เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 258

“มะ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริง ๆ เจ้าอย่าถามอีกเลย”

เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมพูด มู่เหยาก็หันไปมองลี่จื่อ

ลี่จื่อเหลือบมองหลันเยว่อิง แล้วกระซิบกระซาบส่งสัญญาณ

และเมื่อเข้าใจแล้วว่าสองคำที่นางเอ่ยนั้นหมายถึงใคร

สีหน้าของมู่เหยาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก นางก้าวเข้าประชิดตัว “พี่หญิง สิ่งของที่ท่านถืออยู่ในมือ ใช่ของที่องค์รัชทายาทประทานให้หรือไม่?”

หลันเยว่อิงเบิกตากว้าง สีหน้าตกใจ

เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกอะไรได้มากมายแล้ว

“เอาออกมา!”

มู่เหยาตวาดเสียงกร้าว ไม่คาดคิดเลยว่าบัดนี้หลันเยว่อิงจะกล้าทำอะไรอุกอาจถึงเพียงนี้!

ถึงขั้นกล้าแอบรับของจากบุรุษ!

หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของหญิงสาวตระกูลหลันที่ยังไม่ได้ออกเรือนจะเป็นเช่นไร?

“ข้าไม่ให้!”

หลันเยว่อิงเชิดหน้าถอยหนี แสดงออกชัดว่าไม่คิดจะมอบของให้

“นี่ไม่ใช่ของที่องค์รัชทายาทประทานให้ ขะ ข้าซื้อมาจากข้างนอก! อาหน่วน เจ้าหลีกไป ข้าจะกลับแล้ว”

เมื่อเห็นว่าหลันเยว่อิงคิดจะพูดปดให้ผ่านไป มู่เหยาจึงเหลือบมองชิงอิ่ง

ชิงอิ่งเข้าขวางทันที

“ขออภัยคุณหนูสาม”

หลันเยว่อิงมองมู่เหยาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะลงไม้ลงมือกับชิงอิ่งทันที

เสียงการต่อสู้ของทั้งสอง ดึงดูดให้บ่าวไพร่ไปรายงานอย่างรวดเร็ว

ชิงอิ่งเป็นคนที่ติดตามอยู่ข้างกายเยี่ยนสวินมานานที่สุด วรยุทธ์ย่อมสูงกว่าหลันเยว่อิงหลายขั้น

เมื่อหลันชิวเหิงและคนอื่น ๆ ได้รับข่าวและรีบรุดมาถึง ชิงอิ่งก็สามารถรวบตัวหลันเยว่อิงไว้ได้พอดี

มู่เหยาเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเย็นชา แล้วหยิบจี้หยกในมือของนางมา

ด้านหลังจี้หยก สลักอักษรไท่จื่ออวิ๋นจี้ไว้จริง ๆ!

“ปล่อยข้า!”

เมื่อเห็นว่าจี้หยกถูกชิงไป หลันเยว่อิงก็ดิ้นรนอย่างสุดกำลังจนหลุดออกมา แล้วรีบคว้าจี้หยกในมือมู่เหยากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

ทว่าหลันชิวเหิงและซูโหรวก็เห็นอย่างชัดเจนแล้ว

“ข้าถามเจ้า จี้หยกชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เจ้า!”

หลันชิวเหิงกดข่มโทสะตวาดถามเสียงเย็นชา ราวกับกำลังมองดูบุตรสาวที่ไม่ได้ความคนหนึ่ง

หลันเยว่อิงเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปริปาก

“เพียะ!”

เสียงฝ่ามือ ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง

มู่เหยาเป็นคนที่ได้สติก่อน นางรีบก้าวไปเบื้องหน้าเพื่อบังร่างของหลันเยว่อิงไว้

“ท่านลุงรอง ถึงพี่หญิงสามจะทำผิด แต่ท่านก็ไม่ควรลงไม้ลงมือนะเจ้าคะ!”

หลันเยว่อิงชะงักไป ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอย่างดื้อรั้น “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับองค์รัชทายาท เป็นฝีมือของคนตระกูลหวังต่างหาก!”

เมื่อเห็นนางยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับฟัง หลันชิวเหิงจึงเงื้อมมือขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเห็นดังนั้น หลันเยว่อิงก็เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้

“ท่านพ่อ ถ้าท่านแน่จริงก็ตีข้าให้ตายเลยสิ! หากข้าตายไป ข้าจะดูว่าท่านจะเอาหน้าไปพบมารดาผู้ล่วงลับของข้าได้อย่างไร!”

เมื่อพูดคำนี้ออกไป

มือที่หลันชิวเหิงยกค้างไว้กลางอากาศ ในที่สุดก็ไม่ได้ฟาดลงมา

ซูโหรวรีบส่งสายตาให้สามี

หลันเอ้าเซวียนจึงดึงตัวเขากลับมา “พอแล้ว พวกเรามาถามให้แน่ชัดก่อนดีกว่า ว่าเยว่อิงคิดอะไรอยู่กันแน่”

มู่เหยาก้มหน้า ปล่อยให้ชิงอู้ทำแผลที่มือให้

เมื่อได้ยินประโยคนั้น นางจึงเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองหลันเยว่อิงก่อน

“พี่หญิงสาม ท่านรู้หรือไม่ว่าการลอบเก็บจี้หยกไว้กับตัวคือการทำลายชื่อเสียงของสตรี? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายคือองค์รัชทายาท หากพระองค์ทรงยืดเยื้อไม่ยอมรับท่าน แล้วมีผู้อื่นนำเรื่องนี้มากล่าวหา ท่านจะทำเช่นไร?”

“จะลากคนทั้งตระกูลหลันให้ต้องติดคุกไปด้วยกันหรือ?”

ชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญยิ่งนัก

วันนี้หลันเยว่อิงลอบเก็บจี้หยกไว้ หากพูดให้ไพเราะหน่อยก็คือการลักลอบมอบของแทนใจ

แต่หากจะพูดให้น่าเกลียด คำพูดใดก็สามารถหลุดออกมาได้ทั้งนั้น!

ถึงเวลานั้น คนที่ต้องรับเคราะห์จะเป็นองค์รัชทายาทหรือ?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง