เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 271

ซูโหรวและคนอื่นๆขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดนั้นของนาง ตั้งใจจะเดินเข้าไปพูดอะไรบางอย่าง

เเต่ก็ถูกนายท่านหลันห้ามไว้ด้วยสายตา “อาหน่วนรับมือเองได้ เรื่องของคนรุ่นใหม่ ถ้าพวกเจ้าเข้าไปยุ่ง จะยิ่งทำให้พวกเขาเคียดเเค้นอยู่ในใจ”

ซูโหรวและคนอื่นๆทำได้เพียงยืนอยู่กับที่เเละเฝ้าดู

มู่เหยาเห็นสีหน้าโกรธเคืองบนใบหน้าของนาง ก็รู้สึกขบขัน

“คุณหนูสามหลันทำไมถึงคิดเช่นนั้น ถ้าข้าเป็นคนใจแคบจริงๆ วันนี้จะยอมให้คุณหนูสามเเต่งเข้าไปยังจวนไท่จื่อได้อย่างไร”

คำว่าคุณหนูสามที่เรียกซ้ำๆ ทำให้รู้สึกเย็นชาอย่างยิ่ง

ทำให้หลันเย่ว์อิงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

เเต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าไร้อารมณ์ของมู่เหยา ความรู้สึกที่ตึงเครียดในใจของหลันเย่ว์อิงก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง!

นางสะบัดมือที่ถูกเถาฮวาประคองออก เเละเชิดหน้าเดินเข้าไป “จวิ้นจู่ ตอนนี้ข้าคือชายารองของไท่จื่อ ตามธรรมเนียมแล้ว เจ้าควรจะทำความเคารพข้าไม่ใช่หรือ”

เสียงอึกทึกภายในลานบ้านก็เงียบลงทันที

สายตาของทุกคนจับจ้องที่ทั้งสองคน

แม้แต่มู่หลันชงที่ปกติสุขุม เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตวาดออกมา “หลันเย่ว์อิง! เจ้ากำลังทำอะไร!”

หลันเย่ว์อิงแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว สะบัดมือที่มู่หลันชงกำลังดึงนางออกไป “จวิ้นจู่จะไม่ทำตามกฏระเบียบใช่ไหม!”

มู่เหยาเงยหน้ามองนาง

หากทำตามกฏระเบียบจริงๆ นางก็เป็นเพียงจวิ้นจู่ที่มาจากตระกูลอื่น เมื่อเทียบกับชายารองของไท่จื่อแล้ว

เจอหน้าก็ต้องทำความเคารพมากกว่าเล็กน้อย

“ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้เป็นชายาของจวนฉู่อ๋อง!” หลันเย่ว์อิงพูดเสียงดัง

ดูเหมือนว่า ถ้าวันนี้มู่เหยาไม่ทำความเคารพ ดูท่านางจะไม่ยอมไป

เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของมู่เหยาก็ไม่มีความโกรธเลยเเม้เเต่น้อย

นางเพียงเเค่มองไปที่หลันเย่ว์อิงเเล้วยิ้มอย่างเงียบๆ

เวลาค่อยๆผ่านไป ซูโหรวเดินเข้าไปเตือนสติ “หลันเย่ว์อิง ใกล้ถึงเวลาเเล้ว ถ้าเจ้าไม่ไป ไท่จื่อลงโทษขึ้นมา เกรงว่าตำเเหน่งชายารองของเจ้าก็ยากที่จะรักษาไว้”

หลันเย่ว์อิงกัดฟัน ความโกรธนี้ไม่สามารถระงับได้เลย

วันนี้นางจะต้องอยู่เหนือกว่ามู่เหยาให้ได้!

“งั้นก็ไม่ไป! ถ้าไท่จื่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าเเน่นอน!”

คำพูดนี้เเน่วเเน่มาก

ราวกับว่านางเป็นชายาเอกของไท่จื่อเสียเอง

มู่เหยาเลิกคิ้วขึ้น “ดีเลย งั้นเรามาดูกันว่า ไท่จื่อจะทิ้งชายาเอกของเขา เเล้วมาให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหรือเปล่า”

ชายาเอกสามคำหลุดออกมา

สีหน้าดื้อรั้นของหลันเย่ว์อิงก็เเข็งทื่อในทันทีดูเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วันนี้ชายาเอกของไท่จื่อก็เข้าวังด้วยเช่นกัน

เมื่อนึกถึงผลที่ตามมาหากนางพลาดฤกษ์ดี ก็ทำได้เพียงจ้องมองมู่เหยาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนเเรง

“ข้าไม่มีอะไรต้องเสียใจ”

หลันเย่วอิงพึมพำ เหมือนกำลังให้กำลังใจตัวเอง

เมื่อเกี้ยวเคลื่อนที่ออกไปไกล ตระกูลหลันก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

“อีกสามวันจะกลับมาเยี่ยมบ้าน ไท่จื่อคงไม่มาด้วย เพราะต้องไปที่ตระกูลเฉิน”

หลันเฉินทำท่าให้คนรับใช้โปรยซองอั่งเปาที่เตรียมไว้ เเล้วหันหลังเดินกลับไปก่อน

“อื่อ อาหน่วนไม่ต้องมาก็ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

ซูโหรวดึงมือของมู่เหยาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าของนางที่ดูสงบ ก็โล่งใจ

“อื่อ ข้ารู้เเล้ว”

จวนหลันกลับมาสู่ความสงบเหมือนเดิม ไม่มีใครพูดถึงหลันเย่วอิงอีก

และตามความเห็นของนายท่าน ข่าวที่ตระกูลหลันได้ทอดทิ้งหลันเย่ว์อิงก็เเพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง

ผู้คนจำนวนมากต่างพูดถึงเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน เพราะใครๆก็อยากดูเรื่องตลกของคนอื่น

มู่เหยากลับมาถึงจวนโหว

หลังจากมองมู่หลันชงที่เดินจากไป นางก็กลับไปนั่งใต้ต้นเเพรในลานบ้านอย่างเงียบๆ

มองดูต้นไม้ที่ไร้ใบเเละสภาพอากาศที่เริ่มเย็นลง

นางรวบผ้าคลุมตัวโดยไม่รู้ตัว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง