เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 28

ผู้ที่พูดคนนั้นก็คือมารดาของลู่ยวนซึ่งก็คือเพื่อนเล่นวัยเด็กของผิงหยางโหวนั่นเอง ปัจจุบันนางเป็นอนุภรรยาของผิงหยางโหว มีนามว่าหลิวหว่านชุน

“บอกมาแล้ว พรุ่งนี้เริ่มไปได้ขอรับ”

มุมปากของหลิวหว่านชุนยกขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวราวกับต้นหอมค่อยๆ หยิบใบไม้ที่ร่วงขึ้นมา “จังซื่อเป็นแค่คนโง่เขลาคนหนึ่ง ลูกชายที่เลี้ยงมาก็โง่เง่าเช่นกัน”

“อดทนมาตั้งหลายปี ฉกฉวยโอกาสนี้โผล่หน้าไปให้ท่านพ่อของเจ้าเห็นบ่อยๆ และนั่งตำแหน่งซื่อจื่อให้มั่นคง”

“ส่วนเรื่องทางฝั่งตระกูลมู่...เจ้าห้ามไปทำให้คุณหนูตระกูลมู่ขุ่นเคืองใจเด็ดขาด แม้ตอนนี้ตระกูลมู่จะเหลือเพียงแค่นางผู้เดียว แต่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหลันซื่อก็จะเข้ามาเมืองหลวงแล้ว คนเหล่านั้นที่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลมู่ต่างเห็นแก่หน้าหลันซื่อกันทั้งสิ้น ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ใครมารังแกคนของตระกูลมู่ได้ตามอำเภอใจแน่นอน

ลู่ยวนเลิกคิ้วขึ้น “ลูกเข้าใจแล้วขอรับ”

หลิวหว่านชุนโบกมือเล็กน้อย ลู่ยวนจึงหันหลังเดินจากไป และกลับไปอ่านหนังสือที่ห้องหนังสือต่อ

และก็ให้เด็กรับใช้นำเรื่องที่ผิงหยางโหวอนุญาตให้เขาไปห้องหนังสือในวันนี้ไปแพร่กระจายออกไปเท่านั้น

เมื่อบางคนได้ยินข่าวนี่ย่อมจะกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด และเมื่อกระวนกระวายมากๆ ก็จะก่อเรื่องมากขึ้น

โอกาสของเขาก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย!

และคนที่กระวนกระวายใจคนนั้นแน่นอนว่าก็คือจังซื่อนั่นเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคนลือว่าผิงหยางโหวสั่งให้ลู่ยวนเริ่มไปห้องหนังสือตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นางก็หน้าซีดเผือดจนเซล้มลงไปที่พื้น

โชคดีที่แม่นมฟังตาไวคว้าตัวไว้ได้ทัน

“เจ้าว่าท่านโหวผิดหวังในตัวจื้อเอ๋อร์จริง ๆ ใช่หรือไม่ ถึงสนับสนุนลูกที่เกิดจากนางคนต่ำช้าจากเรือนหว่านชุนขึ้นมา?”

แม่นมฟังจับมือจังซื่อกลับด้วยเป็นห่วง “ฮูหยิน ไม่ว่าท่านโหวจะคิดอย่างไร สิ่งสำคัญที่ท่านต้องทำในตอนนี้คือหยุดข่าวลือภายนอกให้เงียบลงก่อน เรารีบรวบรวมเงินไปให้คุณหนูตระกูลมู่ดีกว่าเจ้าค่ะ!”

“ส่วนเรื่องทางเรือนหว่านชุน ฮูหยินจะจัดการเมื่อไรก็ย่อมได้ ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเจ้าค่ะ”

จังซื่อพยายามข่มความกังวลไว้ในใจลง และสีหน้าก็พลันเฉียบคมขึ้นมา

“คนตระกูลมู่ไม่มีใครดีสักคนจริง ๆ ตอนนี้ในจวนคงไม่มีเงินจำนวนเท่านั้นให้เอาออกมาได้...”

จังซื่อครุ่นคิดดู ในที่สุดก็กัดฟันสั่งให้แม่นมฟังไปเตรียมรถม้าเพื่อกลับไปที่บ้านเดิมตน

และแน่นอนว่าต้องถูกทางบ้านเดิมอบรมยกใหญ่ แต่โชคดีที่หาเงินมาได้แล้ว

นางไม่สนว่าจะมืดค่ำเพียงใด จังซื่อให้คนตรงไปที่จวนมู่เลยทันที

นางจงใจให้แม่นมฟังตะโกนเสียงดังๆที่หน้าประตูจวนมู่

มู่เหยามองนางด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ฮูหยิน ที่นี่คือตระกูลมู่ของข้า ไม่ใช่จวนผิงหยางโหว”

จังซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อตั้งสติได้ก็ทำหน้าบึ้งตึง “เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ควรไม่เคารพผู้อาวุโสเช่นนี้ ช่างเป็นพวกมีแม่ให้กำเนิด แต่หาได้มีแม่คอยอบรมสั่งสอนไม่!”

คำพูดเพิ่งจะพูดออกจากปาก จังซื่อก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่เย็นเฉียบหลายสายตาพุ่งมาทางตนอย่างรวดเร็ว จนนางถึงกับตัวสั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง และเผลอกำแขนของแม่นมฟังแน่นโดยไม่รู้ตัว

แม่นมฟังเองก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน ฮูหยินลืมสิ่งที่ไม่ควรพูดไปได้อย่างไร

“คุณหนูมู่ ฮูหยินของพวกเราพลั้งปากไปชั่วครู่ ขอคุณหนูอย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ”

มู่เหยาทอดสายตาลงต่ำ และเป่าชาในถ้วยเบาๆ โดยไม่ตอบแม่นมฟัง

เห็นชัดๆ ว่านางโกรธเข้าแล้ว

เมื่อเห็นคนของตนเองถูกปฏิบัติเช่นนี้ สีหน้าของจังซื่อก็บึ้งตึงมากยิ่งขึ้น และคิดในใจว่ากลับไปจะต้องปล่อยข่าวลืออะไรออกไปสักหน่อย จะได้สั่งสอนมู่เหยาผู้ที่ไม่มีมารยาทและไร้การอบรมสั่งสอนผู้นั้น!

“แม่นมฟัง ยังไม่รีบส่งเงินคืนให้คุณหนูมู่อีก! จะได้ไม่ต้องไปรบกวนทางการ ใครไม่รู้มาเห็นเข้าคงนึกว่าจวนผิงหยางโหวของเราก่อเรื่องน่าอับอายอันใดไว้!”

น้ำเสียงของจังซื่อเต็มไปด้วยความประชดประชัน แต่มู่เหยาก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน และยิ้มบางๆ ให้นาง “ลำบากฮูหยินจริง ๆ เจ้าค่ะ”

“เรื่องที่ไปรบกวนทางการก็ไม่ใช่ความตั้งใจของข้าตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะคุณชายใหญ่ของท่านไม่ยอมรับว่ามีของหายไปไม่ครบ ข้าจึงต้องไปสอบถามที่โรงรับฝากเงิน ไม่คิดว่าเรื่องจะไปถึงทางการ เป็นข้าเองที่เสียมารยาทเกินไป”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง