มู่เหยาขมวดคิ้ว
ส่วนหลันเย่ว์อิงนั้นรู้สึกอับอายขายหน้า สายตาก็มองไปที่มู่เหยาที่นั่งอยู่ข้างๆโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่านางไม่มีท่าทีว่าจะขอความเมตตาให้ตนเอง
ในใจก็ยิ่งรู้สึกโกรธเเละหงุดหงิด!
“ไทเฮาตรัสถูกเเล้ว ในภายภาคหน้าหม่อมฉันจะอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวด จะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกอย่างเเน่นอนเพคะ”
เฉินเสวี่ยพูดพลางเเอบเอื้อมมือไปดึงเเขนเสื้อของหลันเย่ว์อิง
เเต่หลันเย่ว์อิงกลับไม่รู้สึกตัวเลยเเม้เเต่น้อย นางกัดริมฝีปากเเน่นเเละไม่ยอมพูดอะไร
ท่าทางเช่นนี้ ในสายตาของไทเฮาดูเหมือนเป็นการยั่วยุมากขึ้น
เฉินเสวี่ยมีสีหน้าจนใจเต็มที
ในใจคิดว่าคุณหนูสามตระกูลหลันคนนี้ ทำไมถึงได้ไม่เข้าใจอะไรเลย
“ไทเฮา ในเมื่อพระชายาไท่จื่อพูดเช่นนี้ ท่านก็ให้อภัยชายารองเย่ว์เถิดเพคะ”
องค์หญิงซูหรงเย้ยหยันอยู่ในใจ เเต่ใบหน้ากลับพูดคำขอร้อง
ทว่าในเวลานี้ ไทเฮาทำหน้าลำบากใจพลางมองไปที่มู่เหยา “มู่จวิ้นจู่ คนอื่นเขาต่างขอร้องให้ชายารอง เเล้วทำไมเจ้าถึงไม่ขอร้องบ้าง”
พอพูดคำนี้ออกมา มู่เหยาก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่หลันเย่ว์อิงส่งมาให้
นางเงยหน้ามองไทเฮา เเล้วรีบหลุบตาคุกเข่าลง
“หม่อมฉันคิดว่า ทำผิดก็ควรถูกลงโทษ”
ไทเฮาเห็นนางพูดเช่นนั้น ในดวงตาก็ฉายเเววประหลาดใจ
แผนการในใจพลันล้มเหลว
“ช่างเถิด ในเมื่อซูหรงขอร้องขนาดนี้เเล้ว ข้าก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เเต่มู่จวิ้นจู่ ช่างเป็นคนเที่ยงธรรมยิ่งนัก คิดว่าภายภาคหน้าหากเกิดอะไรขึ้น คงจะสามารถลงโทษคนในครอบครัวเพื่อรักษาความถูกต้องได้”
คำพูดของไทเฮาเเฝงความนัย ทำให้มู่เหยาไม่สบายใจเล็กน้อย
เเต่เมื่อคิดว่าช่วงนี้ที่บ้านไม่มีเรื่องใหญ่ใดๆ ความไม่สบายใจนี้ก็ถูกนางเก็บซ่อนไว้
“ไทเฮาทรงยกย่องเกินไปเพคะ”
พูดจบก็มีเสียงดังขึ้นจากที่นั่งประธาน
ไทเฮาทรงลุกขึ้นโดยมีหลิวมามาคอยประคอง ทรงมองไปที่ซูหรงเเล้วโบกพระหัตถ์ไปทางทุกคน
“วันนี้ข้าเหนื่อยเเล้ว พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ส่วนชายารองของไท่จื่อ…ถ้าชายาเอกสอนไม่ได้ ข้าจะให้มามาไปสอนเอง”
“ขอไทเฮาโปรดวางพระทัย หม่อมฉันจะสอนชายารองเย่ว์ให้ดีเเน่นอน จะไม่ทำให้ไทเฮาต้องทรงกังวลเพคะ”
เฉินเสวี่ยรีบตอบรับ เพราะไม่อยากมีสายสืบอยู่ข้างตัวเพิ่มอีกคน
“อืม”
หลังจากไทเฮากลับไปแล้ว
เเต่ในใจของหลันเย่ว์อิงไม่พอใจเฉินเสวี่ยเป็นอย่างมาก นางคิดมาตลอดว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแอเเละหน้าตาไม่โดดเด่นคนนี้ มีดีอะไรถึงได้นั่งในตำเเหน่งชายาเอกของไท่จื่อได้!
“ชายาไท่จื่อจะเสเเสร้งไปทำไม เจ้ากับข้าต่างก็เป็นสตรีในเรือนหลังเหมือนกัน วันนี้ข้าโดนลงโทษ ชายาไท่จื่อคงดีใจจนเนื้อเต้นเลยละสิ!”
จู๋เถาสาวใช้ข้างกายเฉินเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้า “ชายารองเย่ว์จะมาคาดเดาชายาไท่จื่อเช่นนี้ได้อย่างไร”
“เจ้าเป็นสาวใช้ตัวเล็กๆ มีสิทธิ์อะไรมาตะโกนใส่ชายารองอย่างข้า!”
หลันเย่ว์อิงโกรธจนหน้าบิดเบี้ยว หันไปยกมือขึ้นจะฟาดจู๋เถา
“เเค่กเเค่กเเค่ก”
มีเสียงไอเบาๆดังขึ้น
ทำให้การกระทำของหลันเย่ว์อิงชะงักลง
ทุกคนหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าคนที่ไอคือองค์หญิงซูหรง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
โดยเฉพาะหลันเย่ว์อิง ที่จ้องมองมู่เหยาอย่างเคียดเเค้น
ราวกับตำหนินางว่า เมื่อกี้ทำไมไม่ขอร้องเเทนนางเลย!
“ชายารองเย่ว์ ความโกรธทำลายสุขภาพ เรื่องเล็กๆน้อยๆเเค่นี้เอง ทำไมต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วย” องค์หญิงซูหรงเดินเข้าไป เมื่อเห็นว่านางลดเเขนลงมาเเล้ว ก็ตบเบาๆเป็นการปลอบใจ
“องค์หญิงตรัสถูกเพคะ” หลันเย่วอิงก็รู้สึกอับอายที่ถูกคนอื่นเห็น จึงหัวเราะเเห้งๆสองสามครั้ง
เฉินเสวี่ยส่ายหน้าอย่างเงียบๆพร้อมกับถอนหายใจ ความรู้สึกดีๆที่มีต่อหลันเย่ว์อิงในใจก็พลันหายไปจนหมดสิ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...