“พวกข้าเพียงได้รับบัญชามาเพื่อตามหาของสิ่งหนึ่ง ขอถามเจ้าว่า ของสิ่งนั้นหาเจอหรือยัง?
หลันเฉินนึกถึงคำที่น้องสาวเอ่ยไว้ก่อนไป จึงจงใจแปลงเสียงถามด้วยท่าทีเย็นชา
และเป็นดังคาด สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของหวังทงมู่กลับกลายเป็นความสับสนและฉงนในบัดดล
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? ไฉนถึงถามเช่นกัน…แม้ไท่จื่อก็ยัง…”
ครึ่งหลังของคำพูดหวังทงมู่หยุดลงทันที แต่คำว่าไท่จื่อที่เปล่งออกมาเบาแผ่วกลับมิอาจรอดหูสองผู้ฝึกยุทธ์อย่างเยี่ยนสวิน
ทั้งสองแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพียงยังคงสอบถามเสียงดุดัน “ของหาเจอหรือยัง!”
หวังทงมู่ส่ายหน้าอย่างตื่นตระหนก “ไม่เจอ! ไม่เจอจริง ๆ ! ข้าไล่ตรวจร้านค้าในตระกูลหลานหมดแล้ว ก็ยังไม่เจอแผนที่เหมืองทองคำ!”
เมื่อเห็นว่าคำของมู่เหยาถูกยืนยัน หลันเฉินก็กำมือข้างลำตัวแน่น
เยี่ยนสวินยกมือโปรยผงยา พอคนหมดสติแล้วจึงตบไหล่หลันเฉินเบา ๆ
“ไปกันเถิด”
หลันเฉินสูดลมหายใจลึก กดอารมณ์โทสะในใจ นำเยี่ยนสวินออกไปอย่างรวดเร็ว
พอสองคนจากไป เซี่ยหนี้จึงก้าวมาเพ่งพินิจหวังทงมู่อย่างละเอียด
พอแน่ใจว่าคนยังมีชีวิต ก็ไม่ใส่ใจอีก หันหลังกลับไปยังประตู
ผู้ที่ออกไปกินข้าวเมื่อครู่ก็กลับมาในจังหวะพอดี
วิขาตัวเบาของหลันเฉินไม่เลวเลย แต่เห็นได้ชัดว่าเพราะคำพูดของหวังทงมู่ทำให้จิตใจว้าวุ่น
ระหว่างแบกเยี่ยนสวินกลับวัดชิงซาน หลายครั้งเกือบเสียหลัก
โชคดีที่ถึงที่หมายโดยปลอดภัย
มู่เหยามองใบหน้าเคร่งเครียดของหลานเฉิน พอส่งเยี่ยนสวินให้กับนางแล้วก็ออกไปทุบต้นไม้ด้วยความโมโห นางจึงหันไปมองคนที่พยุงอยู่ข้างตัวด้วยแววตาฉงน
“ปล่อยให้พี่รองเจ้าระบายไปเถิด พวกเราเข้าไปคุยในห้องกัน”
มู่เหยาพยักหน้า มองหลันเฉินอย่างเป็นห่วงเล็กน้อยก่อนหันไปพยุงเยี่ยนสวินเข้าห้อง
พอพยุงถึงเตียง หมอเทวดาเลี่ยวก็มาตรวจอาการบาดเจ็บพลางหาว
พอแน่ใจว่าแผลไม่มีปริแตก จึงเดินเซด้วยความง่วงงัน
“ขอรบกวนจวิ้นจู่เฝ้าไว้ หากมีเรื่องใดค่อยไปเรียกข้าที่ห้องข้าง ๆ”
เห็นหมอเทวดาเลี่ยวเดินโซเซ มู่เหยาก็พยักหน้ารับปาก
เมื่อภายในห้องเหลือเพียงสองคน
เยี่ยนสวินจึงจิบชาแล้วเล่าทุกถ้อยคำที่สอบถามหวังทงมู่ในคุกหลวงออกมาทั้งหมด
เมื่อได้ยินว่าไท่จื่อก็เคยไปถามเรื่องเหมืองทองคำกับหวังทงมู่ แววตาของมู่เหยาก็ฉายความแปลกใจ
“ในจดหมายที่ท่าน ท่านพ่อแม่ข้าทิ้งไว้ ไม่มีแม้สักคำที่พูดถึงแผนที่เหมืองทอง ข้าสงสัยว่าแผนที่ตัวจริงตกอยู่ในมือคนอื่นไปนานแล้ว ส่วนที่ท่านพ่อท่านแม่มอบไว้ อาจเป็นแค่เหยื่อล่อเท่านั้น”
มู่เหยารู้สึกว่าท่านพ่อท่านแม่อาจถูกใช้เป็นตัวล่อ
แท้จริงแล้ว เหมืองทองคำตกอยู่ในมือผู้มีอำนาจมานานแล้ว
“อาหน่วน ตอนนี้คนนอกต่างลือกันว่าแผนที่ยังอยู่ในจวนจงซู่โหว หรือไม่ก็อยู่ในมือคนตระกูลหลาน เกรงว่าจะมี…คนคอยยุยงอยู่เบื้องหลัง”
เยี่ยนสวินเอ่ยถึงเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ
เมื่อสังเกตเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความจนใจและน้ำเสียงนั้น มู่เหยาก็บีบผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
“เยี่ยนสวิน เจ้าเดาออกแล้วหรือ?”
เพียงเสี้ยววินาที สายตาเขาก็หลุบหลบ
มู่เหยาขบริมฝีปากแน่น “ท่านอ๋อง…”
เยี่ยนสวินถอนหายใจอย่างจำนน “อาหน่วน ในราชสำนักนั้นชินชากับการยืมมือฆ่าคน แม้แต่จิ้นอ๋องกับไท่จื่อยังหาแผนที่เหมืองทองไม่เจอ เจ้าคิดว่ามันจะอยู่ในมือใคร?”
คำเพียงประโยคเดียว ทำให้แผ่นหลังของมู่เหยารู้สึกหนาวสั่น
นางอ้าปากหมายจะเอ่ย แต่ในหัวกลับฉายภาพร่างในอาภรณ์สีเหลืองอร่าม จึงมิอาจกลั้นใจเอ่ยสองคำนั้นออกมาได้
เนิ่นนานกว่านางจะหลุบตาลง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขื่นขมเลือนลาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...