“มะ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริง ๆ เจ้าอย่าถามอีกเลย”
เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมพูด มู่เหยาก็หันไปมองลี่จื่อ
ลี่จื่อเหลือบมองหลันเยว่อิง แล้วกระซิบกระซาบส่งสัญญาณ
และเมื่อเข้าใจแล้วว่าสองคำที่นางเอ่ยนั้นหมายถึงใคร
สีหน้าของมู่เหยาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก นางก้าวเข้าประชิดตัว “พี่หญิง สิ่งของที่ท่านถืออยู่ในมือ ใช่ของที่องค์รัชทายาทประทานให้หรือไม่?”
หลันเยว่อิงเบิกตากว้าง สีหน้าตกใจ
เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกอะไรได้มากมายแล้ว
“เอาออกมา!”
มู่เหยาตวาดเสียงกร้าว ไม่คาดคิดเลยว่าบัดนี้หลันเยว่อิงจะกล้าทำอะไรอุกอาจถึงเพียงนี้!
ถึงขั้นกล้าแอบรับของจากบุรุษ!
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของหญิงสาวตระกูลหลันที่ยังไม่ได้ออกเรือนจะเป็นเช่นไร?
“ข้าไม่ให้!”
หลันเยว่อิงเชิดหน้าถอยหนี แสดงออกชัดว่าไม่คิดจะมอบของให้
“นี่ไม่ใช่ของที่องค์รัชทายาทประทานให้ ขะ ข้าซื้อมาจากข้างนอก! อาหน่วน เจ้าหลีกไป ข้าจะกลับแล้ว”
เมื่อเห็นว่าหลันเยว่อิงคิดจะพูดปดให้ผ่านไป มู่เหยาจึงเหลือบมองชิงอิ่ง
ชิงอิ่งเข้าขวางทันที
“ขออภัยคุณหนูสาม”
หลันเยว่อิงมองมู่เหยาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะลงไม้ลงมือกับชิงอิ่งทันที
เสียงการต่อสู้ของทั้งสอง ดึงดูดให้บ่าวไพร่ไปรายงานอย่างรวดเร็ว
ชิงอิ่งเป็นคนที่ติดตามอยู่ข้างกายเยี่ยนสวินมานานที่สุด วรยุทธ์ย่อมสูงกว่าหลันเยว่อิงหลายขั้น
เมื่อหลันชิวเหิงและคนอื่น ๆ ได้รับข่าวและรีบรุดมาถึง ชิงอิ่งก็สามารถรวบตัวหลันเยว่อิงไว้ได้พอดี
มู่เหยาเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเย็นชา แล้วหยิบจี้หยกในมือของนางมา
ด้านหลังจี้หยก สลักอักษรไท่จื่ออวิ๋นจี้ไว้จริง ๆ!
“ปล่อยข้า!”
เมื่อเห็นว่าจี้หยกถูกชิงไป หลันเยว่อิงก็ดิ้นรนอย่างสุดกำลังจนหลุดออกมา แล้วรีบคว้าจี้หยกในมือมู่เหยากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
ทว่าหลันชิวเหิงและซูโหรวก็เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
“ข้าถามเจ้า จี้หยกชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เจ้า!”
หลันชิวเหิงกดข่มโทสะตวาดถามเสียงเย็นชา ราวกับกำลังมองดูบุตรสาวที่ไม่ได้ความคนหนึ่ง
หลันเยว่อิงเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปริปาก
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือ ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
มู่เหยาเป็นคนที่ได้สติก่อน นางรีบก้าวไปเบื้องหน้าเพื่อบังร่างของหลันเยว่อิงไว้
“ท่านลุงรอง ถึงพี่หญิงสามจะทำผิด แต่ท่านก็ไม่ควรลงไม้ลงมือนะเจ้าคะ!”
หลันเยว่อิงชะงักไป ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างดื้อรั้น “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับองค์รัชทายาท เป็นฝีมือของคนตระกูลหวังต่างหาก!”
เมื่อเห็นนางยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับฟัง หลันชิวเหิงจึงเงื้อมมือขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น หลันเยว่อิงก็เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
“ท่านพ่อ ถ้าท่านแน่จริงก็ตีข้าให้ตายเลยสิ! หากข้าตายไป ข้าจะดูว่าท่านจะเอาหน้าไปพบมารดาผู้ล่วงลับของข้าได้อย่างไร!”
เมื่อพูดคำนี้ออกไป
มือที่หลันชิวเหิงยกค้างไว้กลางอากาศ ในที่สุดก็ไม่ได้ฟาดลงมา
ซูโหรวรีบส่งสายตาให้สามี
หลันเอ้าเซวียนจึงดึงตัวเขากลับมา “พอแล้ว พวกเรามาถามให้แน่ชัดก่อนดีกว่า ว่าเยว่อิงคิดอะไรอยู่กันแน่”
มู่เหยาก้มหน้า ปล่อยให้ชิงอู้ทำแผลที่มือให้
เมื่อได้ยินประโยคนั้น นางจึงเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองหลันเยว่อิงก่อน
“พี่หญิงสาม ท่านรู้หรือไม่ว่าการลอบเก็บจี้หยกไว้กับตัวคือการทำลายชื่อเสียงของสตรี? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายคือองค์รัชทายาท หากพระองค์ทรงยืดเยื้อไม่ยอมรับท่าน แล้วมีผู้อื่นนำเรื่องนี้มากล่าวหา ท่านจะทำเช่นไร?”
“จะลากคนทั้งตระกูลหลันให้ต้องติดคุกไปด้วยกันหรือ?”
ชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญยิ่งนัก
วันนี้หลันเยว่อิงลอบเก็บจี้หยกไว้ หากพูดให้ไพเราะหน่อยก็คือการลักลอบมอบของแทนใจ
แต่หากจะพูดให้น่าเกลียด คำพูดใดก็สามารถหลุดออกมาได้ทั้งนั้น!
ถึงเวลานั้น คนที่ต้องรับเคราะห์จะเป็นองค์รัชทายาทหรือ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...