น้ำเสียงของเวินอวิ๋นดังไม่เบา ทำให้ผู้คนข้างนอกได้ยินกันทั่ว
เมื่อได้ยินว่าสตรีที่ลอบขึ้นเตียงเป็นถึงคุณหนูตระกูลหลัน ทุกคนต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่
“ไหนว่ากันว่าคุณหนูตระกูลหลันเรียบร้อยสง่างามที่สุดมิใช่หรือ?”
“นั่นสิ นี่มัน...”
เยี่ยนสวินขมวดคิ้วมุ่น เดินออกจากมุมมืด พลางตวัดสายตาอันเย็นชาไปทั่วใบหน้าของทุกคน
“พวกเจ้าไม่มีอะไรทำกันหรือ?”
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด ฝูงชนที่มุงอยู่หน้าประตูก็สลายตัวไปในทันที
ทว่าแม้จะแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่คอยชำเลืองมองมาจากที่ไกล ๆ เป็นระยะ
“เฝ้าไว้”
ฉางชิงพยักหน้า ก่อนจะหันไปยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู คอยปรามทุกสายตาที่สอดส่องเข้ามา
ภายในห้อง
หลันเยว่อิงเอาแต่ร่ำไห้เสียงสะอื้น เสียงร้องไห้นี้จะจริงหรือเสแสร้ง มู่เหยาก็ไม่มีเวลาจะใส่ใจแล้ว
นางมองพี่หญิงสามผู้นี้ด้วยความรู้สึกซับซ้อน รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
“ชายารองเวิน เรื่องราวยังไม่ทันได้สืบสวนให้กระจ่าง เหตุใดท่านจึงปักใจเชื่อว่าพี่หญิงสามของข้าเป็นผู้กระทำการมิดีมิชอบเช่นนี้?”
เวินอวิ๋นยกมุมปากขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
“มู่จวิ้นจู่มิต้องรีบร้อนแก้ต่าง นิสัยขององค์รัชทายาทข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? พระองค์จะไปมองนังเด็กเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!”
“ต้องเป็นนางที่คิดไม่ซื่อ หวังจะไต่เต้าขึ้นสู่สวรรค์ จึงได้วางแผนการเช่นนี้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลันเยว่อิงจึงเงยหน้าขึ้น
ดวงตาทั้งสองข้างแดงเล็กน้อย ไม่เหมือนกับท่าทีของคนที่เพิ่งร้องไห้อย่างหนักเมื่อครู่
“ชายารองเวิน วันนี้ข้าก็ถูกคนวางแผนใส่เช่นกัน!”
เวินอวิ๋นกลอกตามองอย่างไม่สบอารมณ์ “จะถูกวางแผนใส่หรือไม่ รอให้องค์รัชทายาทตื่นขึ้นมาก็ย่อมรู้ ก่อนหน้านั้น เจ้าจงคุกเข่าอยู่ตรงนี้ให้ข้า!”
หลันเยว่อิงเม้มริมฝีปากพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกแม่เฒ่าที่เวินอวิ๋นพามา กดตัวลงไป
นางทำได้เพียงหันไปมองมู่เหยา “อาหน่วน?”
มู่เหยาทอดมองนาง พลางถอนหายใจในใจ
“ชายารองเวิน ให้สาวใช้ของข้าพานางไปจัดการเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเถิด”
เวินอวิ๋นเหลือบมองรอยที่คอของหลันเยว่อิง ไม่ต้องการให้องค์รัชทายาทมองเห็น จึงทำได้เพียงพยักหน้าให้แม่เฒ่า
หลันเยว่อิงจึงได้รับการปล่อยตัว ก่อนจะถูกชิงอู้พยุงไปยังห้องข้าง ๆ เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อกลับมา องค์รัชทายาทก็ฟื้นขึ้นมาแล้วเช่นกัน
ทันทีที่เห็นองค์รัชทายาทออกจากห้องด้านใน เวินอวิ๋นก็โผเข้าสู่อ้อมอกของเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “องค์ชาย สตรีตระกูลหลันผู้นี้ช่างไร้มารยาทสิ้นดี กล้าฉวยโอกาสที่ท่านเมามายลอบขึ้นเตียง หม่อมฉันเสียใจจนแทบจะขาดใจอยู่แล้วเพคะ”
คำพูดนี้เมื่อเอ่ยออกจากปากของหลันเยว่อิง ก็เจือความได้ใจอยู่หลายส่วน
มู่เหยาจึงหันไปมององค์รัชทายาทตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มยังคงสีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่หลันเยว่อิงพูดเลยแม้แต่น้อย
“พี่หญิงสาม”
หลันเยว่อิงเพิ่งจะรู้ตัวว่าน้ำเสียงของตนเมื่อครู่นั้นไม่เหมาะสม เมื่อเห็นแววตาที่โกรธเกรี้ยวของเวินอวิ๋น ก็รู้สึกร้อนรนในใจขึ้นมาทันที
“ชายารองเวิน ข้ามิได้มีเจตนาล่วงเกินเพคะ”
เวินอวิ๋นแค่นเสียงเย็นชา แล้วหันกลับไปนั่งลงข้างกายองค์รัชทายาท
ด้านนอกประตูมีเสียงของฉางชิงดังขึ้น
“ท่านอ๋อง นายท่านหลันกับฮูหยินมาขอรับ”
เยี่ยนสวินเหลือบมองหลันเยว่อิง “ให้พวกเขาเข้ามาเถิด”
สีหน้าของหลันเยว่อิงที่ยังคงสงบนิ่งเมื่อครู่ พลันฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
ทันทีที่หลันเอ้าเซวียนและซูโหรวเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นว่าหลันเยว่อิงเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว ก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
ใบหน้าของซูโหรวซีดเผือด หากไม่ได้มู่เหยาที่สายตาไวรีบลุกขึ้นไปประคองนางนั่งลง เกรงว่าคงเป็นหมดสติไปแล้ว
“ท่านอา ท่านอาสะใภ้” หลันเยว่อิงเอ่ยเรียกเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกผิด
หลันเอ้าเซวียนมีใบหน้าเย็นชาไม่ตอบรับ หากแต่ประสานมือคารวะองค์รัชทายาทซึ่งประทับอยู่ที่นั่งหลัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...