เมื่อมองดูความโกรธของมู่เหยา แม้ว่าเซี่ยหนี้จะเข้าใจ
เเต่พอได้ยินคำพูดของนาง เขากลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
หลี่กงกงที่ตามเยี่ยนสวินมา ได้ยินคำพูดเหล่านี้เช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเเละตำหนิว่า “จวิ้นจู่ แม้ในใจจะโกรธเคืองก็ควรจะรู้กาลเทศะบ้าง!”
มู่เหยากัดริมฝีปาก ใบหน้าดูเหมือนได้รับความอัปยศอดสู แววตาแดงก่ำมองไปยังชายผู้มีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำเเข็ง
“เหตุใดท่านอ๋องจึงรับงานนี้มา”
แววตาของเยี่ยนสวินสั่นไหวเล็กน้อย ดูเหมือนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “อาหน่วน อย่าสร้างเรื่องวุ่นวาย”
“ได้!”
มู่เหยาก้าวถอยหลังไปสองก้าว สีหน้าเย็นชา “ข้าจะไม่สร้างเรื่องวุ่นวาย เเต่หากค้นไม่พบสิ่งใด ขอท่านอ๋องโปรดให้คำอธิบายเเก่จวนโหวของข้า รวมไปถึงบ้านของท่านตาข้าด้วย!”
ในสายตาของคนนอก มู่เหยาไม่สามารถโกรธฮ่องเต้ได้ จึงระบายอารมณ์ทั้งหมดไปที่เยี่ยนสวิน
ส่วนเยี่ยนสวินมีสีหน้าหงุดหงิด เห็นได้ชัดว่าหมดความอดทนไปไม่น้อย
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ทั้งคู่ก็ดูไม่เหมือนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
“หากค้นไม่พบสิ่งใด ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอย่างแน่นอน”
คำพูดนี้ฟังดูไม่ใส่ใจ ทำให้หลี่กงกงเเละเซี่ยหนี้ตระหนักได้ว่า เยี่ยนสวินกำลังพยายามตัดบทคนอยู่นั่นเอง!
ทั้งสองมองตากัน ความในใจเป็นที่ประจักษ์
มู่เหยาหันหลังให้เยี่ยนสวินด้วยใบหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นชิงอิ่งพยักหน้าให้นางเเล้ว ก็ค่อยๆถอนหายใจอย่างโล่งอก
ใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูป การตรวจค้นจวนจงซู่โหวจึงแล้วเสร็จ
มู่หลันชงที่อยู่ในเรือนตะวันตกก็เดินมาเช่นกัน เขามองเยี่ยนสวินอย่างดุดัน ก่อนจะหันมามองมู่เหยา “น้องเล็ก เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
มู่เหยาส่ายหน้า เเต่สายตาของนางมองไปยังมู่จวินเหิงเเละคนอื่นๆ
มู่เทียนชื่อบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ เสื้อผ้าของเขาหลวมโพรก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งลุกจากที่นอน
“กลางดึกกลางดื่นมาค้นบ้านอะไรกัน ไม่มีความสงบสุขเลย”
คำบ่นเหล่านี้ย่อมตกไปถึงหูของหลี่กงกงและคนอื่นๆ
“นี่คือ?”
หลี่กงกงขมวดคิ้วถาม สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
มู่เหยาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นี่คือลูกพี่ลูกน้องของพ่อข้า นายท่านรองตระกูลมู่ ส่วนคนที่พูดเมื่อครู่คือลูกพี่ลูกน้องของข้า มู่เทียนชื่อ”
หลี่กงกงพยักหน้า สายตาที่มองมู่เทียนชื่อเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ข้าได้รับราชโองการจากฮ่องเต้มา คุณชายน้อยผู้นี้พูดจาดูหมิ่นเช่นนี้ หรือไม่เห็นราชโองการของฮ่องเต้ในสายตา”
คำตำหนิเสียงดังนั้น ทำให้มู่เทียนชื่อสะดุ้งสุดตัว
ไม่กล้าบ่นพึมพำอะไรอีกต่อไป
“กงกงระงับโทสะ ลูกชายข้ายังงัวเงียอยู่ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ฝ่าบาทเเต่อย่างใด กงกงโปรดอย่าถือโทษ”
ขณะที่มู่หยางกำลังจะหันหลังเดินไป ก็มีคนเข้ามาขวาง
“คุณหนูรองโปรดหยุดก่อน จวิ้นจู่สั่งไว้ว่าก่อนที่นางจะกลับมา พวกท่านทุกคนต้องอยู่เเต่ในห้องโถงเท่านั้น”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ มู่เทียนชื่อที่กำลังง่วงซึมก็โวยวายขึ้นมาทันที
“อะไรนะ! มู่เหยานางอาศัยอะไรถึงไม่ให้พวกเรากลับไป!”
“คุณชายรอง ท่านจะตะโกนใส่ข้าก็ไม่มีประโยชน์ คำสั่งของจวิ้นจู่ย่อมต้องปฏิบัติตาม หากท่านง่วงมากจริงๆข้าจะให้คนไปนำเตียงนอนมาให้ท่านดีหรือไม่”
ลุงหวังถอยหลังไปอย่างเงียบๆสองก้าว เพราะกลัวว่าน้ำลายจะกระเด็นมาโดนหน้าตัวเองอีก!
“พอได้แล้ว เจ้าอย่าส่งเสียงที่นี่ก็เเล้วกัน รออีกหน่อยก็เเล้วกัน!”
แม้ว่ามู่จวินเหิงจะพูดเช่นนั้น เเต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
รู้สึกว่าเหตุผลที่มู่เหยาให้พวกเขาอยู่ต่อ อาจเป็นเพราะนางค้นพบบางอย่างเข้าแล้ว
…
มู่เหยาไม่รู้ความคิดของครอบครัวมู่จวินเหิงเลย ตอนนี้นางกำลังยืนจับแขนซูโหรวอยู่ข้างๆ
มองดูทหารที่ตรวจค้นทั้งข้างในข้างนอก ไม่เว้นเเม้เเต่รอยเเยกเล็กๆที่ซ่อนของได้
บางจุดที่ดูเหมือนดินที่เพิ่งขุดใหม่ ก็ต้องขุดดูอีกครั้ง
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ดูเหมือนกำลังยึดทรัพย์!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...