แล้วจึงหันไปมองมู่เหยาที่เดินตามหลังองค์หญิงซูหรงเข้ามา
“มู่จวิ้นจู่”
ต่อหน้าผู้อื่น ทั้งสองย่อมแสร้งทำเป็นไม่คุ้นเคยกัน
ทว่าองค์หญิงซูหรงที่ดึงตัวหลันเยว่อิงมานั่งในศาลาอุ่น เมื่อเห็นทั้งสองทักทายกันเช่นนั้น ก็มีประกายลึกลับวูบผ่านดวงตา
“จวิ้นจู่และไท่จื่อเฟยก็เข้ามานั่งข้างในเถิด ข้างนอกลมแรง”
ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปในศาลาอุ่น ความหนาวเย็นโดยรอบก็คลายลงไปมาก
“ข้าเติบโตมาโดยไม่มีสหายเล่นข้างกายเลย อิจฉานิสัยร่าเริงสดใสเช่นชายารองเยว่ที่สุด ต่อไปชายารองเยว่ต้องเข้าวังมาพูดคุยกับข้าบ่อย ๆ เล่า”
องค์หญิงซูหรงจับมือของหลันเยว่อิงพลางแย้มยิ้ม วาจาสนิทสนมอย่างยิ่ง
หากผู้ใดไม่รู้ คงคิดว่าพวกนางเป็นพี่น้องที่รู้จักกันมานานแล้ว
ไหนเลยจะดูออกว่านี่คือการพบกันครั้งแรก?
หลันเยว่อิงได้ยินดังนั้นก็พองโตด้วยความภาคภูมิใจ หันหน้าไปทางมู่เหยาโดยเจตนา “หม่อมฉันกับองค์หญิงรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานาน รู้สึกว่าองค์หญิงดีต่อหม่อมฉันยิ่งกว่าคนที่ได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์เป็นญาติเสียอีก!”
คำพูดนี้ตั้งใจพูดให้มู่เหยาได้ยินอย่างชัดเจน
มู่เหยาแค่นยิ้มในใจ แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย
ภาพนั้นทำให้หลันเยว่อิงรู้สึกอึดอัดในอก
อาศัยช่วงที่องค์หญิงและไท่จื่อเฟยออกไปเด็ดดอกไม้นอกศาลาอุ่น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองมู่เหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าอยากเห็นข้าขายหน้านักใช่หรือไม่ ถึงไม่ยอมทูลขอความเมตตาแทนข้าต่อหน้าไทเฮา!”
มู่เหยาขมวดคิ้ว ในแววตามีเพียงความไม่เข้าใจ
“ปกติชายารองเยว่อยู่ที่จวน ก็น่าจะทราบดีว่าไทเฮาไม่โปรดข้า หากข้าเอ่ยปากขอความเมตตาให้ท่าน เกรงว่าไทเฮาจะยิ่งตำหนิท่านหนักขึ้น เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ ชายารองเยว่มองไม่ออกเชียวหรือ?”
หลันเยว่อิงถึงกับพูดไม่ออกกับคำโต้กลับของนาง
นางจ้องมู่เหยาอยู่เนิ่นนาน ก็นึกหาคำมาโต้แย้งไม่ได้
ทันใดนั้นก็คิดถึงเรื่องที่ไทเฮาตำหนินางในวันนี้ จึงมองไปยังมู่เหยาอีกครั้ง “ข้าก็ว่าทำไมวันนี้ตอนพบไทเฮาครั้งแรก ไทเฮาถึงทรงมีท่าทีเกรี้ยวกราดกับข้านัก”
“ที่แท้ก็เป็นเพราะมู่จวิ้นจู่นี่เอง ในเมื่อไทเฮาไม่โปรดเจ้า ย่อมไม่โปรดข้าไปด้วย ต่อไปเส้นทางของข้าต้องยากลำบาก จวิ้นจู่ช่างมีแผนการที่หลักแหลมยิ่งนัก!”
คำพูดเหล่านี้ ทำให้มู่เหยาโกรธจนเจ็บหน้าอก
นางลุกขึ้นยืน แล้วตวาดด้วยสีหน้าเย็นชา
“ท่านก็มีเหตุผลที่ไม่เข้าท่าของท่านเสมอ เพียงเพราะในใจท่านเกลียดชังข้า ก็เลยโยนความผิดทุกอย่างมาให้ข้า”
“คำสั่งสอนของท่านลุงรองและป้าสะใภ้ตั้งแต่เล็ก ท่านลืมไปหมดจริง ๆ หรือ!”
เมื่อพูดถึงตระกูลหลัน หลันเยว่อิงก็นึกถึงข่าวลือที่ได้ยินในวันนี้ขึ้นมาได้ จึงตบโต๊ะลุกขึ้นยืนทันที
“ตระกูลหลันนับว่าเป็นอะไร บัดนี้ข้าเป็นถึงชายารององค์รัชทายาทเชียวนะ!”
“มู่เหยา ข้าจะถามเจ้า เรื่องที่ตระกูลหลันบอกว่าจะตัดขาดกับข้า เป็นเจ้าที่ยุยงส่งเสริมใช่หรือไม่!”
มู่เหยาตกใจ เป็นคนแรกที่รีบเลิกม่านวิ่งตรงไปยังต้นเสียงที่กำลังโกลาหล
แล้วเห็นเฉินเสวี่ยเองก็กระอักเลือดสดออกมาคำหนึ่ง แล้วล้มลงไปกองกับพื้น!
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า แม้แต่มู่เหยาก็ยังตกตะลึงจนยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่
ไม่ต้องพูดถึงหลันเยว่อิงที่หวาดกลัวจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง นางได้แต่มองคนทั้งสองที่กระอักเลือดจนสิ้นสติไปด้วยแววตาเหม่อลอย
“เกิด เกิดเรื่องอันใดขึ้น...”
น้ำเสียงของหลันเยว่อิงสั่นเทา ขยับตัวถอยหนีไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัว
เสียงของนางทำให้มู่เหยาได้สติกลับคืนมา นางรีบปรี่เข้าไปตรวจสอบอาการของคนทั้งสองก่อน
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ดูอย่างละเอียด ไทเฮาซึ่งได้รับข่าวแล้วก็รีบเสด็จมาพร้อมกับเหล่านางกำนัล
เมื่อเห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างชัดเจน
ไทเฮาก็ทรงตวาดด้วยความพิโรธทันที “ยังไม่รีบไปตามหมอหลวงมาอีก!”
เมื่อหันกลับมา สายตาที่เฉียบคมของนางก็กวาดมองไปที่คนทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้าง แววตาเย็นชาลงในทันที
“ทหาร! ไปตรวจสอบอาหารและสิ่งของทั้งหมดที่องค์หญิงและไท่จื่อเฟยแตะต้อง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องหาตัวคนลอบวางยามาให้ข้าให้จงได้!”
เหล่าองครักษ์รีบเข้ามานำของทุกอย่างภายในศาลาอุ่นออกไปทันที
หลันเยว่อิงลุกขึ้นยืนด้วยความช่วยเหลือของเถาฮวา พลางมองร่างของคนทั้งสองที่ถูกหามออกไปด้วยความหวาดผวาขวัญเสีย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...