นายท่านหลันมีสีหน้าดำคล้ำ นั่งอยู่ในห้องโถง สายตาคอยกวาดมองหลี่กงกงเเละอีกสองคนที่นั่งอยู่ในลานเป็นครั้งคราว
หลันเอ้าเซวียนขมวดคิ้วเเละกระซิบถาม “ท่านพ่อ ท่าทางแบบนี้ไม่รู้ก็คงคิดว่ากำลังจะยึดทรัพย์ ตอนนี้ฮ่องเต้จัดเตรียมมาเช่นนี้ พวกเรามิสู้รีบเอาของออกมาเเต่เนิ่นๆดีกว่าไหม”
นายท่านหลันมองสถานการณ์ในตอนนี้ ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เเล้วพยักหน้า
“เจ้าไปเอาโฉนดร้านค้าที่ได้รับพระราชทานมา”
หลันเอ้าเซวียนพยักหน้าพลางลุกขึ้น เเละบอกให้หลันชิวเหิงคอยดูไว้ ก่อนจะเดินไปที่ห้องหนังสือ
“อาหน่วน จวนของเราได้รับความอัปยศจริงๆ ในอนาคตจะทำอย่างไรจึงจะเงยหน้าในเมืองหลวงได้อีก”
ซูโหรวหลับตาลง ดูเหมือนกำลังจะร้องไห้เเต่พยายามกลั้นไว้
ใครเห็นก็ต้องถอนหายใจ
โดยเฉพาะเด็กสาวตระกูลหลันเเต่ละคน ต่างก็ยืนที่หน้าประตูด้วยดวงตาเเดงก่ำเเละน่าสงสาร
ยิ่งทำให้คนที่อยู่นอกบ้านต่างก็รู้สึกเห็นใจอย่างมาก
“ฉู่อ๋องก็จริงๆเลย ทำไมถึงรับเรื่องเเบบนี้มาได้นะ”
“จะเป็นเพราะอะไรอีก ก็เห็นๆกันอยู่ว่าไม่เห็นมู่จวิ้นจู่อยู่ในสายตาเลยสิ ข้าว่าข่าวลือพวกนั้นที่ผ่านมาเชื่อถือไม่ได้เเล้วสิ”
“ตระกูลหลันเดิมทีก็เป็นพ่อค้า ตอนนี้ยังมาถูกลดเกียรติขนาดนี้ อีกหน่อยคงจะอยู่ในเมืองหลวงอย่างเชิดหน้าชูตาไม่ได้เเล้วสิ”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนอกประตูไม่หยุดหย่อน
ภายในบ้านนายท่านหลันถือกล่องเดินออกมาพร้อมกับพาตระกูลหลันทุกคนคุกเข่าต่อหน้าหลี่กงกง
ทำให้หลี่กงกงตกใจจนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้
“นายท่านหลัน นี่หมายความว่าอันใดหรือ”
หลี่กงกงเดินเข้าไปช่วยพยุงเเละถามขึ้น
เเต่นายท่านหลันยังคงยืนกรานที่จะไม่ลุกขึ้น เเละยกกล่องที่อยู่ตรงหน้าขึ้น
“ตระกูลหลันของข้าได้รับความเดือดร้อนจากข่าวลือเช่นนี้ นับว่าไม่สมควรกับพระมหากรุณาธิคุณของฮ่องเต้ วันนี้ข้าขอถวายที่ดินและกิจการทั้งหมดของตระกูลหลัน ขอพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ คุ้มครองให้ตระกูลหลันของข้าได้มีชีวิตที่ราบรื่นตลอดไป”
หลี่กงกงเลิกคิ้ว มองดูกล่องที่นายท่านหลันถืออยู่ในมือ
ก็เป็นกล่องที่เขาส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นเอง
นึกไม่ถึงว่าจะยังอยู่ครบถ้วน ดูท่านายท่านหลันผู้นี้ก็เป็นคนฉลาดหลักแหลมคนหนึ่ง
“นายท่านหลันช่างมีน้ำใจ ข้าจะช่วยพูดจาดีๆให้ท่านต่อหน้าฝ่าบาท”
หลี่กงกงหยุดพูดชั่วครู่ หยิบกล่องขึ้นมา เเล้วยืดตัวตรงพร้อมกับเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น
“เรื่องในวันนี้ ย่อมเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้ทั้งสองตระกูล หากใครยังกล้านินทาลับหลังอีก ฝ่าบาทจะไม่มีทางให้อภัยเเน่นอน”
คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าพูดกับกลุ่มคนที่ยืนมุงอยู่ด้านนอก
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงทันที
“เรียนใต้เท้า ไม่มีอะไรเลยขอรับ”
ทำให้มู่เหยาตกใจจนหัวใจเเทบหยุดเต้น “ระวัง!”
นางเข้าไปช่วยพยุงด้วยความว้าวุ่น เเต่กลับถูกชายหนุ่มดึงเข้าสู่อ้อมกอด
“เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าโกรธจริงๆเสียอีก”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเจือด้วยความตื่นตระหนก ทำให้คิ้วเเละดวงตาของมู่เหยาเปื้อนรอยยิ้ม
นางยื่นมือออกไปดันเบาๆเเละถอยออกมาจากอ้อมกอดของเขา “ถ้าท่านยังกล้าทำให้ข้าตกใจเเบบเมื่อกี้อีก ข้าจะโกรธเเละไม่สนใจท่านจริงๆ”
เยี่ยนสวินรีบยกมือขึ้นข้างหนึ่ง รับปากอย่างจริงจังว่า “ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว”
ท่าทางเเบบนี้ช่างเหมือนกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งตกอยู่ในห้วงรัก
มู่เหยายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ “พอแล้ว ท่านตาเเละท่านลุงรอท่านอยู่ที่ห้องโถง พวกเราไปที่นั่นกันก่อน”
“ได้”
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกัน เเละพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวังวันนี้ตลอดทาง
มู่เหยาลดเสียงลง “เมื่อได้ยินลุงหวังบอกว่าท่านพาคนมา ข้าก็เข้าใจเเล้วว่าไม่ใช่ความตั้งใจของท่าน”
คำพูดนี้ทำให้หัวใจของเยี่ยนสวินสั่นสะท้าน
เขาหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว เเละมองไปที่เด็กสาวตัวน้อยที่หันกลับมามอง
ลมยามเย็นพัดจนใบไม้ร่วง กระโปรงของนางปลิวไสว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...