“ดูเหมือนว่าอีกไม่นานก็จะถึงช่วงก่อนปีใหม่เเล้ว การเเต่งงานของจวิ้นจู่กับฉู่อ๋องก็ใกล้เข้ามาเเล้ว”
หนิงจู๋ยื่นชาอุ่นๆให้ พร้อมกับพูดหยอกล้อ
“ใช่เเล้ว ลองนับดูเเล้วก็เหลืออีกเเค่เดือนครึ่งเอง”
มู่เหยาถอนหายใจเเละดื่มชาอุ่นๆเข้าไปหนึ่งอึก ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
ข้างหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น นางไม่ได้หันหลังไป เเต่ยื่นชาร้อนในมือให้กับหนิงจู๋
“ทังฮูหยินวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
ทันทีที่ทังหลันกำลังจะพูด นางก็เหลือบมองเเผ่นหลังของสาวน้อยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“จวิ้นจู่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า”
มู่เหยาเผยรอยยิ้มบางเบา แล้วหันกลับมามองสำรวจนางตั้งเเต่หัวจรดเท้า “ดูเหมือนว่าทังฮูหยินวันนี้จะดีทีเดียว ได้ไปพบสามีเเละลูกๆของเจ้าเเล้วหรือยัง”
ทังหลันลูบกำไลทองที่เพิ่งซื้อมาบนข้อมือของนางโดยไม่รู้ตัว เเละมีความทะนงตัวมากขึ้น
“ได้ไปเจอมาเเล้วเจ้าค่ะ”
“ตอนนี้ข้าเพิ่งจะเห็นใบหน้าของครอบครัวข้าได้ชัดเจน เเต่ก็ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่คุณหนูสามตระกูลหลันออกไปข้างนอก ได้พบกับลูกสาวที่ไม่ได้ความของข้าด้วย”
มู่เหยาขมวดคิ้ว “มู่หยางไปที่จวนสกุลหลันหรือ”
เมื่อเห็นทังหลันพยักหน้า มู่เหยาก็มองไปที่หนิงจู๋
หนิงจู๋เข้าใจความหมาย จึงออกไปสอบถามสถานการณ์กับลี่จื่อที่กำลังพักฟื้นอยู่
“จวิ้นจู่มีคำสั่งอื่นอีกหรือไม่”
ทังหลันพูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข
สายตาที่มองมาทางมู่เหยาเหลือเพียงความโลภ
ความหมายนั้นชัดเจนมาก
ชิงอู้เม้มปาก ภายใต้การพยักหน้าของมู่เหยา นางนำเงินออกจากถุงผ้าหลายตำลึง เเล้ววางลงในมือของทังหลัน
เมื่อเห็นเงินเพียงเเค่สิบตำลึง รอยยิ้มของทังหลันก็ดูฝืนๆเล็กน้อย
มู่เหยาดูออกว่านางต้องการจะพูดอะไร จึงชิงพูดขึ้นก่อนว่า “เงินที่ข้าให้เจ้า จะให้ตามข่าวที่เจ้าให้ข้า ดังนั้นเจ้าคงจะเข้าใจว่าต่อไปควรจะให้ข่าวแบบไหนกับข้า”
พอทังหลันได้ยินดังนั้น รอยยิ้มที่จางหายไปเมื่อครู่ ก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้งทันที
“แน่นอนแน่นอน จวิ้นจู่วางใจได้ ข่าวหลังจากนี้รับรองจะทำให้ท่านพอใจ”
พูดจบ นางก็ถือเงินเตรียมจะจากไป
มู่เหยาคิดอะไรได้ จึงเรียกนางไว้
“รอเดี๋ยว”
ทังหลันหันกลับมาเเละมองนางด้วยความสงสัย “จวิ้นจู่มีคำสั่งอะไรอีกเจ้าคะ”
“ข้าต่ำต้อยหรือ ถ้าพวกเจ้าคิดว่าข้าต่ำต้อย ก็อย่ามานั่งกินขนมจิบชาในเรือนของข้าสิ!”
มู่หยางเห็นว่าทังหลันกำลังจะทะเลาะกับมู่จวินเหิงอีกครั้ง จึงรีบเข้าไปปลอบ
“ท่านเเม่ ท่านพ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เเต่ว่าก่อนนี้จวิ้นจู่ไม่ดีกับท่านไม่ใช่หรือ เเล้วทำไมตอนนี้ถึงให้ทั้งเรือน ทั้งกำไลกับท่านล่ะ”
ทังหลันไม่ได้สังเกตุเห็นการลองเชิงในคำพูดของมู่หยาง เเละส่ายหน้าด้วยท่าทีภาคภูมิใจ “ก็ข้าเก่งไง จวิ้นจู่ยังไงก็อยู่ในมือของข้า!”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางดูไม่มีอะไร มู่หยางเเละมู่จวินเหิงก็แอบมองหน้ากัน เเล้วก็โล่งใจ
“ท่านเม่ ในเมื่อท่านสามารถหลอกเอาของจากจวิ้นจู่ได้ ทำไมไม่หาเงินมาให้เยอะๆหน่อย จะได้ให้ข้าออกไปอวดบารมีบ้าง”
ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของทังหลันก็มืดครึ้มลงทันที
“พวกเจ้าคิดว่ามันของ่ายๆเหรอ เรื่องอะไรก็ปิดบังข้าหมดไม่พูด ตอนนั้นก็ไม่มีใครช่วยขอความเห็นใจเลยสักคน คิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือไง”
พูดจบ ทังหลันก็สะบัดมือที่มู่เทียนชื่อกำลังพยายามประจบออก
เเล้วหันไปเรียกสาวใช้ข้างนอกให้ไล่คนพวกนี้ออกไป
“ท่านเเม่ เรื่องคราวก่อนพวกเราผิดเอง เเต่ท่านก็ต้องเห็นใจพวกเราบ้างสิ…เอาล่ะ ต่อไปพวกเรามีอะไรจะบอกท่านทั้งหมด เเละท่านก็จะได้ช่วยพวกเราสืบเรื่องจากทางจวิ้นจู่ด้วย”
มู่หยางรู้จักนิสัยของทังหลันดี
หากมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกนาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...