เมื่อฮ่องเต้กล่าวจบ ก็ลุกขึ้นกลับตำหนัก
ผู้คนมากมายพากันออกความเห็น เดินผ่านหวังฉี่ไป
ไท่จื่ออวิ๋นจี้ปรายตามองเขาอย่างเย็นชา แล้วเดินผ่านเขาไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ใบหน้าหวังฉี่ซีดเผือด เดินโซเซออกจากประตูวัง
ฮูหยินหวังที่ยืนรอฟังข่าวอยู่หน้าประตูวัง เมื่อเห็นสามีของตนมีสภาพเช่นนี้ความกังวลในใจก็แทบควบคุมไม่อยู่
นางรีบเดินเข้าไปถาม “ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้าง?”
หวังฉี่เหลือบมองนาง รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังตีขึ้นมาจากอก
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่แสงแดดกำลังแผดจ้า...
ท่ามกลางสายตาตกใจของฮูหยินหวัง หวังฉี่ก็กระอักเลือดสดๆ ออกมา ล้มลงกับพื้นและหมดสติไปในทันที
“กรี๊ด! ท่านพี่! ท่านพี่!”
ฮูหยินหวังร้องลั่นด้วยความตกใจ เหล่าข้ารับใช้รีบวิ่งเข้ามาช่วยประคองร่างของเขาขึ้นรถม้า แล้วรีบตรงไปยังโรงหมอ
ไม่นานนัก ข่าวเรื่องการลงโทษตระกูลหวังก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
หวังรั่วเมิ่งซึ่งกำลังรออย่างร้อนใจอยู่ที่บ้าน เมื่อเห็นบ่าวในบ้านเริ่มพากันหนีไป นางถึงกับตกใจและตะโกนดุด่าเสียงดัง
“พวกเจ้าทำอะไรกัน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
หากเป็นเมื่อก่อน บ่าวไพร่เหล่านี้คงไม่กล้าละเมิดคำสั่ง
แต่ตอนนี้เมื่อต้นไม้ใหญ่โค่นลง ฝูงลิงก็พากันหนีตาย ใครจะยังสนใจคุณหนูผู้หยิ่งยโสเช่นนี้กัน
แต่ละคนล้วนหอบองมีค่ไว้ในอ้อมแขน วิ่งหนีแยกกันไปคนละทิศคนละทาง
“คุณหนูคำสั่งออกมาแล้วเจ้าค่ะ หวังทงมู่ถูกโทษประหารเก้าชั่วโคตร คุณหนูกับฮูหยินรวมถึงนายท่านรอดชีวิตได้เพราะรัชทายาทเอ่ยปากขอเอาไว้ แต่ต้องกลับบ้านเกิด ห้ามเข้าสู่เมืองหลวง...”
“เจ้าว่าอะไรนะ!”
หวังรั่วเมิ่งคว้าข้อมือสาวใช้ไว้แน่นจนอีกฝ่ายเจ็บและสะบัดมือออก
ในหัวของหวังรั่วเมิ่งมีแต่คำพูดเมื่อครู่ของสาวใช้ดังก้องอยู่เต็มไปหมด จนไม่ทันสังเกตเลยว่าใบหน้าของสาวใช้มีแต่ความรำคาญและรังเกียจ
“คุณหนูตอนนี้ป้ายประกาศแปะไว้ทั่วเมืองหลวงแล้ว อีกเดี๋ยวฮูหยินกับนายท่านก็คงกลับมา พวกบ่าวไพร่แค่อยากเอาตัวรอด คุณหนูก็อย่าถือโทษโกรธพวกเรานักเลย”
หวังรั่วเมิ่งเห็นแววเย้ยหยันบนใบหน้าของสาวใช้ก็โมโหมาก อยากจะฟาดฝ่ามือลงไปบนหน้าของอีกฝ่าย
แต่ยกมือขึ้น ก็ถูกคว้าข้อมือไว้แน่น!
สาวใช้สะบัดมือของหวังรั่วเมิ่งออกอย่างแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน แม้เห็นว่าอีกฝ่ายเจ็บก็ไม่ได้สนใจ ยื่นมือไปกระชากสร้อยที่คอของนางออกมาอย่างไร้ความปรานี
“จากนี้ไปคงไม่ใช่คุณหนูอีกแล้ว เจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้างเถอะ! คนที่รอซ้ำเติมเจ้าน่ะมีไม่น้อยเลย”
หวังรั่วเมิ่งมองมารดาที่กุมมือของตนไว้พลางร่ำไห้ไม่หยุด จู่ๆ นางก็ระเบิดอารมณ์ผลักมารดาล้มลงกับพื้นอย่างแรง
“ไม่จริง! ท่านโกหก! ข้าเป็นถึงว่าที่ชายารองของรัชทายาท ตระกูลเราจะจบสิ้นได้อย่างไรกัน! ข้าจะไปเข้าเฝ้ารัชทายาท! ข้าจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้!”
ฮูหยินหวังมองนางด้วยความตกตะลึง แต่พอได้สติหวังรั่วเมิ่งก็วิ่งหนีออกไปแล้ว
นึกถึงสามีที่หมดสติไป ฮูหยินหวังก็ไม่มีเวลาสนใจลูกสาว จำต้องจัดการทุกอย่างในจวนให้เรียบร้อยก่อน
แต่เมื่อเห็นสภาพภายในจวนแล้ว ฮูหยินหวังก็โมโหจนเป็นลมไปเช่นกัน
……
กว่ามู่เหยาจะได้รับข่าวจากเมืองหลวง ก็เป็นเที่ยงของวันถัดมา
นางกำลังเก็บข้าวของ เตรียมออกเดินทางกลับเมืองหลวงในช่วงบ่าย
“จวิ้นจู่ ตระกูลหวังสิ้นแล้วเจ้าค่ะ หวังรั่วเมิ่งไปร่ำไห้ร้องทุกข์หน้าตำหนักรัชทายาทแต่กลับถูกฮองเฮาไล่ออกจากวัง ตอนนี้นางคลุ้มคลั่งอยู่ในจวน เอาแต่พร่ำพูดว่าตนเองคือชายารองของรัชทายาท คงเพราะรับไม่ไหวเลยกลายเป็นบ้าไปแล้ว”
หนิงจู๋เล่าตามเนื้อความในจดหมาย สีหน้าไม่ปรากฏความยินดีใดๆ
กลับกัน ยังมีแววเวทนาเล็กน้อยต่อชะตากรรมของหวังรั่วเมิ่ง
แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น
มู่เหยาขมวดคิ้ว ถอนหายใจเบาๆ “หวังรั่วเมิ่งจะเป็นบ้าได้ง่ายปานนั้นหรือ คงใครบางคนอยู่เบื้องหลังแน่ๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...