คำพูดนี้ช่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่จังซื่อยังหาข้อตำหนิติเตียนไม่ได้
ได้แต่ทำตามน้ำ ฝืนยิ้มแห้งๆ สองครั้ง
“นับเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม?”
มู่เหยามองไปที่หนิงจู๋ที่เดินเข้ามา เมื่อเห็นว่านางพยักหน้าให้ จึงหันไปมองจังซื่อและยิ้มบางๆให้ “นี่ก็ดึกมากแล้ว ข้าจะไปส่งฮูหยินที่หน้าประตูนะเจ้าค่ะ”
สีหน้าของจังซื่อเสียอย่างเห็นได้ชัด แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่อาจระบายออกมาได้ ทำได้เพียงลุกขึ้นส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขุ่นเคือง แล้วสะบัดแขนเสื้อหนึ่งทีก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องหรอก! ข้าเกรงว่าจะไม่เป็นมงคล!”
แต่เดินไปได้สองสามก้าวแล้วก็ยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหรือเสียงขอโทษจากข้างหลัง จังซื่อก็หันกลับไปด้วยความสงสัย
และก็เห็นว่ามู่เหยายังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวไปไหนเลย!
คงเป็นเพราะเห็นนางมองมามู่เหยาจึงกะพริบตาปริบๆให้ “ในเมื่อฮูหยินบอกว่าไม่เป็นมงคล ข้าก็ไม่ควรเข้าใกล้จะดีกว่า ฮูหยินเชิญตามสบายเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้า!” จังซื่อโกรธจนพูดไม่ออก นางยกนิ้วชี้หน้านางด้วยมือที่สั่นระริกๆ ตอนที่หันหลังกลับก็เสียงฟึดฟัดอย่างไม่พอใจดังกว่าเดิม
รอจนกระทั่งฮูหยินจวนผิงหยางโหวที่โกรธเกรี้ยวเดินจากออกไปแล้ว มู่เหยาจึงนั่งลงจิบชาต่อ
ไม่นานลุงหวังก็เดินเข้ามา
“คุณหนู ส่งคนออกไปเรียบร้อยแล้ว ข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ข้างนอกพวกเราต้องชี้แจงหน่อยไหมขอรับ?”
มู่เหยาพยักหน้า “พูดอะไรสองสามคำก็พอ ที่เหลือไม่ต้องสนใจ”
“จริงสิ ทางฝั่งทางตาของข้ามีข่าวอะไรส่งมาบ้างไหม?”
เพื่อที่จะได้รับข่าวสารได้เร็วที่สุด นางใช้ม้าเร็วที่เร็วที่สุดในเมืองหลวงเชียวนะ ตามหลักแล้วตอนนี้ก็น่าจะมีข่าวตอบกลับมาบ้างแล้ว
ลุงหวังส่ายหน้า “พรุ่งนี้บ่าวไปถามดูให้ไหมขอรับ?”
มู่เหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ “ไม่ต้องหรอก คาดว่าท่านตาคงยังไม่ได้รับ รออีกสองวันเถอะ”
ถ้าจดหมายไปถึงแล้วและท่านตาเห็นจดหมายของนางแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ตอบกลับ เกรงว่าคงจะยังไม่ได้รับ
เมื่อสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวมู่เหยาก็คลึงขมับตัวเอง และกลับไปยังเรือนหลังโดยมีหนิงจู๋คอยประคอง
“คุณหนู ปวดหัวอีกแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
หนิงจู๋พูดพลางกับจุดเครื่องหอม
กลิ่นหอมสดชื่นของต้นไผ่แผ่กระจายไปทั่วห้อง มันช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะของมู่เหยาให้ทุเลาลงไม่น้อย
“อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เหนื่อยมากไปกระมัง” มู่เหยาถอนหายใจออกมา
ช่วงนี้มีเรื่องให้กังวลใจมากมาย หากนางจะปวดหัวก็เป็นเรื่องธรรมดา หลังจากหนิงจู๋จุดเครื่องหอมแล้ว ก็ถอยตัวออกจากห้องมาเงียบๆ ปล่อยให้มู่เหยาได้พักผ่อน
กลิ่นหอมของไม้ไผ่ค่อยๆทำให้มู่เหยาหลับตาลงช้า และก็หลับไปในที่สุด
จังซื่อโบกมือ และก็พาแม่นมฟังและพวกพ้องจากไปด้วยท่าทางฮึกเหิม
รอจนคนจากไปกันหมดแล้ว ความหวาดกลัวในดวงตาของหลิวหว่านชุนก็หายไป นางค่อยๆ ลุกขึ้นโดยมีสาวใช้ซิ่วเซียงคอยช่วยประคอง
“ฮูหยินช่างโอหังยิ่งนัก อาศัยที่วันนี้ท่านโหวไม่อยู่ในจวนถึงได้กล้ามารังแกท่านเช่นนี้ ฮูหยินรอง ท่านไม่คิดจะรายงานเรื่องนี้ให้ท่านโหวรับทราบหรือเจ้าคะ?”
หลิวหว่านชุนจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อย ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ต้องหรอก ดำเนินการตามแผนเดิมนั่นแหละ จังซื่อก็แค่เจ็บใจที่เสียท่าให้ตระกูลมู่ เลยอยากหาใครสักคนมาระบายอารมณ์เท่านั้นเอง”
“ปล่อยให้นางระบายออกมาเถอะ ยังไงสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ก็คือข้า”
หลิวหว่านชุนมองไปยังของประดับที่ถูกนำออกไปจากในห้อง ภายในดวงตาก็ปรากฏความดีใจขึ้นมา
จังชิวอิ่ง เจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังเป็นอันขาดเชียวนะ
จังซื่อที่กลับมาถึงเรือนชิวอิ่งรู้สึกสดใสขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเหลือบไปมองสิ่งของที่สาวใช้ถืออยู่ในมือ
นางก็พูดด้วยความรังเกียจว่า “เอาไปขายให้หมด และอย่าให้ท่านโหวรู้ว่าข้าไปเอาเงินจากบ้านเดิมมา”
แม่นมฟังลังเลเล็กน้อย อยากจะทัดทานสักสองสามคำ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของจังซื่อแล้ว ก็ได้แต่ต้องทำตามคำสั่ง ให้คนนำสิ่งของเหล่านั้นออกไปขาย
“ช่วงนี้เจ้าคอยจับตาดูทางห้องหนังสือให้ดี ถ้าลูกชั้นต่ำของนางแพศยากล้าทำตัวเด่น ก็ให้กลับมารายงานข้า”
ตอนนี้ลู่ยวนมีตำแหน่งซื่อจื่ออยู่ จังซื่อย่อมไม่อยากให้เขาได้รับการสนใจจากท่านโหว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...