อวิ๋นจี้ทำเป็นส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก่อนจะก้าวถอยหนึ่งก้าว สะบัดขากางเกงออกจากมือเขา แล้วเดินผ่านหวังฉี่ไป
ไม่นานนัก ท้องพระโรงที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยผู้คน บัดนี้กลับเหลือเพียงหวังฉี่คนเดียว
นางกำนัลที่ยืนรอทำความสะอาดอยู่ข้าง ๆเขามาพยุงเขาขึ้นอย่างหวังดี
หวังฉีถึงได้สติกลับมา และออกไปจากวังอย่างโซเซ
ข่าวที่ฮ่องเต้ตำหนิหวังฉี่กลางท้องพระโรง แพร่ไปทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
แม้แต่วัดชิงซานก็ยังทราบเรื่องนี้อยู่บ้าง
ตอนนั้น มู่เหยากำลังนั่งป้อนข้าวต้มให้เยี่ยนสวินอยู่หน้าเตียง
เมื่อได้ฟังข่าวจากพี่รอง ดวงตายังคงสงบนิ่ง
“พอแล้ว ข้ากินอิ่มแล้ว เจ้าไปกินหน่อยเถอะ”
เยี่ยนสวินยิ้มพลางดึงแขนเสื้อของนาง เพื่อบอกนางว่าไม่ต้องตักข้าวต้มแล้ว
“จริงหรือ?”
มู่เหยาขมวดคิ้วจ้องมองเขา ราวกับกลัวว่าเขาจะโกหก
ท่าทางแบบนั้นทำให้เยี่ยนสวินอดหัวเราะไม่ได้ เขาพยักหน้ารับ “จริงสิ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้โกหก มู่เหยาก็เหลือบมองข้าวต้มเนื้อที่ยังเหลืออยู่เกินครึ่งถ้วย ก่อนจะแอบถอนหายใจ
นางคิดว่าคงจะเจ็บแผลจนทนไม่ไหว จึงกินได้น้อยขนาดนี้
มู่เหยานั่งลงข้างเตียงอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วมองไปยังพี่รองที่กำลังทำแก้ปวดอยู่
“หลังจากหวังฉี่กลับจากวัง ตระกูลหวังมีท่าทีว่าอย่างไรบ้าง?”
หลันเฉินไม่เงยหน้า เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “จะมีปฏิกิริยาอะไรได้อีกล่ะ ได้ยินว่าฮูหยินหวังร้องไห้แทบขาดใจ บอกว่าหวังทงมู่ทำให้พวกเขาซวย ส่วนคุณหนูตระกูลหวัง ก็รีบกลับจากงานเลี้ยงบ้านอื่น และเป็นล้มตรงหน้าประตูตระกูลหวัง”
ท่าทีของหวังรั่วเมิ่งทำให้มู่เหยาเลิกคิ้วเล็กน้อย
“แน่นอนว่า ตอนนี้มีคนไม่น้อยแอบเยอะเย้ยคุณหนูตระกูลหวังอยู่… แต่ข้าว่านางทำตัวเอง”
“ใครใช้ให้นางยังไม่ทันแต่งงาน ก็โอ้อวดไปทั่วว่าเป็นพระชายารองของไท่จื่อ ทำให้คนไม่ชอบมากมาย ตอนนี้กำแพงล้มคนก็ย่อมช่วยกันผลัก”
หลันเฉินทำเสียงเยาะเย้ยให้กับเรื่องนี้
ถึงอย่างไรประเพณีของตระกูลหลันซึ่งทำกันมาแต่ไหนแต่ไรก็คือ หากเรื่องยังไม่แน่นอน ก็ไม่มีทางพูดออกไป
หากโอ้อวดเกินไป มีแต่จะสร้างศัตรูให้ตัวเองเท่านั้น!
มู่เหยาซดข้าวต้มไปสองคำ แล้วมองเยี่ยนสวินเป็นระยะ “ท่านอ๋องคิดว่า หลังจากนี้ตระกูลหวังจะเป็นอย่างไร?”
เมื่อเห็นนางถาม เยี่ยนสวินย่อมไม่มีทางเลี่ยงตอบ
“แม้ว่าหวังฉี่จะเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายเอกสารในวัง แต่เขาคลุกคลีในราชสำนักมาหลายปี ต้องไม่ใช่คนโง่แน่ เมื่อรู้ว่าหวังทงมู่ทำความผิดอะไร เขาย่อมเลือกสละรถเพื่อรักษาขุน”
หลันเฉินพยักหน้าเห็นด้วย
“พวกเจ้า... พวกเจ้าจะทำอะไร! ไม่นะ... อย่าฆ่าข้าเลย! ข้าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ!”
ตอนนี้เยี่ยนสวินบาดเจ็บไปทั่วตัว เขาออกมาเดินได้ถือว่าฝืนตัวเองแล้ว
เหตุผลที่เขาตั้งใจพาหลันเฉินมาด้วย ไม่ใช่แค่เพื่อมาบอกข่าวบางอย่างกับหวังทงมู่
“หวังทงมู่... เจ้าจะรอดตายหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของเจ้าแล้ว พี่ชายแสนดีของเจ้า พอทราบเรื่องที่เจ้าทำ เขาก็คิดจะทอดทิ้งเจ้าทันที ปล่อยให้เด็กและผู้ใหญ่ในบ้านเจ้าตายกันหมด”
หวังทงมู่เบิกตากว้าง ก่อนจะส่ายหัวอย่างตื่นตัว “ไม่…เป็นไปไม่ได้!”
“เป็นไปได้หรือไม่ได้นั้น เดี๋ยวก็มีข่าวแพร่เข้ามา”
“ถ้าเจ้าฉลาด ก็น่าจะรู้ว่าควรเอาตัวรอดอย่างไร อย่างไรการตายก็เป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีเงินทองหรือร้านค้าเป็นเรื่องเล็ก”
เยี่ยนสวินพูดจบ ความระแวงในสายตาของหวังทงมู่ก็หายไปทันที
ชัดเจนว่า เขาได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าหวังฉี่จะทอดทิ้งเขา
“ข้าขอถามเจ้า ตอนแรกใครเป็นคนแนะนำให้เจ้ามาคุมร้านตระกูลหลัน?”
เมื่อเอ่ยถึงร้านตระกูลหลัน หวังทงมู่ก็ตื่นตัวอีกครั้ง มองสองคนนั้นอย่างละเอียด ราวกับพยายามจะแยกแยะว่าเป็นคนของตระกูลหลันหรือเปล่า
“พวกเจ้าเป็นคนของตระกูลหลันหรือ?”
หวังทงมู่ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ก่อนจะพุ่งเข้าไปตรงหน้ากรงขังอย่างรวดเร็ว “เป็นคนของตระกูลหลันของพวกเจ้าหรือเปล่าที่วางแผนใส่ร้ายข้า! ใช่หรือไม่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...