เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 274

ภายใต้การสั่งของพี่รอง มู่เหยาจึงหันข้าง เผยให้เห็นไหล่อีกข้างหนึ่ง

ปล่อยให้นางช่วยยืดเส้นยืดสายให้

“ยิ่งร่างกายอ่อนแอเท่าไร ก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้แข็งแรงสิ พี่รองวางใจได้เลย ข้าจะไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยจนยืนไม่ไหวแน่นอน”

เห็นว่าเด็กคนนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้ว หลันซีย่อมไม่ห้ามนางไม่ให้ทำ

“ตกลง ในช่วงสองสามวันนี้ข้าจะเก็บน้ำมันดอกคำฝอยไว้ให้ เจ้าก็ให้หนิงจู๋พวกนางช่วยนวดให้เจ้าหลังอาบน้ำตอนกลางคืน”

“จะได้ไม่หมดแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

มู่เหยารับคำพร้อมรอยยิ้ม และพูดจาไพเราะขึ้น “ข้ารู้ ว่าพี่รองดีกับข้าที่สุด รักเเละเอ็นดูข้าที่สุดแล้ว!”

คำพูดและน้ำเสียงแบบนี้ ทำให้ใบหน้าที่เย็นชาของหลันซีมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นไม่น้อย

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในห้อง เสียงของลุงหวังก็ดังขึ้นจากนอกประตู

“จวิ้นจู่ องค์หญิงซูหรงเชิญท่านเข้าวังไปพูดคุย”

บรรยากาศที่เคยสนุกสนานภายในห้องพลันเย็นลงทันทีเพราะข่าวนี้

หลันซีส่งสัญญาณให้หนิงจู๋กับคนอื่นๆเเต่งตัวให้มู่เหยา ส่วนนางก็ก้าวออกจากประตูไปก่อน

“คนรออยู่ข้างนอกหรือ”

ลุงหวังพยักหน้า สีหน้าลำบากใจ “มามาบอกว่า ได้เตรียมเกี้ยวเล็กไว้รอจวิ้นจู่เเล้ว”

หลันซีขมวดคิ้วเเน่นขึ้น “ดูท่าอาหน่วนไม่ไปคงไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงซูหรง คิดจะทำอะไรอีก”

ครั้งก่อนที่เชิญไป เเม้มู่เหยาจะไม่ได้ไป

เเต่ของขวัญที่ส่งไปก็เป็นสมุนไพรบำรุงสุขภาพ ทั้งหมดไม่มีอะไรผิดพลาดเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองคนก็ไม่ได้สนิทสนมกันเลย

พูดตามเหตุผล ครั้งที่เเล้วที่ไม่ไป องค์หญิงซูหรงก็น่าจะเข้าใจว่าไม่อยากจะไปพบปะใกล้ชิด

เเต่คราวนี้กลับจงใจให้มามาจากวังหลวงติดตามมาด้วย ถ้าไม่ไป มีเเต่จะโดนไทเฮาในวังท่านนั้นลงโทษ!

“อาหน่วน ระวังตัวหน่อย”

“ยาที่ข้าให้เจ้าพกไปก่อนหน้านี้ อย่าลืมพกไปนะ เห็นท่าไม่ดีก็กินสะ”

มู่เหยาพยักหน้า แล้วพาคนไปที่ห้องโถงด้านหน้า

เห็นมามาที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ ไม่ใช่ใครอื่น เเต่เป็นหลิวมามาที่อยู่ข้างกายไทเฮา

“หลิวมามา”

นางย่อตัวเคารพต่อคนที่มา

หลิวมามายิ้มเเย้มเเล้วลุกขึ้น “จวิ้นจู่พูดเกินไปเเล้ว รีบตามบ่าวเข้าวังเถิด ไม่เเน่ว่าอาจจะได้พูดคุยกับคุณหนูสามจากตระกูลท่านด้วย”

มู่เหยาชะงักฝีเท้า

เกือบจะทันทีที่นางเข้าใจว่างานเลี้ยงในวันนี้คืองานอะไร!

“จวิ้นจู่คิดจะปกป้องพี่สาวจากตระกูลเเม่ของเจ้าหรือ”

ตอนนี้องค์หญิงซูหรงลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปข้างกายมู่เหยาอย่างรวดเร็ว ดึงเเขนเสื้อของนาง เเละกล่าวด้วยน้ำเสียงเเผ่วเบา “มู่จวิ้นจู่อย่าแม้แต่จะคิดขอความเมตตาเลย”

“ชายารองมาเข้าเฝ้าในวันนี้ ไม่ระวังทำถ้วยชาที่ไทเฮาทรงโปรดเเตก ไทเฮาจึงให้นางเรียนรู้กฏระเบียบให้ดี”

พูดจบ ก็ไม่เปิดโอกาสให้มู่เหยาพูดอะไร เเล้วพูดเสียงดังพลางลากนางไปนั่งข้างๆ

“มู่จวิ้นจู่ไม่ต้องกังวล เชิญนั่งพักก่อนเถอะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น

มู่เหยามองหลันเย่ว์อิง เเละแอบมองไทเฮาอีกครั้ง

นางรู้ดีว่าหากตอนนี้ขอความเมตตา ไทเฮาจะไม่เพียงไม่ปล่อยตัวนางไป เเต่ไม่เเน่ว่าจะลงโทษหลันเย่ว์อิงรุนเเรงขึ้นอีก

ตอนนี้จึงทำได้เพียงเเค่กลืนคำขอความเมตตากลับไป

ในตอนนี้เฉินเสวี่ยลุกขึ้นยืน คุกเข่าข้างกายหลันเย่ว์อิง “ขอไทเฮาโปรดให้อภัยชายารองด้วยเพคะ หม่อมฉันจะอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวดในภายหน้า จะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกอย่างเเน่นอนเพคะ”

ไทเฮามองเฉินเสวี่ย สีหน้าก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เเต่พอคิดถึงว่าหลันเย่ว์อิงใช้วิธีใดถึงได้เป็นชายารองของไท่จื่อ ก็รู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก!

“ตระกูลหลันนี่ก็เเปลก บังเอิญมีคนหยาบคายได้เเต่งเข้าจวนไท่จื่อ ช่างสะเพร่าอะไรเช่นนี้ ไม่รู้เลยว่ากฏระเบียบของตระกูลหลันสอนกันมายังไง”

คำพูดของไทเฮาเต็มไปด้วยการเสียดสี เเทบจะเหยียดหยามตระกูลหลันจนติดดิน!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง