น้ำเสียงของซูโหรวเย็นชา นางหันไปกล่าวกับแม่เฒ่าหน้าตาดุดันที่อยู่ด้านหลัง
เดิมทีหลันเยว่อิงยังไม่ใส่ใจเท่าใดนัก แต่เมื่อได้ยินซูโหรวเรียกหาแม่เฒ่าหวัง หัวใจของนางก็หล่นวูบ
“ท่านปู่! ท่านปู่! ท่านมิใช่รักข้าที่สุดหรอกหรือ ข้าผิดไปแล้ว ท่านช่วยพูดกับท่านอาสะใภ้เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ!”
แม่เฒ่าหวังผู้นี้เป็นคนที่เคร่งครัดในกฎระเบียบอย่างยิ่ง หากให้นางมาเป็นผู้ควบคุมดูแลแล้ว
นางจะลอบเกียจคร้านได้หรือ?
หากต้องคุกเข่าทุกวัน เช่นนี้เข่าของนางจะไม่พังหรือไร!
“ตระกูลหลันของข้า ไม่มีลูกหลานที่ไม่เห็นแก่หน้าตาของวงศ์ตระกูล เห็นแก่ตัว กระทั่งกล่าววาจาทำร้ายผู้อื่นเช่นเจ้า!”
นายท่านหลันแค่นเสียงเย็นชา แววตาที่มองไปยังหลันเยว่อิงปราศจากความรักใคร่เอ็นดูดังเช่นวันวานอีกต่อไป
หากเรื่องในวันนี้บานปลายออกไป
ตระกูลหลันย่อมไม่มีวันสงบสุขเป็นแน่
แม้จะมีคำเตือนจากองค์รัชทายาทและฉู่อ๋องก็ตาม แต่ข่าวลือเหล่านั้นก็ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วทั้งเมืองหลวง
ตระกูลหลันมิได้มีเพียงหลัยเยว่อิงเป็นลูกหลานเพียงคนเดียว
จากการกระทำของนางในวันนี้ เกรงว่าแม้แต่หลันอิ๋งที่แต่งเข้าไปยังจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว ก็อาจจะถูกนางลากเข้าไปพัวพันด้วย
ต้องถูกผู้คนนินทาลับหลัง!
ชื่อเสียงที่ตระกูลหลันหลายชั่วอายุคนพากเพียรสั่งสมมาในเจียงหนาน ต้องมาพังทลายลงในพริบตาเพราะหลันเยว่อิง!
“ท่านปู่?”
สีหน้าของหลันเยว่อิงตื่นตระหนก นางคุกเข่าคลานเข้าไปเบื้องหน้า แล้วคว้าชายเสื้อของนายท่านหลันไว้แน่น
“ท่านปู่ คำพูดของท่านหมายความว่าไม่ต้องการเยว่อิงแล้วหรือเจ้าคะ?”
นายท่านหลันยังคงมีใบหน้าเย็นชาไม่ตอบรับ ทว่ากลับสะบัดชายเสื้อออกจากมือนางอย่างแรง
เป็นการยอมรับโดยนัยแล้ว
ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจของหลันเยว่อิง นางมองไปยังคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ข้างกายนายท่านหลันโดยสัญชาตญาณ
แต่ทั้งหลันเอ้าเซวียนและซูโหรวกลับมีสีหน้าเฉยชา ยามเห็นนางมองมาถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการตัดขาดความสัมพันธ์
เมื่อเห็นเช่นนั้น
นางจึงมองไปยังหลันชิวเหิงอย่างสิ้นไร้หนทาง น้ำตาไหลรินด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ท่านพ่อ ท่านก็ไม่ต้องการเยว่อิงแล้วหรือเจ้าคะ?”
แววตาของหลันชิวเหิงฉายแววความเศร้าอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหลับตาลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เยว่อิง ครอบครัวนี้ไม่ได้มีเจ้าเป็นลูกเพียงคนเดียว การกระทำของเจ้าในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อพวกเราตระกูลหลัน แต่ยังรวมถึงตระกูลหลันที่เจียงหนานด้วย”
“เกียรติยศชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน มาวันนี้ถือว่าจบสิ้นลงที่เจ้าแล้ว”
“พ่อเพียรสั่งสอนเจ้ามาตั้งแต่เล็ก ว่าเรื่องใดที่ไม่ควรกระทำก็อย่าได้ยุ่งเกี่ยวแม้เพียงครึ่งส่วน แต่เจ้าก็ยังทำลงไป เจ้ามิใช่ไม่รู้ แต่เจ้าทำไปเพื่อตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาต่อวงศ์ตระกูลอีกต่อไป”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ รอจนเจ้าออกเรือนไปแล้ว วันหน้าก็อย่าได้ไปมาหาสู่กันอีกเลย”
มาถึงขั้นนี้แล้ว หลันชิวเหิงยังคงพยายามอธิบายเหตุผลให้บุตรสาวผู้นี้ฟัง
หลันชิวเหิงเอ่ยขึ้น “หากเจ้ากล้าลงมือในจวน ข้าก็ไม่ถือสาที่จะทำลายวรยุทธ์ของเจ้า”
วาจาประโยคนี้ของน้องชายทำให้แม้แต่หลันเอ้าเซวียนและซูโหรวยังต้องตกตะลึง
นับประสาอะไรกับหลันเยว่อิง
แม่เฒ่าหวังไม่เปิดโอกาสให้หลันเยว่อิงได้เอ่ยคำใดอีก นางนำแม่เฒ่าคนอื่นมัดร่างของหลันเยว่อิงแล้วลากไปยังศาลบรรพชนทันที
ภายในลานเงียบสงัดลงชั่วขณะ
ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากพูดจา
ท้ายที่สุด เสียงถอนหายใจของนายท่านหลันก็ทำลายความเงียบงันนี้ลง
ประโยคนั้นช่างทำร้ายจิตใจคนฟังเหลือเกิน!
ขนาดหลันเอ้าเซวียนยังรู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างยิ่ง ยิ่งมิต้องพูดถึงมู่เหยาผู้ซึ่งเป็นคนที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง
“ซูโหรว เจ้าพาซีเอ๋อร์ไปดูอาการอาหน่วนเถิด เรื่องของเยว่อิง ข้าจะปรึกษากับท่านพ่อและน้องชายเอง”
“เจ้าค่ะ”
ซูโหรวไม่ลังเล นางรีบร้อนพาหลันซีไปยังเรือนข้าง ๆ ทันที
นายท่านหลันเหลือบมองบุตรชายทั้งสองคน ก่อนจะหันหลังเดินไปยังห้องตำรา
ทั้งสามคนนั่งอยู่ในห้องตำรา ไม่นานก็ตกลงเรื่องการจัดการหหลันเยว่อิงได้
“อย่างไรเสียนางก็เป็นสตรีของตระกูลหลัน ในทะเบียนวงศ์ตระกูลก็ให้คงเหลือไว้เพียงชื่อ ทว่าต้องกำชับลูกหลานรุ่นหลังมิให้ไปมาหาสู่กับนาง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...