“ฉะนั้น ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าก็เป็นเพียงเหยื่อในหมากกระดานนี้เท่านั้นหรือ”
“ไม่ผิดเลย ผู้ถืออำนาจบัลลังก์นั้นถนัดนักในกลศึกชักใย”
เมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำของสาวน้อย เยี่ยนสวินก็เอื้อมมือมากุมมือนางไว้แน่น “อาหน่วน อย่างน้อยข้าจะไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ทำกับเจ้า ไม่ทำกับคนที่เจ้ารัก ไม่ทำกับครอบครัวของเจ้าตลอดไป”
มู่เหยาขบริมฝีปาก ก้มหน้าลง น้ำตาเม็ดใสหยดลงบนหลังมือของเยี่ยนสวิน
เขาเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอาทร “อาหน่วน หากเจ้าอยาก ไม่ว่าใครที่บังอาจรังแกเจ้า ข้าจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว”
ได้ยินดังนั้น มู่เหยาก็เงยหน้าขึ้นทันใด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเยี่ยนสวิน
“แม้แต่คนนั้นด้วยหรือ?”
เยี่ยนสวินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าหนักแน่น
มู่เหยากลับหัวเราะออกมาเบา ๆ รับผ้าเช็ดหน้ามาจากมือเขาเช็ดน้ำตา แต่ก็ยังไม่ยอมคลายมือที่จับกันอยู่
“เยี่ยนสวิน ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเสี่ยงชีวิต เพื่อคนในครอบครัวข้า เพื่อแย่งชิงสิ่งใด ข้าแค่อยากได้ความเป็นธรรมก็เท่านั้น”
“ข้าเข้าใจ”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลยิ่งนัก ก่อนจะดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน
“หน้าอกเจ้าบาดเจ็บอยู่ อย่าขยับมากนัก”
มู่เหยาสะกิดบอกเสียงแผ่ว กลัวจะกระเทือนแผลเขา
“อาหน่วน ข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าเจ้ากับข้าต่างเป็นพวกเดียวกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่า ตระกูลฝ่ายมารดาของข้า ประสบพบเจอสิ่งใดบ้าง?”
มู่เหยาชะงักไป นึกถึงท่านอาจารย์หลวงเซียวขึ้นมาได้
“ตระกูลเซียวเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นระดับสูง นอกนั้นท่านตาของข้ายังเป็นอาจารย์สอนไท่จื่อหลายพระองค์ ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์หลวง เมื่อก่อนฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะเสด็จสวรรคตไม่นาน”
“ตำแหน่งอาจารย์หลวงฟังดูน่าเคารพยิ่งนัก แต่ใครจะคิดว่าเพียงวันถัดมา หลังจากท่านตาได้รับแต่งตั้ง พระโอรสในครรภ์ของเซียวฮองเฮากลับสิ้นใจ”
“เซียวฮองเฮา ซึ่งควรจะเป็นญาติผู้พี่ของข้า เกือบตกเลือดตาย ส่วนท่านตาของข้าก็ขอลาออกกลับบ้านเกิด และยกตำแหน่งขุนนางให้แก่บิดาของเจ้า ส่วนบิดาของข้า…”
เมื่อนึกถึงฉู่อ๋องผู้ล่วงลับ แววตาของเยี่ยนสวินก็ฉายแววเคียดแค้น
“บิดาข้าเป็นบุรุษกล้าหาญเพียงนั้น กลับมาตายด้วยเหตุทรายดูดบนชายแดน เพียงสองวันหลังจากที่เขาตาย ราชโองการแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่ก็ส่งมาจากเมืองหลวง อาหน่วน แม้ข้าตอนนั้นยังเด็กนัก แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเกลียดเพียงใด?”
ดวงตาเยี่ยนสวินแดงก่ำด้วยโทสะ มู่เหยารู้สึกตกตะลึงในใจ
นางไม่เคยรู้เลยว่าทั้งตระกูลเซียวและฉู่อ๋องต้องเผชิญชะตากรรมอันแสนโหดร้ายถึงเพียงนี้
“ฉะนั้น ข่าวลือจากเมืองหลวงที่ว่าฉู่อ๋องสิ้นชีพในสนามรบล้วนเป็นเท็จ?”
มู่เหยากุมมือเขาแน่น
แต่เมื่อนึกถึงว่าเยี่ยนสวินยังพักฟื้นอยู่ นางก็ไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ป้าสะใภ้กับพี่ชายใหญ่จะกลับไป ข้าขออยู่ต่ออีกสองวัน บอกว่าเพื่อบำเพ็ญจิตถวายแด่ท่านชิงซินก็ได้”
อย่างไรนางก็ไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัวนั้นอยู่แล้ว
อยู่ที่นี่กลับสงบกว่า ช่วยให้นางคิดอะไรได้กระจ่างขึ้น
“ข้าทางนี้มีท่านหมอเทวดาเลี่ยวอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงดอก”
เยี่ยนสวินกลับกลัวว่าหากมู่เหยาไม่ยอมกลับไป อาจทำให้ผู้คนระแวง แล้วก่อเรื่องวุ่นวายอีก
เพราะสิ่งโง่เขลาที่มู่จวินเหิงกับครอบครัวเขาทำไว้ตลอดหลายวันมานี้ ทำเอาเขาอารมณ์ขุ่นไม่น้อย
“ไม่เป็นไร ดึงเวลาไว้สักวันสองวันไม่เสียหาย ข้าจะได้ดูด้วยว่า นายท่านรองมู่จะปล่อยลูกชายเขาทำเรื่องงามหน้าได้ถึงเพียงไหน”
พอเที่ยงวันนี้ ข่าวจากชิงอู้ก็มาถึงตามคาด
มู่เทียนชื่อรู้มาว่ากลุ่มผู้ได้รับเชิญร่วมงานกวีนิพนธ์เมืองหลวง ล้วนเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ ก็เลยจะสวมรอยเอานามจวนจงซู่โหวเข้าไปแทรก แต่ลู่ยวนกลับมองออกเสียก่อน เขาจึงเสียหน้า อีกทั้งยังก่อเรื่องโวยวายหน้าเวทีอีกต่างหาก
นับเป็นการทำขายหน้าจนหมดท่า มู่จวินเหิงพลอยอับอายจนจวนจงซู่โหวโดนผู้คนนินทาทั่วไป
มู่เหยาทำเป็นไม่รู้เรื่อง รอดูว่าอีกฝ่ายยังจะก่อเรื่องอัปยศได้ถึงเพียงไหนอีก
เพราะยิ่งทำตัวงี่เง่า ยิ่งตอกย้ำว่า พวกเขาอาศัยแค่สถานะผู้ใหญ่ กดขี่ข่มเหงหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวอย่างนางเท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...