เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 26

“เจ้าจงใจจะเอาเปรียบข้าใช่หรือไม่! ทำไมเจ้าถึงมีจิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้!”

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้มู่เหยารู้สึกอะไรแล้วในตอนนี้ นางจึงไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร

นางทำเพียงดึงสมุดกลับมา “ของที่ขาดไปรวมกันนั้นทั้งหมดก็ห้าพันสามร้อยยี่สิบตำลึงเงิน คุณชายใหญ่ลู่จะให้คนนำมาส่ง หรือจะให้ข้าไปเอาที่จวนผิงหยางโหวพร้อมกับท่าน?”

คำว่าห้าพันสามร้อยยี่สิบตำลึงกระแทกเข้าใส่ร่างของลู่จื้อเต็มๆ ราวกับว่ากำลังกดทับลงมาบนบ่าของเขา

เขากัดฟันแน่นด้วยความเดือด “ตระกูลมู่ของเจ้ามีอะไร ของที่ส่งออกไปจะมีค่ามากมายเช่นนี้ได้อย่างไร อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่”

“เจ้าคิดเองเออเองว่าข้าติดหนี้บุญคุณเจ้า ก็เลยคิดจะเล่นตุกติกกับของพวกนี้ ของที่หายไปพวกนั้นข้าไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ มู่เหยาเจ้าอย่าหวังว่าข้าจะยอมรับ”

มู่เหยาาขี้เกียจเสียเวลากับเขาที่นี่ นางจ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาเย็นชา

“คุณชายใหญ่ลู่แน่ใจใช่ไหมว่าจะไม่ยอมรับ?”

ลู่จื้อเชิดคอขึ้น ไม่สนใจสายตาที่พ่อบ้านจังส่งมาเตือนแต่อย่างใด "ไม่ยอมรับ!"

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ส่งแขกเถอะ”

มุมปากของมู่เหยายกขึ้นยิ้มอย่างเยาะเย้ย ไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของลู่จื้อที่ส่งมาให้นางหันไปส่งสมุดให้ลุงหวัง

“ไปโรงรับฝากเงินสักรอบ ไปแจ้งหน่อยว่าทางคุณชายใหญ่ลู่ไม่ยอมรับว่าของที่หายไปเหล่านี้ถูกส่งมาจากโรงรับฝากเงิน ให้โรงรับฝากเงินตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น

ร่างของลู่จื้อยังไม่ได้เดินไปไกลนัก แน่นอนว่าย่อมได้ยินคำพูดเหล่านั้นของนาง จึงหันไปมองพ่อบ้านจังทันที

และก็เห็นเพียงสีหน้าของพ่อบ้านจังดูค่อนข้างซีด อีกทั้งดวงตายังดูเลื่อนลอย ไม่กล้าสบตาตรงๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังร้อนตัวอยู่

ลู่จื้อใจหายวูบทันทีหรือว่าของที่หายไปไม่กี่ชิ้นนั้นจะเป็นคนในจวนตนเองเอาไปจริง ๆ?

เป็นไปไม่ได้หรอก

ถ้าเป็นของที่อยู่ที่บ้านท่านแม่จะต้องคืนกลับมาอย่างแน่นอน ต้องเป็นมู่เหยาที่ต้องการใส่ร้ายจวนผิงหยางโหว คิดจะหลอกเอาเงิน!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ลู่จื้อก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปตะโกนใส่คนงามในห้องโถงเสียงดัง “ถึงเจ้าจะไปแจ้งทางการ จวนผิงหยางโหวของข้าก็ไม่ยอมรับหรอก!”

“โง่เขลาสิ้นดี”

มู่เหยาแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา และพาหนิงจู๋กลับไปยังห้องหนังสือ

เรื่องที่เหลือก็ให้ลุงหวังไปจัดการ นางวางใจอยู่แล้ว แค่รอฟังผลเท่านั้น

สองชั่วยามต่อมาลุงหวังก็เข้ามาในห้องหนังสือด้วยท่าทางสบายๆ หลังจากดื่มชาดับกระหายไปหนึ่งอึกก็เริ่มเล่าเรื่องที่โรงรับฝากเงินให้ฟังอย่างละเอียด

“ผู้จัดการฉินจากโรงรับฝากเงินเป็นคนรู้จักเก่าแก่ของนายท่าน พอได้ยินว่าจวนผิงหยางโหวไม่ยอมรับของที่หายไป ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น”

“รีบสั่งให้คนไปแจ้งต่อทางการทันที”

“คนของทางการตรวจสอบบัญชีแล้วก็พากำลังไปสอบถามคนรับใช้หลายๆคนในจวนผิงหยางโหว ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเคยเห็นฮูหยินผิงหยางโหวนำแจกันสองใบนั้นไปส่งที่จวนกั๋วกงแล้ว”

……

ผิงหยางโหวฝืนยิ้มเพื่อส่งเจ้าหน้าที่กลับไป พอหันกลับมาก็หุบยิ้มลงทันที

“ไอ้ลูกที่ไม่มีสมองนั่นเล่า!”

เด็กรับใช้ตกใจจนตัวสั่น รีบตอบกลับไปว่า “คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่อยู่ที่เรือนของฮูหยินขอรับ”

ผิงหยางโหวทำหน้าบึ้งตึงเดินสับขาไปอย่างรวดเร็ว พอเหยียบเข้าไปในเรือนหลัง ก็เห็นใบหน้าของลู่จื้อที่ยังคงมีท่าทีสบายๆ ก็ยิ่งโกรธมากจนยกเท้าเตะเข้าไปที่แผ่นหลังของลูกชายทรพีอย่างแรง

“ท่านโหว!”

จังซื่อตกใจจนร้องเสียงหลงรีบเข้าไปพยุงลู่จื้อที่ล้มลงกับพื้นขึ้นมา

เมื่อเห็นหน้าผากของลูกชายสุดที่รักถลอกจนมีเลือดไหลก็ร้องเสียงหลงดังกว่าเดิม “เร็วเข้า! เร็วเข้า ไปตามหมอประจำจวนมาเร็ว!”

เมื่อเห็นว่ามีเลือดออก ผิงหยางโหวก็คลายความโกรธลงไปบ้าง

แต่ในหัวกลับคิดถึงแต่คำพูดของเจ้าหน้าที่ที่พูดว่าทั้งหมดห้าพันกว่าตำลึง ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง และชี้ไปที่จังซื่อแล้วด่าออกไป “ถ้าเจ้ามีความสามารถที่จะรับมือ ก็เอาเงินออกมาจ่ายเอง แต่ถ้าไม่มีก็พาเจ้าลูกเนรคุณนี้ไปขอโทษที่ตระกูลมู่ซะ!”

ทำเรื่องผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ผิงหยางโหวผิดหวังในตัวลู่จื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงกับคิดว่า ควรจะให้ลู่จื้อสืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อต่อดีหรือไม่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง