เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 272

“ดูเหมือนว่าอีกไม่นานก็จะถึงช่วงก่อนปีใหม่เเล้ว การเเต่งงานของจวิ้นจู่กับฉู่อ๋องก็ใกล้เข้ามาเเล้ว”

หนิงจู๋ยื่นชาอุ่นๆให้ พร้อมกับพูดหยอกล้อ

“ใช่เเล้ว ลองนับดูเเล้วก็เหลืออีกเเค่เดือนครึ่งเอง”

มู่เหยาถอนหายใจเเละดื่มชาอุ่นๆเข้าไปหนึ่งอึก ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น

ข้างหลังมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น นางไม่ได้หันหลังไป เเต่ยื่นชาร้อนในมือให้กับหนิงจู๋

“ทังฮูหยินวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

ทันทีที่ทังหลันกำลังจะพูด นางก็เหลือบมองเเผ่นหลังของสาวน้อยตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

“จวิ้นจู่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า”

มู่เหยาเผยรอยยิ้มบางเบา แล้วหันกลับมามองสำรวจนางตั้งเเต่หัวจรดเท้า “ดูเหมือนว่าทังฮูหยินวันนี้จะดีทีเดียว ได้ไปพบสามีเเละลูกๆของเจ้าเเล้วหรือยัง”

ทังหลันลูบกำไลทองที่เพิ่งซื้อมาบนข้อมือของนางโดยไม่รู้ตัว เเละมีความทะนงตัวมากขึ้น

“ได้ไปเจอมาเเล้วเจ้าค่ะ”

“ตอนนี้ข้าเพิ่งจะเห็นใบหน้าของครอบครัวข้าได้ชัดเจน เเต่ก็ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่คุณหนูสามตระกูลหลันออกไปข้างนอก ได้พบกับลูกสาวที่ไม่ได้ความของข้าด้วย”

มู่เหยาขมวดคิ้ว “มู่หยางไปที่จวนสกุลหลันหรือ”

เมื่อเห็นทังหลันพยักหน้า มู่เหยาก็มองไปที่หนิงจู๋

หนิงจู๋เข้าใจความหมาย จึงออกไปสอบถามสถานการณ์กับลี่จื่อที่กำลังพักฟื้นอยู่

“จวิ้นจู่มีคำสั่งอื่นอีกหรือไม่”

ทังหลันพูดพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข

สายตาที่มองมาทางมู่เหยาเหลือเพียงความโลภ

ความหมายนั้นชัดเจนมาก

ชิงอู้เม้มปาก ภายใต้การพยักหน้าของมู่เหยา นางนำเงินออกจากถุงผ้าหลายตำลึง เเล้ววางลงในมือของทังหลัน

เมื่อเห็นเงินเพียงเเค่สิบตำลึง รอยยิ้มของทังหลันก็ดูฝืนๆเล็กน้อย

มู่เหยาดูออกว่านางต้องการจะพูดอะไร จึงชิงพูดขึ้นก่อนว่า “เงินที่ข้าให้เจ้า จะให้ตามข่าวที่เจ้าให้ข้า ดังนั้นเจ้าคงจะเข้าใจว่าต่อไปควรจะให้ข่าวแบบไหนกับข้า”

พอทังหลันได้ยินดังนั้น รอยยิ้มที่จางหายไปเมื่อครู่ ก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้งทันที

“แน่นอนแน่นอน จวิ้นจู่วางใจได้ ข่าวหลังจากนี้รับรองจะทำให้ท่านพอใจ”

พูดจบ นางก็ถือเงินเตรียมจะจากไป

มู่เหยาคิดอะไรได้ จึงเรียกนางไว้

“รอเดี๋ยว”

ทังหลันหันกลับมาเเละมองนางด้วยความสงสัย “จวิ้นจู่มีคำสั่งอะไรอีกเจ้าคะ”

“ข้าต่ำต้อยหรือ ถ้าพวกเจ้าคิดว่าข้าต่ำต้อย ก็อย่ามานั่งกินขนมจิบชาในเรือนของข้าสิ!”

มู่หยางเห็นว่าทังหลันกำลังจะทะเลาะกับมู่จวินเหิงอีกครั้ง จึงรีบเข้าไปปลอบ

“ท่านเเม่ ท่านพ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เเต่ว่าก่อนนี้จวิ้นจู่ไม่ดีกับท่านไม่ใช่หรือ เเล้วทำไมตอนนี้ถึงให้ทั้งเรือน ทั้งกำไลกับท่านล่ะ”

ทังหลันไม่ได้สังเกตุเห็นการลองเชิงในคำพูดของมู่หยาง เเละส่ายหน้าด้วยท่าทีภาคภูมิใจ “ก็ข้าเก่งไง จวิ้นจู่ยังไงก็อยู่ในมือของข้า!”

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางดูไม่มีอะไร มู่หยางเเละมู่จวินเหิงก็แอบมองหน้ากัน เเล้วก็โล่งใจ

“ท่านเม่ ในเมื่อท่านสามารถหลอกเอาของจากจวิ้นจู่ได้ ทำไมไม่หาเงินมาให้เยอะๆหน่อย จะได้ให้ข้าออกไปอวดบารมีบ้าง”

ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของทังหลันก็มืดครึ้มลงทันที

“พวกเจ้าคิดว่ามันของ่ายๆเหรอ เรื่องอะไรก็ปิดบังข้าหมดไม่พูด ตอนนั้นก็ไม่มีใครช่วยขอความเห็นใจเลยสักคน คิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือไง”

พูดจบ ทังหลันก็สะบัดมือที่มู่เทียนชื่อกำลังพยายามประจบออก

เเล้วหันไปเรียกสาวใช้ข้างนอกให้ไล่คนพวกนี้ออกไป

“ท่านเเม่ เรื่องคราวก่อนพวกเราผิดเอง เเต่ท่านก็ต้องเห็นใจพวกเราบ้างสิ…เอาล่ะ ต่อไปพวกเรามีอะไรจะบอกท่านทั้งหมด เเละท่านก็จะได้ช่วยพวกเราสืบเรื่องจากทางจวิ้นจู่ด้วย”

มู่หยางรู้จักนิสัยของทังหลันดี

หากมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกนาง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง