตระหนกลุกขึ้น
“ไม่หรอก คนที่ใกล้นางอยู่ที่จวนจงซู่โห ต่อให้ตามมาถึงวัดชิงซาน ก็จะถูกชิงอิ่งกับชิงอู้จัดการเสียก่อน”
“แม้ฮ่องเต้จะทรงทราบว่าคนเหล่านั้นถูกจัดการไป ก็พูดอะไรไม่ได้”
เยี่ยนสวินพูดอย่างไม่ร้อนรน ทำให้หลันเฉินสบายใจขึ้น
คิดดูแล้วก็จริง คนที่ฮ่องเต้แอบส่งไปสืบความลับหายตัวไป ไม่มีทางที่จะสอบถามอย่างเปิดเผยซึ่งหน้า
นั่นจะไม่ทำให้คนหัวเราะเยาะหรือ
หากข่าวแพร่สะพัดออกไป ขุนนางจะไม่หวาดกลัว ยิ่งระมัดระวังมากขึ้นหรือ
ถึงตอนนั้นขุนนางที่มีอำนาจต่างก็มีข้ออ้างของตนเอง รังแต่จะทำให้ฮ่องเต้ปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งขึ้น
“เรื่องจดหมาย ฉางชิงเลียนแบบลายมือของท่านเขียนส่งไปแล้ว ไม่น่าจะทำให้ฝ่าบาทระแวงสงสัย แต่ถ้าท่านไม่กลับเมืองหลวงสักทีก็ไม่ได้”
เยี่ยนสวินพยักหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...