เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 250

“ว่าแต่หลี่กงกง พอจะทราบเรื่องข่าวลือในเมืองหลวงบ้างหรือไม่?”

“กระหม่อมอยู่รับใช้ฝ่าบาททุกวัน อยู่แต่ในวังหลวงลึกนี้ ต่อให้จะทราบเรื่องใดมาบ้าง ก็ล้วนแต่ได้ยินจากเหล่าขุนนางในท้องพระโรงอีกที เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นจะไปรู้ได้อย่างไรกันพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่กงกงเหงื่อผุดขึ้นในใจ ขณะเอ่ยประโยคนี้ก็ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองท่านอ๋องผู้มีอารมณ์แปรปรวนพระองค์นี้

ด้วยเกรงว่าจะทำให้เขากริ้วเอาได้

“หลี่กงกงไม่รู้ก็ไม่เป็นไร หากวันใดที่ข้าสืบรู้ว่าผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าวลือให้ร้าย ข้าจะไปเยี่ยมเยียนถึงเรือน!”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดังลอดไรฟันของบุรุษผู้นั้น หลี่กงกงก็ได้แต่เงียบงันพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก

นึกในใจว่า: เมื่อครู่ท่านก็ประทับอยู่ที่นั่นมิใช่หรือ!

ข่าวลือที่อาจล่วงเกินเบื้องสูงเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้ทรงอนุญาตแล้ว จะมีผู้ใดกล้าปล่อยข่าวออกไปภายนอกกัน?

แต่เมื่อคิดอีกที ฉู่อ๋องก็ช่างไว้วางพระทัยฝ่าบาทเสียจริง

แต่บางที พวกนักรบก็มีแต่ความคิดง่าย ๆ เช่นนี้เอง

การเดินทางครั้งนี้ช่างทรมานหลี่กงกงเสียเหลือเกิน พอได้เห็นหน้าเซี่ยหนี้ แววตาก็เป็นประกาย!

“ใต้เท้าเซี่ย! โอ๊ย ในที่สุดก็ได้พบท่านแล้ว!”

เมื่อเห็นหลี่กงกงที่เหงื่อโทรมกาย เซี่ยหนี้ก็เหลือบมองบุรุษที่เพิ่งลงจากหลังม้าตัวสูงใหญ่อย่างสงสัย ก่อนจะประสานมือคารวะ “ฉู่อ๋อง”

“อืม”

เยี่ยนสวินตอบรับเสียงเรียบ ทั้งสองดูท่าทางห่างเหิน

หลี่กงกงถอนหายใจ ก่อนจะอ่านเนื้อความในราชโองการออกมา

หลังจากได้ฟังเนื้อหา

เซี่ยหนี้ก็หันไปมองทางเยี่ยนสวินด้วยความประหลาดใจ

“ท่านกงกง ท่านพูดเป็นความจริงหรือ?”

เซี่ยหนี้ถือราชโองการไว้ในมือ พลางเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

ถึงกับเหลือบมองเยี่ยนสวินอย่างระแวดระวัง

ใครบ้างจะไม่รู้เรื่องงานสมรสระหว่างเขากับมู่จวิ้นจู่ ถึงจะอ้างว่าเพื่อขจัดความหวาดระแวงของหลายตระกูล

แต่โบราณมา มีคู่หมั้นที่ไหนพาคนบุกไปค้นบ้านเช่นนี้กัน!

หรือว่าฮ่องเต้... ต้องการให้หลายตระกูลเกิดความบาดหมางกัน?

เซี่ยหนี้คิดในใจเช่นนั้น แต่ใบหน้ามิกล้าแสดงพิรุธออกมาแม้แต่น้อย

“ฝ่าบาททรงทำเช่นนี้ก็เพื่อระงับข่าวลือในเมืองหลวง ใต้เท้าเซี่ยนำคนตามฉู่อ๋องไปตรวจค้นเดี๋ยวนี้เถิด”

หลี่กงกงพูดจบก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะจากไปไหน เห็นได้ชัดว่าจะตามไปควบคุมการตรวจค้นด้วยตนเอง

เซี่ยหนี้ลอบสูดหายใจลึกอย่างหนาวเหน็บ ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำ “ข้าจะรีบไปเตรียมการเดี๋ยวนี้”

กระทั่งป่านนี้ก็ยังข่มตาหลับไม่ลง

เสียงเอะอะโวยวายจากเรือนด้านหน้าย่อมดึงดูดความสนใจของนาง นางออกมาจากห้องก็เห็นลุงหวังวิ่งมาอย่างร้อนรน

พอได้ทราบสาเหตุ แววตาของนางก็พลันแข็งกร้าวขึ้น “ชิงอิ่ง ไปที่เรือนของครอบครัวมู่จวินเหิง ดูว่ามีสิ่งของไม่ดีอะไรหรือไม่ หากมีให้รีบนำไปซ่อนเสีย!”

ชิงอิ่งเข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงทะยานร่างจากไปในพริบตา

“ชิงอู้ เจ้าตามข้าไปเรือนหน้า หนิงจู๋ เจ้าไปคุ้มครองมู่เถาเถา แล้วหาทางส่งข่าวให้ป้าสะใภ้ของข้าด้วย”

“เพคะ!”

หนิงจู๋รีบวิ่งจากไป

ส่วนมู่เหยาก็พาชิงอู้และลุงหวังมุ่งหน้าไปยังเรือนหน้า

เมื่อเห็นสภาพความวุ่นวายจากการรื้อค้นในเรือนหน้า ใบหน้าของนางก็เย็นชาลงจับจ้องไปยังเซี่ยหนี้ “ใต้เท้าเซี่ย คนที่รู้ก็คงบอกว่าพวกท่านมาตรวจค้น แต่คนไม่รู้คงนึกว่าพวกท่านมายึดทรัพย์!”

เซี่ยหนี้เหลือบมองสภาพความยุ่งเหยิงโดยรอบ ก่อนจะหันไปตวาดลูกน้องสองสามคำ แล้วจึงมองมู่เหยาอย่างจนปัญญา

“จวิ้นจู่ ข้าเพียงทำตามบัญชา ขอท่านโปรดเข้าใจด้วย”

“ตามบัญชารึ?”

มู่เหยาแค่นเสียงเย็นชา “หลายปีมานี้จวนจงซู่โหวของข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพรรค์นั้นแม้แต่น้อย คนในบ้านนอกจากข้าแล้ว แม้แต่พี่ชายที่รับมาเป็นบุตรบุญธรรมในนามพ่อแม่ข้า ก็เป็นเพียงบัณฑิตมือเปล่าคนหนึ่ง”

“เพียงเพราะคำพูดหยอกล้อไม่กี่คำของคุณหนูสกุลหวัง ฝ่าบาทถึงกับปฏิบัติต่อจวนจงซู่โหวของข้าเช่นนี้ มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง