“เรื่องราวได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทจะทรงจัดการอย่างไรต่อไป?”
มู่เหยาส่งน้ำชาให้ซูโหรว พลางเอ่ยเสียงเบาว่า “ป้าสะใภ้ จิบชาสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ต้องเข้มแข็งไว้นะเจ้าคะ”
ซูโหรวพยักหน้า พียงแต่มือที่ถือจอกชานั้นสั่นเทาไม่หยุด
เห็นได้ชัดว่านางกำลังโกรธ
องค์รัชทายาทเหลือบมองหลันเยว่อิงที่ก้มหน้าต่ำ คล้ายกับถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
“เรื่องในวันนี้ ข้าจะทูลเสด็จพ่อให้ทรงทราบ และจะให้คำอธิบายแก่ตระกูลหลัน”
คำพูดนี้ถือเป็นการไว้หน้าตระกูลหลันแล้ว
ทว่าหลันเอ้าเซวียนและซูโหรวกลับมิได้รู้สึกยินดีเลย
“ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”
หลันเอ้าเซวียนกล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปมองหลันเยว่อิงด้วยสายตาเย็นชา “กลับไปกับข้า”
หลันเยว่อิงรีบลุกขึ้น เดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าซูโหรว พยายามฝืนยิ้มและทำท่าจะจับแขนเสื้อของนาง
“ท่านอาสะใภ้…”
ซูโหรววางจอกชาลงแล้วลุกขึ้นยืน เบี่ยงตัวหลบมือนาง “ขอบพระทัยองค์รัชทายาท เช่นนั้นพวกเราขอพานางกลับไปก่อน”
สิ้นเสียง ซูโหรวก็ตวัดสายตาเย็นชาไปยังหลันเยว่อิง
“ตามมา”
หลันเยว่อิงยังคงตกตะลึงกับการที่ซูโหรวเบี่ยงตัวหลบมือนาง เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนวันวานที่เคยรักใคร่เอ็นดู ความน้อยเนื้อต่ำใจพลันก่อตัวขึ้นในอก
นางเดินตามหลังซูโหรวจากไปด้วยขอบตาที่แดงก่ำ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ไม่รบกวนเวลาที่องค์รัชทายาทจะเสด็จเข้าวังแล้วเพคะ ขอทูลลา”
มู่เหยาย่อกายคารวะผู้ที่อยู่บนที่นั่งหลัก แล้วเหลือบมองเยี่ยนสวิน ก่อนจะเดินตามหลังหลันเอ้าเซวียนออกไป
เยี่ยนสวินกลับส่งยิ้มอย่างมีความหมายให้องค์รัชทายาท
“ดูท่าช่วงนี้องค์รัชทายาทจะทรงหละหลวมไปหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่เรื่องเพียงเท่านี้ยังทรงตกหลุมพรางได้ วันหน้าคงต้องระวังให้มากขึ้น จะได้ไม่ถูกผู้ใดลอบวางแผนอีก”
คำพูดนี้ ทำให้แววตาขององค์รัชทายาทฉายประกายมืดมน
เขามองแผ่นหลังของเยี่ยนสวินที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป แล้วหรี่ตาลง
คนผู้นี้รู้ตัวแล้วงั้นหรือ?
“องค์ชาย…”
เสียงของเวินอวิ๋นขัดจังหวะความคิดของอวิ๋นจี้
เขาตวัดสายตาเย็นชาไปยังสตรีข้างกายทันที “ไสหัวกลับไป”
ใบหน้าของเวินอวิ๋นซีดเผือด ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้อีก
นางรีบลุกขึ้นพาแม่เฒ่าออกจากหอจู๋เซียงไป
เมื่อไร้ผู้คนอยู่ในห้อง รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของอวิ๋นจี้ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเย็นชา
สายตาของเขาทอดมองไปยังกระถางกำยาน ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น
“จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้”
องครักษ์เงาปรากฏกายขึ้นทันที แล้วหยิบกระถางกำยานจากไปอย่างรวดเร็ว
“หรือกระทั่ง...” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เยี่ยนสวินก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “หรืออาจจะยุยงให้พี่หญิงสามของเจ้าไปตามหา”
มู่เหยาเองก็เข้าใจดีว่า คำพูดของเยี่ยนสวินไม่ใช่การกล่าวเกินจริง
นี่คือสิ่งที่รัชทายาทสามารถทำได้
“ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องในวันนี้ ท่านลุงกับป้าสะใภ้ต้องผิดหวังในตัวพี่สามอย่างแน่นอน”
“หากในอนาคตนางปรับปรุงตัว ความสัมพันธ์ที่แตกร้าวในวันนี้ก็อาจจะกลับมาดีดังเดิมได้...”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่พอนึกถึงท่าทีของหลันเยว่อิงในวันนี้แล้ว
มู่เหยาก็รู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก
เมื่อลงจากรถม้าและมองส่งเยี่ยนสวินจนลับสายตา มู่เหยาจึงหันกายมุ่งหน้าไปยังจวนสกุลหลัน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สวนหลังจวน ก็เห็นลี่จื่อถูกจับกดไว้บนม้านั่งยาวและกำลังถูกโบย
หลันเยว่อิงคุกเข่าอยู่ด้านข้าง ทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“ป้าสะใภ้ หากตีต่อไปเช่นนี้ ลี่จื่ออาจจะถึงตายได้นะเจ้าคะ”
ลี่จื่อเป็นเพียงสาวใช้ตัวเล็ก ๆ จะไปขวางหลันเยว่อิงที่ฝึกวรยุทธ์ได้อย่างไร
มู่เหยารีบเข้าไปขอความเมตตา
เมื่อเห็นว่าเป็นนางที่มา สีหน้าเย็นชาของซูโหรวจึงอ่อนลงเล็กน้อย พลางโบกมือให้บ่าวที่กำลังลงมือ
บ่าวรับใช้จึงรีบถอยออกไปทันที
“หนิงจู๋ พาลี่จื่อไปหาหมอประจำจวน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...