“ข้าเปล่า...” หลันเยว่อิงดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด มือที่กำจี้หยกเอาไว้แน่นขึ้น “องค์รัชทายาทบอกกับข้าแล้วว่าจะรับข้าเข้าจวนในอีกไม่กี่วัน นี่คือคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับข้า”
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวคนนี้วิกลจริตแล้ว
มู่เหยาจึงถอนหายใจ พลางหลับตาลง
“องค์รัชทายาทมิใช่คู่ครองที่ดี...”
ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ หลันเยว่อิงก็ร้อนรนขึ้นมาอีกครั้ง
“น้องหญิงมู่!”
เสียงที่แหลมสูงนั้น ทำให้มู่เหยาต้องชะงักคำพูดไว้
เห็นเพียงใบหน้าของหลันเยว่อิงที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความหวาดระแวง แววตาที่มองมานั้นราวกับกำลังมองศัตรู
“น้องหญิงมู่ หากข้าได้เป็นชายารองขององค์รัชทายาท ย่อมเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล เหตุใดน้องหญิงมู่จึงคอยขัดขวางข้าถึงเพียงนี้?”
“หรือว่า เจ้ากลัวว่าข้าจะได้ดีเกินหน้าเกินตาเจ้า? จึงได้คิดร้าย ตั้งใจจะทำลายวาสนาอันดีของข้า?”
สิ้นคำนั้น ร่างหนึ่งก็รุดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของหลันเยว่อิงก็ถูกตบอย่างจังอีกครั้งหนึ่ง
เพียงแต่ครั้งนี้ ผู้ที่ลงมือคือหลันซี
“เหลวไหล!”
ใบหน้าที่เรียบเฉยเป็นนิจของหลันซี กลับฉายชัดถึงความเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“หลันเยว่อิง ในใจของเจ้า เห็นอาหน่วนเป็นตัวอะไร?”
“เจ้าคิดว่าเหตุใดครอบครัวเราจึงเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นปลอดภัย เจ้าคิดว่าเหตุใดจนบัดนี้ตระกูลหลันของเราจึงยังคงไร้อุปสรรค แม้กระทั่งสามารถเปิดร้านค้าในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตระกูลใหญ่เช่นนี้ได้?”
“เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเป็นเพราะบารมีของตระกูลหลันเราเอง?”
หลันเยว่อิงมองพี่หญิงรองที่ปกติแล้วตามใจนางยิ่งกว่าผู้ใด บัดนี้กลับดุด่าว่ากล่าวนางอย่างเกรี้ยวกราด น้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอในดวงตา เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“แต่ว่าองค์รัชทายาททรงให้ความสำคัญกับตระกูลหลันของเรา!”
ใบหน้าของหลันซีเย็นชาลงในทันที “หุบปาก!”
เสียงตวาดนั้นกึกก้องทรงพลัง
จนแม้แต่หลันเยว่อิงเองก็ต้องหดตัวลงโดยไม่รู้ตัว
“หากองค์รัชทายาทให้ความสำคัญกับตระกูลหลันจริง เหตุใดตอนที่ตระกูลเรายังรุ่งเรืองอยู่ที่เจียงหนานถึงไม่เคยเอ่ยปากมาสู่ขอเลยเล่า?”
“เหตุใดจึงต้องรอให้มาถึงเมืองหลวง? แล้วยังเป็นหลังจากที่พี่หญิงใหญ่แต่งออกไปแล้วด้วย? เจ้าเอาสมองทึบ ๆ ของเจ้าคิดดูบ้างเถิด”
“ว่าที่จริงแล้ว องค์รัชทายาทชอบเจ้า หรือชอบทรัพย์สินของตระกูลหลันกันแน่!”
วาจาที่หลันซีเอ่ยออกมา ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนในที่นั้นอยากจะพูดกับหลันเยว่อิงเช่นกัน
เพียงแต่ไม่ว่าพวกเขาจะส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยกี่ครั้งกี่หน เด็กสาวผู้นี้ก็ยังคงปักใจทุ่มเทให้กับองค์รัชทายาท
บัดนี้ ถึงกับไม่สนใจไยดีพี่น้องคนอื่นในบ้านแม้แต่น้อย
กระทั่งเรื่องราวที่หลันอิ๋งเคยประสบมาในอดีต ก็ลืมไปเสียสิ้น!
หลันเยว่อิงมองหลันซีอย่างตกตะลึง นางส่ายหน้าไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ซูโหรวเรียกสาวใช้กับแม่เฒ่ามา เพื่อพาตัวหลันเยว่อิงกลับไปยังห้องพัก
เมื่อเห็นว่าในมือของบุตรสาวคนรองถือจี้หยกอยู่ จึงหันไปถามมู่เหยาว่า “อาหน่วน จี้หยกชิ้นนี้จะจัดการอย่างไรดี?”
มู่เหยารับมาพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นให้ชิงอิ่ง
“นำไปส่งให้พี่หญิงใหญ่ที่จวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว ถือโอกาสตอนที่องค์รัชทายาทเสด็จมาครั้งหน้า ให้นางคืนจี้หยกนี้กลับไป”
จี้หยกขององค์รัชทาายาทสำคัญถึงเพียงนั้น แม้นว่าจะมอบให้หลันเยว่อิง ก็ควรจะมอบให้ในพิธีหมั้นหมายเพื่อเป็นของแทนใจ
ไม่ควรจะมามอบให้อย่างไม่ชัดเจนเช่นนี้
“ท่านลุงรองคิดจะขังพี่หญิงสามไว้หรือเจ้าคะ?”
หลันชิวเหิงที่ถูกถามถึงกับชะงักไป เมื่อนึกถึงท่าทีของบุตรสาวตนเองแล้วจึงพยักหน้า
“หากไม่ขังไว้ เกรงว่าจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก”
มู่เหยาครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
“ท่านลุงรอง อย่าขังนางเลยเจ้าค่ะ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติเถิด แทนที่จะเสียแรงไปกับเรื่องของพี่หญิงสาม สู้ประกาศออกไปภายนอกว่ากิจการร้านค้าของตระกูลหลันทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้ทางการไปแล้ว ไม่มีสินเดิมมากมายถึงเพียงนั้นแล้ว ในภายหน้าตระกูลหลันก็อาจจะไม่เปิดกิจการร้านค้าอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ทุกคนที่อยู่ในลานบ้านต่างก็เข้าใจในทันที
“ได้ เรื่องนี้ข้าจะไปจัดการเอง”
หลันเอ้าเซวียนกล่าวพลางมองไปที่หลันชิวเหิง แล้วดึงตัวเขาจากไปพร้อมกัน
เพื่อป้องกันไม่ให้เขาอยู่ที่บ้าน แล้วพลั้งมือทำร้ายหลันเยว่อิงด้วยความโมโหอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...