เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 278

“ทูลไทเฮา หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”

ไทเฮาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงแล้วนวดคลึงหว่างคิ้ว

ขณะที่รอหลิวมามาออกมานั้นเอง

ข่าวที่ว่าองค์หญิงซูหรงและไท่จื่อเฟยทรงถูกพิษก็แพร่สะพัดไปถึงตำหนักเฟิ่งอี๋แล้วเช่นกัน

เป็นเวลาเดียวกับที่ฮ่องเต้กำลังเสวยอาหารกลางวันอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งอี๋พอดี เมื่อได้ยินขันทีน้อยทูลรายงาน ก็รีบเสด็จมายังตำหนักโซ่วคังพร้อมกับเซียวฮองเฮาทันที

“ฝ่าบาทและฮองเฮาเสด็จ!”

เสียงแหลมเล็กของหลี่กงกงดังมาจากหน้าประตูตำหนัก

มู่เหยาพลันลุกขึ้นคุกเข่าทำความเคารพ

เมื่อเห็นฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จมาด้วยกัน ไทเฮาก็ขมวดคิ้วแล้วเสด็จไปด้านหน้า “ฝ่าบาทมาแล้ว”

ฮ่องเต้มองมู่เหยาที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะเสด็จไปประทับยังตำแหน่งหลัก

ไทเฮาและเซียวฮองเฮาจึงนั่งลงที่นั่งสองฟากฝั่งของฮ่องเต้

“เราได้ยินว่าที่ตำหนักโซ่วคังเกิดเรื่องขึ้น จึงรีบมาดู องค์หญิงกับไท่จื่อเฟยเป็นอย่างไรบ้าง?”

เวินชิงรีบเดินออกมาจากด้านใน แล้วทูลรายงานเรื่องราวเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียด จากนั้นจึงกล่าวว่า “นางกำนัลกำลังช่วยกันทำให้อาเจียนพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่พิษร้ายแรงนัก เกรงว่าร่างกายขององค์หญิงและไท่จื่อเฟยจะทนไม่ไหว”

“เกรงว่าคงต้องสลบไปหลาายวันกว่าจะฟื้นพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวฮองเฮาถอนหายใจโล่งอก “ไม่มีอันตรายถึงชีวิตก็ดีแล้ว แล้วสืบหาตัวผู้ลงมือวางยาได้หรือไม่?”

ทันทีที่สิ้นเสียง

หลิวมามาก็เดินออกมาจากห้องด้านข้างพอดี

นางคุกเข่าลงกลางท้องพระโรงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะ

บนฝ่ามือปรากฏห่อยาผงสีแดงกุหลาบวางอยู่อย่างชัดเจน

มู่เหยารู้สึกตกใจ

“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮา และไทเฮา ของสิ่งนี้ค้นเจอจากบนกายของชายารองเยว่เพคะ ดูคล้ายกับผงดอกเหมยที่ท่านหมอหลวงกล่าวถึงเพคะ”

เมื่อได้ยินว่าของสิ่งนั้นค้นเจอจากบนกายของหลันเยว่อิง มือของมู่เหยาที่วางอยู่บนหัวเข่าก็กำแน่นขึ้น

“หมอหลวงเวิน เจ้าลองดูว่าใช่หรือไม่”

ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่ง

เวินชิงรีบเข้าไปตรวจสอบทันที หลังจากพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงลองดมกลิ่นดู

จากนั้นจึงประสานมือคารวะต่อเบื้องบน “ทูลฝ่าบาท ใช่ของที่ทำให้องค์หญิงและไท่จื่อเฟยทรงถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ!”

“นำตัวคนมา!”

ไทเฮาตวาดลั่นด้วยความพิโรธ

องครักษ์หลายนายจึงคุมตัวหลันเยว่อิงเข้ามาในท้องพระโรง

ว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือแผนการที่วางไว้

ไทเฮาใจร้อนเกินไปแล้ว นางหารู้ไม่ว่าวาจาเพียงประโยคเดียว ก็ได้เผยพิรุธของเรื่องนี้ออกมาแล้ว

“ทำตามที่ฮองเฮาว่า นำตัวไปขังไว้ก่อน เรื่องนี้เราจะให้ศาลต้าหลี่เป็นผู้ไต่สวนเอง”

ไทเฮาคิ้วขมวด ยังคิดจะพูดอะไรบางอย่างอีก

แววตาของฝ่าบาทฉายแววเย็นเยียบ “เสด็จแม่ไปดูแลซูหรงก่อนเถิด หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของชายารองเยว่เพียงผู้เดียวจริง เราจะมอบความเป็นธรรมให้เสด็จแม่แน่นอน”

แม้จะพูดช่นนั้น แต่ในใจของไทเฮาย่อมไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ นางก็ไม่มีโอกาสโต้แย้งได้อีก

“ไม่นะ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ นะ...”

พอหลันเยว่อิงคิดว่าตนเองจะต้องถูกนำตัวไปขังคุกหลวง นางก็หวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

หลี่กงกงสะบัดแส้ปัดฝุ่นในมือ

องครักษ์ที่อยู่ก่อนหน้าจึงก้าวเข้ามา หมายจะลากตัวหลันเยว่อิงที่ไม่ยอมขยับออกไป

หลันเยว่อิงดิ้นรนสุดชีวิต ปากก็ร้องตะโกนว่าตนบริสุทธิ์ หางตาก็เหลือบไปเห็นมู่เหยาที่นั่งนิ่งเงียบมาโดยตลอด นางจึงกรีดร้องออกมาสุดเสียง “น้องหญิงมู่! น้องหญิงมู่ช่วยข้าด้วย!”

เสียงเรียกน้องหญิงมู่คำแล้วคำเล่า หากเป็นในกาลก่อน มู่เหยาย่อมต้องออกหน้าขัดขวางโดยไม่สนสิ่งใด

หรืออาจถึงขั้นโต้แย้งอย่างแข็งขัน ทูลขอให้ฝ่าบาทมอบหมายเรื่องนี้ให้นางเป็นผู้สืบสวน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง