เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 235

นึกถึงก้อนดำ ๆ ที่ปกป้องไว้ก่อนหน้านี้ จึงเอ่ยถามหมอเทวดาเลี่ยวว่า “ของล่ะ?”

“ฉางชิงกับเจียงมั่วเหยียนเอาไปแล้ว รอหาโอกาสใส่ไว้ในเรือสินค้าตระกูลหวังที่มุ่งหน้าไปเมืองหลวง ถึงเวลานั้นจะมีทหารตรวจเอง แต่เรื่องนี้บอกเซี่ยหนี้ล่วงก่อนแล้ว เซี่ยหนี้มีหลานชายอยู่ที่ท่าเรือเมืองหลวง น่าจะรู้ว่าควรทำอย่างไร”

เมื่อได้ยินหมอเทวดาเลี่ยวบอกว่าใส่ไว้ในเรือสินค้าของตระกูลหวัง หลันเฉินก็กะพริบตาปริบ ๆ

“ในเรือสินค้าของหวังทงมู่งั้นหรือ?”

เห็นเยี่ยนสวินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

หลันเฉินก็ยกนิ้วโป้งให้อย่างเงียบ ๆ และทำเสียงแจะปากสองที “เช่นนั้นหวังทงมู่คงได้เจอของดี ๆ แล้วล่ะ”

เหมือนกับที่หลันเฉินพูด

เรือสินค้าของตระกูลหวังที่ขนของจากบริเวณเมืองอวิ๋น ไม่นานก็เดินทางถึงเมืองหลวง ตอนตรวจนับสินค้า ก็เจอก้อนดำ ๆ หลายก้อนซ่อนอยู่ในลังสมุนไพร

เซี่ยชิง ก็คือหลานของเซี่ยหนี้

รายงานต่อเบื้องบนทันที

ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เรือสินค้าของตระกูลหวังก็ถูกทหารจำนวนมากล้อมเอาไว้

หวังทงมู่ซึ่งเป็นคนขนสินค้า ถูกจับตัวลากไปขังคุกเรียบร้อย

ของเหล่านั้นไม่ต้องผ่านกรมกลาโหม แต่ถูกเซี่ยหนี้ส่งตรงเข้าไปในวังเลย!

บรรยากาศภายในห้องทรงพระอักษรตึงเครียดเป็นพิเศษ

ขุนนางกรมกลาโหมหลายคนถูกเรียกตัวเข้าวังกลางดึก ทำเอาพวกขุนนางคนอื่น ๆ ที่คอยถามข่าวอยู่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

ยิ่งพอได้ยินข่าวว่าค้นเจอของไม่ธรรมดาในเรือสินค้าตระกูลหวัง

คืนนั้น ขุนนางในราชสำนักต่างนอนไม่หลับ

คนที่นอนไม่หลับที่สุด ก็คือหวังฉี

เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ทราบว่าหวังทงมู่ถูกเซี่ยหนี้พาคนไปขังคุก ทำอย่างไรได้เซี่ยหนี้กับคนของกรมกลาโหมต่างก็ปากแข็ง

ถามไม่ได้รายละเอียดเลยสักนิด

ตอนนี้แม้จะสืบข่าวมาได้บ้าง แต่ก็ยังคลุมเครือ

ดังนั้น ก่อนจะเข้าเฝ้าในราชสำนักในเช้าวันนี้ หวังฉี่จึงไม่ลืมกำชับภรรยาว่า อย่าให้หวังรั่วเมิ่งออกไปสร้างปัญหาในวันนี้

ถ้าเรื่องของหวังทงมู่ลุกลามใหญ่โต ยังไงก็ต้องลากตระกูลหวังเข้าไปเกี่ยวด้วย!

“ท่านพี่วางใจเถอะ ข้าจะคอยดูแลเมิ่งเอ๋อร์เอง”

หลังจากส่งสามีออกจากไปแล้ว ก็นึกถึงข่าวเมื่อคืน รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นพิเศษ

คิดไปคิดมา ก็สั่งสาวใช้ให้นำโฉนดร้านค้าที่เป็นชื่อของนาง นำออกไปขายเพื่อแลกเป็นเงินและซ่อนเอาไว้

ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยร้านพวกนั้นก็ไม่ถึงกับถูกริบไป!

เข้าเฝ้าในราชสำนักยามเช้า บรรยากาศตึงเครียด

ฮ่องเต้เสด็จมาด้วยท่าทีสบาย ๆ หลังจากเหล่าขุนนางถวายบังคมและยืนขึ้น ก็ไม่มีใครกล้ารายงานเป็นคนแรก

ขุนนางคนอื่น ๆ มองหน้ากัน อดดีใจบนความทุกข์ของคนอื่นไม่ได้

“ฝ่าบาท กระหม่อม…”

ไม่รอให้หวังฉี่เอ่ยปากพูดอะไรต่อ ก็เห็นฮ่องเต้โบกมือ แล้วจากไปด้วยใบหน้าเย็นชา

หลี่กงกงรีบตามหลังไป และไม่ลืมตะโกนว่า “เลิกว่าราชกิจ!”

เมื่อเสียงจบลง หวังฉี่ก็นั่งลงกับพื้นด้วยดวงตาว่างเปล่า

ขุนนางที่เคยสนิทสนมกับเขาก่อนหน้านี้ ต่างมองตากันไปมา

ความสนิทสนมหายไปหมดแล้ว

แต่ละคนเดินผ่านไปเขาอย่างรวดเร็ว

หวังฉี่ดวงตาสั่นไหว ตอนเห็นเงาร่างสีเหลืองสว่าง ก็พยายามคลานไปหา และคว้าขากางเกงของอวิ๋นจี้เอาไว้แน่น

“ไท่จื่อ โปรดช่วยกระหม่อมด้วยเถิด บุตรสาวของกระหม่อม...”

“ใต้เท้าหวัง”

เสียงเย็นชาของอวิ๋นจี้ดังมาจากด้านบน ทำให้คำพูดที่เหลือของหวังฉี่ติดอยู่ในคอทันที

เขาเงยหน้ามองไปยังคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างลนลาน แต่กลับเห็นเพียงความเย็นชาในแววตาของอีกฝ่าย

“ใต้เท้าหวัง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านพึ่งพาตัวเองเถิด”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง