เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 254

ร่างของมู่จวินเหิงเเข็งทื่อ เเละไม่สามารถอธิบายได้ “ในเรือนนั้นมีเเค่ใต้ต้นไม้เท่านั้นที่สามารถฝังของได้ ข้าเห็นว่าดินเป็นเเบบนั้นเเล้ว ข้าพูดผิดตรงไหน”

“เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า!”

มู่เหยาโยนตุ๊กตากู่กลับลงไปในจาน เเล้วรับผ้าเช็ดหน้าที่ชิงอู้ยื่นให้แล้วเช็ดมือของนาง

“ไม่ว่าจะอย่างไร ของสิ่งนี้ก็ปรากฏขึ้นหลังจากพวกท่านมาถึงเเล้ว ในเมื่อคุณชายรองบอกว่าข้าใส่ร้ายท่าน เช่นนั้นท่านช่วยนำหลักฐานที่ว่าข้าใส่ร้ายท่านมาแสดง”

มู่เทียนชื่อพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า “เห็นชัดๆว่าเป็นเจ้านั่นเเหล่ะ!”

“ใครไม่รู้ว่าองค์หญิงซูหรงกับฉู่อ๋องเกือบจะหมั้นหมายกันตั้งเเต่ยังเยาว์วัย ตอนนี้องค์หญิงซูหรงสุขภาพไม่ดี ต้องเป็นเจ้าที่ทำตุ๊กตากู่ตัวนี้เเน่!”

“สงสัยเจ้าคงจงใจจัดให้พวกเราไปพักที่นั่น พอวันนี้ถูกจับได้ก็เลยอยากโบ้ยความผิดให้พวกเราใช่ใหม!”

เรื่องนี้ทำให้มู่เหยาถึงกับมองเขาด้วยความสนใจ

จากนั้นนางก็ยิ้มเเละมองไปที่มู่หยางซึ่งไม่ได้พูดอะไรเลย นางพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย “น้องหญิง เจ้าคิดว่าไง”

คำพูดนี้ทำให้มู่หยางรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที

นางหันไปมองคนที่คุกเข่าอยู่ข้างๆโดยไม่รู้ตัว

เเล้วก็มองไปที่มู่เหยา นางรู้ดีว่าหากวันนี้พูดเหมือนกับมู่จวินเหิงเเละคนอื่นๆ เเผนการทั้งหมดที่วางไว้ก่อนหน้านี้ก็จะพังทลายลง!

มู่หยางสูดหายใจเข้าลึกๆเเล้วหลับตา “เป็น…เป็นท่านแม่ของข้า ข้าเห็นกับตาว่าท่านเเม่เป็นคนฝังมัน!”

ทันทีที่พูดจบ ทังหลันก็เบิกตากว้าง

มู่จวินเหิงขมวดคิ้ว เเต่ก็ไม่ได้พูดโต้เเย้งอะไร

“ไอ้สารเลว! เจ้าบอกว่าใครเป็นคนฝัง!”

ทังหลันได้สติ ใบหน้าเเดงก่ำเเล้วโผเข้าใส่มู่หยาง

มู่เหยาส่งสายตาครั้งเดียว ทังหลันก็ถูกจับทันที ทำให้เจ็บปวดจนตัวงออยู่กับพื้น!

“เจ้า! เจ้าทำไมถึงใช้วิธีลงโทษนอกกฏหมาย! นางถือเป็นผู้ใหญ่ของเจ้านะ!”

มู่เหยามองมู่จวินเหิงอย่างเย็นชา “หากข้านำส่งทางการ พวกเจ้าทั้งครอบครัวมีความผิดอะไร หรือว่าไม่รู้”

มู่จวินเหิงตะลึง เเล้วจึงเข้าใจในที่สุด

ไม่ว่าจะป็นชนชั้นสูงหรือไม่ หากใช้ไสยศาตร์กู่จะมีความผิดถึงขั้นประหารเก้าชั่วโครต

เมื่อเห็นสีหน้าของเขากลับกลายเป็นซีดลงเรื่อยๆ มู่เหยาจึงเท้คางเเละยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย “คุณชายรอง ข้ากำลังช่วยชีวิตท่านนะ จะมาว่าข้าไม่เคารพได้อย่างไร”

เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง มู่จวินเหิงก็โกรธจนกำมือเเน่นเเทบจะกัดฟันกรอดเเละพูดออกมาว่า “จวิ้นจู่ช่างเห็นอกเห็นใจเสียจริง!”

มู่เหยายิ้มเเล้วค่อยๆลุกขึ้นยืน “คุณชายรองชมเกินไปแล้ว”

“เเล้วต้องขอบคุณน้องหญิง ที่ตัดขาดความสัมพันธ์ทางเครือญาติอย่างชอบธรรม หลังจากเฆี่ยนสามสิบครั้งเล้ว ก็ให้หมอหลวงมารักษาเถอะ”

นางก้าวเท้าจะเดิน พลันนึกอะไรขึ้นได้ก็หันศรีษะไปมองทังหลันเเล้วยิ้ม

“ฮูหยินทังมิสู้ขอให้คุณชายรองรับโทษเเทนดีกว่า ข้าจะเเกล้งทำเป็นมองไม่เห็น”

มู่เทียนชื่อกัดฟันเเละจ้องมองมู่หยาง “ท่านพี่ช่างใจร้ายนัก เเม้เเต่เเม่ตัวเองก็ยังทิ้งได้!”

คำกล่าวหานี้ทำให้มู่หยางหัวเราะเยาะออกมา แล้วมองเขาด้วยดวงตาที่เหลือไว้เเต่ความเยาะเย้ย

“น้องชายพูดเข้าข้างท่านเเม่ขนาดนี้ ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่พูดขอรับโทษเเทนท่านเเม่สักสองสามไม้ล่ะ”

“ตอนนี้กลับมาทำเป็นเสเเสร้งน่าสงสาร”

คำพูดนี้ทำเอามู่เทียนชื่อโต้กลับไม่ได้ ทั้งสองก็จากกันไปอย่างไม่สบอารมณ์

ไม่มีใครสักคนที่จะไปดูทังหลันเลย

เมื่อมู่เหยาได้รับข่าวก็ไม่ได้เเปลกใจเเต่อย่างใด นางกระซิบข้างหูชิงอู้ ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ให้หนิงจู๋นวดให้

มู่เหยาไม่ได้ตั้งใจจะเฆี่ยนทังหลันให้ตายจริงๆ

เมื่อชิงอู้กลับมาถึงเรือน ก็เฆี่ยนไปแล้วสิบสองครั้ง

นางชูมือขึ้นเป็นสัญญาณ

นักเฆี่ยนก็เก็บไม้เฆี่ยนเเล้วจากไป

จากนั้นชิงอู้จึงโบกมือเป็นสัญญาณ ให้หญิงรับใช้ที่อยู่ข้างหลังก้าวขึ้นไป

“จวิ้นจู่ของข้าเห็นว่าฮูหยินทังน่าสงสาร เเละรู้สึกสงสารผู้ใหญ่ จึงไม่จำเป็นต้องเฆี่ยนด้วยไม้กระดานที่เหลืออีก อีกทั้งยังได้จัดสรรเรือนพักอีกหลังให้ฮูหยินทังได้พักอาศัย ท่านต้องจดจำบุญคุณเเละระลึกถึงอยู่เสมอ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง