“ทูลไทเฮา หม่อมฉันเข้าใจเพคะ”
ไทเฮาปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงแล้วนวดคลึงหว่างคิ้ว
ขณะที่รอหลิวมามาออกมานั้นเอง
ข่าวที่ว่าองค์หญิงซูหรงและไท่จื่อเฟยทรงถูกพิษก็แพร่สะพัดไปถึงตำหนักเฟิ่งอี๋แล้วเช่นกัน
เป็นเวลาเดียวกับที่ฮ่องเต้กำลังเสวยอาหารกลางวันอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งอี๋พอดี เมื่อได้ยินขันทีน้อยทูลรายงาน ก็รีบเสด็จมายังตำหนักโซ่วคังพร้อมกับเซียวฮองเฮาทันที
“ฝ่าบาทและฮองเฮาเสด็จ!”
เสียงแหลมเล็กของหลี่กงกงดังมาจากหน้าประตูตำหนัก
มู่เหยาพลันลุกขึ้นคุกเข่าทำความเคารพ
เมื่อเห็นฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จมาด้วยกัน ไทเฮาก็ขมวดคิ้วแล้วเสด็จไปด้านหน้า “ฝ่าบาทมาแล้ว”
ฮ่องเต้มองมู่เหยาที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะเสด็จไปประทับยังตำแหน่งหลัก
ไทเฮาและเซียวฮองเฮาจึงนั่งลงที่นั่งสองฟากฝั่งของฮ่องเต้
“เราได้ยินว่าที่ตำหนักโซ่วคังเกิดเรื่องขึ้น จึงรีบมาดู องค์หญิงกับไท่จื่อเฟยเป็นอย่างไรบ้าง?”
เวินชิงรีบเดินออกมาจากด้านใน แล้วทูลรายงานเรื่องราวเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียด จากนั้นจึงกล่าวว่า “นางกำนัลกำลังช่วยกันทำให้อาเจียนพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่พิษร้ายแรงนัก เกรงว่าร่างกายขององค์หญิงและไท่จื่อเฟยจะทนไม่ไหว”
“เกรงว่าคงต้องสลบไปหลาายวันกว่าจะฟื้นพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวฮองเฮาถอนหายใจโล่งอก “ไม่มีอันตรายถึงชีวิตก็ดีแล้ว แล้วสืบหาตัวผู้ลงมือวางยาได้หรือไม่?”
ทันทีที่สิ้นเสียง
หลิวมามาก็เดินออกมาจากห้องด้านข้างพอดี
นางคุกเข่าลงกลางท้องพระโรงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะ
บนฝ่ามือปรากฏห่อยาผงสีแดงกุหลาบวางอยู่อย่างชัดเจน
มู่เหยารู้สึกตกใจ
“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮา และไทเฮา ของสิ่งนี้ค้นเจอจากบนกายของชายารองเยว่เพคะ ดูคล้ายกับผงดอกเหมยที่ท่านหมอหลวงกล่าวถึงเพคะ”
เมื่อได้ยินว่าของสิ่งนั้นค้นเจอจากบนกายของหลันเยว่อิง มือของมู่เหยาที่วางอยู่บนหัวเข่าก็กำแน่นขึ้น
“หมอหลวงเวิน เจ้าลองดูว่าใช่หรือไม่”
ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่ง
เวินชิงรีบเข้าไปตรวจสอบทันที หลังจากพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงลองดมกลิ่นดู
จากนั้นจึงประสานมือคารวะต่อเบื้องบน “ทูลฝ่าบาท ใช่ของที่ทำให้องค์หญิงและไท่จื่อเฟยทรงถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ!”
“นำตัวคนมา!”
ไทเฮาตวาดลั่นด้วยความพิโรธ
องครักษ์หลายนายจึงคุมตัวหลันเยว่อิงเข้ามาในท้องพระโรง
ว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือแผนการที่วางไว้
ไทเฮาใจร้อนเกินไปแล้ว นางหารู้ไม่ว่าวาจาเพียงประโยคเดียว ก็ได้เผยพิรุธของเรื่องนี้ออกมาแล้ว
“ทำตามที่ฮองเฮาว่า นำตัวไปขังไว้ก่อน เรื่องนี้เราจะให้ศาลต้าหลี่เป็นผู้ไต่สวนเอง”
ไทเฮาคิ้วขมวด ยังคิดจะพูดอะไรบางอย่างอีก
แววตาของฝ่าบาทฉายแววเย็นเยียบ “เสด็จแม่ไปดูแลซูหรงก่อนเถิด หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของชายารองเยว่เพียงผู้เดียวจริง เราจะมอบความเป็นธรรมให้เสด็จแม่แน่นอน”
แม้จะพูดช่นนั้น แต่ในใจของไทเฮาย่อมไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ นางก็ไม่มีโอกาสโต้แย้งได้อีก
“ไม่นะ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ นะ...”
พอหลันเยว่อิงคิดว่าตนเองจะต้องถูกนำตัวไปขังคุกหลวง นางก็หวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
หลี่กงกงสะบัดแส้ปัดฝุ่นในมือ
องครักษ์ที่อยู่ก่อนหน้าจึงก้าวเข้ามา หมายจะลากตัวหลันเยว่อิงที่ไม่ยอมขยับออกไป
หลันเยว่อิงดิ้นรนสุดชีวิต ปากก็ร้องตะโกนว่าตนบริสุทธิ์ หางตาก็เหลือบไปเห็นมู่เหยาที่นั่งนิ่งเงียบมาโดยตลอด นางจึงกรีดร้องออกมาสุดเสียง “น้องหญิงมู่! น้องหญิงมู่ช่วยข้าด้วย!”
เสียงเรียกน้องหญิงมู่คำแล้วคำเล่า หากเป็นในกาลก่อน มู่เหยาย่อมต้องออกหน้าขัดขวางโดยไม่สนสิ่งใด
หรืออาจถึงขั้นโต้แย้งอย่างแข็งขัน ทูลขอให้ฝ่าบาทมอบหมายเรื่องนี้ให้นางเป็นผู้สืบสวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...