“จวิ้นจู่ ท่านอ๋องมาเจ้าค่ะ”
ชิงอู้ปรากฏกายขึ้น แล้วกระซิบที่ข้างหูของมู่เหยา
มู่เหยาประหลาดใจเล็กน้อย นางจึงให้หนิงจู๋พามู่เถาเถาไปพักผ่อน ส่วนตนเองก็คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปยังใต้ต้นไม้ในลานบ้าน
มู่เหยาประหลาดใจเล็กน้อย นางจึงให้หนิงจู๋พามู่เถาเถาไปพักผ่อน คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินไปยังใต้ต้นไม้ในลานบ้าน
ก็เห็นร่างสูงสง่าร่างหนึ่งกำลังมองต้นสาลี่ในลานของนาง ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใดอยู่
“เยี่ยนสวิน”
นางเอ่ยเรียกเขา ลมหายใจหอบกระเส่าเล็กน้อย
ชายหนุ่มหันกลับมา เมื่อเห็นว่านางสวมเสื้อผ้าบางเบาเพียงนี้ เขาก็ขมวดคิ้วแล้วก้าวเข้ามากุมมือนางไว้
“หนาวหรือไม่?”
มู่เหยายิ้มพลางส่ายหน้า รู้สึกฉงนเล็กน้อย “ท่านมาได้อย่างไร?”
สิ้นเสียงนั้น สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลง เหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด
ทันใดนั้น ความรู้สึกไม่สบายใจก็ผุดขึ้นในใจของมู่เหยา
“เป็นเรื่องของพี่หญิงสามของเจ้า ข้าเพิ่งได้รับข่าวก็รีบมาหาเจ้าทันที และได้ให้หมิงจู คนสนิทข้างกายท่านแม่ของข้าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว”
เมื่อได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหลันเยว่อิง หัวใจของมู่เหยาก็ดิ่งวูบลง
“นาง ไปที่ใดหรือ?”
“หอจู๋เซียง คืนนี้องค์รัชทายาทจะจัดงานเลี้ยงที่นั่น เชิญแขกเหรื่อมากมายไปร่วมดื่มสุรา พี่หญิงสามของเจ้าคงได้ยินเรื่องที่องค์รัชทายาทจะแต่งตั้งพระชายาแล้ว”
“คาดว่าคงต้องการไปฟังคำตอบ”
มู่เหยารู้สึกปวดศีรษอย่างมาก นางกระชับแขนเสื้อของเยี่ยนสวินแน่น “ตอนนี้ท่านพาข้าไปได้หรือไม่?”
เยี่ยนสวินรู้ว่านางกำลังกังวลเรื่องบาดแผลบนร่างกายของเขา จึงพยักหน้า แล้วถือโอกาสรวบเอวนางเข้ามา
“ชิงอู้ ไปแจ้งเรื่องนี้ให้ป้าสะใภ้และพี่หญิงรองที่เรือนข้าง”
ชิงอู้พยักหน้า
เยี่ยนสวินจึงโอบเอวนางไว้ “กอดให้แน่น”
มู่เหยาโอบรอบเอวของชายหนุ่ม พยายามผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุด
เสียงลมหวีดหวิวผ่านหูไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานทั้งสองก็ลงสู่พื้นดิน
“ท่านอ๋อง!”
ฉางชิงก้าวออก เมื่อเห็นมู่เหยาถอยออกมาจากอ้อมอกของท่านอ๋องของตน ในแววตาก็ฉายแววประหลาดใจอยู่บ้าง
“มู่จวิ้นจู่”
มู่เหยาพยักหน้า ไม่มัวเสียเวลา “พี่หญิงสามของข้าเล่า?”
ฉางชิงส่ายหน้า “แม่นางหมิงจูเข้าไปแล้ว แต่จนบัดนี้ยังไม่มีข่าวคราวส่งออกมา ข้าน้อยเองก็มิกล้าบุ่มบ่ามเข้าไป เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นสังเกตเห็นเข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่เหยาก็มิได้ลังเลแม้แต่น้อย นางก้าวเข้าไปในหอจู๋เซียงทันที
นางแสร้งทำเป็นว่าเดินซุ่มซ่ามเข้าไปในห้องส่วนตัวขององค์รัชทายาท ก้มหน้าลงต่ำ แล้วกล่าวขออภัย
“ขออภัย ข้าก้าวพลาดไปหน่อย”
ขณะพูด นางก็กวาดสายตามองโดยเร็ว แต่ก็ไม่เห็นเงาขององค์รัชทายาท
เนื่องจากมีฉากกั้นบังอยู่ คนที่มุงดูอยู่ด้านนอกจึงเห็นได้เพียงเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าร่ำไห้อยู่ข้างเตียงเท่านั้น
ส่วนอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้าง คือชายารองอีกนางหนึ่งที่เพิ่งเข้าจวนรัชทายาทเมื่อหลายปีก่อน
เวินอวิ๋น
นิสัยของเวินอวิ๋นหาได้อ่อนโยนสมชื่อไม่ ยิ่งเมื่อบิดาของนางได้เลื่อนยศจากทหารชั้นผู้น้อยขึ้นเป็นถึงรองแม่ทัพใหญ่ นางก็ยิ่งเหิมเกริมเชิดหน้ามองผู้อื่นอยู่เสมอ
“นังแพศยา!”
เวินอวิ๋นมองหลันเยว่อิงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ทั้งยังมีรอยจ้ำสีกุหลาบตามลำคอ ก็โกรธจนเงื้อมือขึ้น
ทว่าแขนยังไม่ทันฟาดลงมา ก็ถูกมือหนึ่งคว้าไว้เสียก่อน!
“ผู้ใดกัน กล้ามาขวางข้า!”
เวินอวิ๋นตวาดลั่น พอหันไปสบกับสายตาเย็นเยียบของมู่เหยา ก็ห้รู้สึกหวาดหวั่นในใจอยู่บ้าง
แต่เมื่อนึกถึงฐานะของตนในปัจจุบันและสถานการณ์ตรงหน้า ความกล้าก็พลันบังเกิดอีกครั้ง
มู่เหยาสะบัดมือนางออก พลางเหลือบมองคนที่คุกเข่าร้องไห้อยู่ข้างเตียงแล้วหลับตาลงด้วยความโกรธ
“ชายารองเวินโปรดระงับโทสะ เรื่องในวันนี้มีเงื่อนงำอยู่มาก มิสู้ไปดูอาการขององค์รัชทายาทก่อนจะดีกว่า”
เวินอวิ๋นเหลือบมองหลันเยว่อิงที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วมองมู่เหยา
แล้วเงื้อมมือออกไปตบหน้าหลันเยว่อิงอย่างรวดเร็ว!
ก่อนจะยกเท้าถีบนางจนล้มลงไปกองกับพื้น
“องค์รัชทายาทย่อมมีคนดูแลอยู่แล้ว แต่พี่สาวทางบ้านเดิมของมู่จวิ้นจู่ช่างกล้ายิ่งนัก ถึงกับลอบปีนเตียงองค์รัชทายาทขณะที่ทรงเมามาย! ไม่ทราบว่า... เรื่องนี้เป็นความตั้งใจของมู่จวิ้นจู่หรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...