เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 282

ลมหายใจของเยี่ยนสวินขาดห้วง มือที่กุมเส้นผมของนางกำแน่นขึ้น ราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่ง

เนิ่นนานผ่านไป น้ำเสียงทุ้มของชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า

“ตกลง”

คำพูดเพียงคำเดียว กลับหนักอึ้งดุจทองพันชั่ง

ถ้อยคำนั้นทำให้หัวใจของคนทั้งสองหนักอึ้ง ทว่าเมื่อสบสายตากันอีกครั้ง กลับเผยรอยยิ้มให้แก่กัน

“ทางฝั่งเรือนจำคงจะเริ่มแล้ว เจ้าจงระวังตัวด้วย”

มู่เหยาพยักหน้า พลางส่งสัญญาณให้เขาวางนางลง

เมื่อทั้งสองคนถึงพื้น เยี่ยนสวินยังคงจ้องมองนางอย่างละเอียด ไม่ยินยอมจากไป

“อาหน่วน จำเป็นต้องทำจริง ๆ หรือ?”

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา มู่เหยาจึงอดหัวเราะมิได้ “เอาเถิด ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“อีกอย่าง หากข้าไม่ลงไปเล่นในกระดานนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังจะยอมลดการป้องกันลงได้อย่างไร?”

เมื่อชะล่าใจ พวกเขาก็จะสามารถฉวยโอกาสจากจุดอ่อนนั้นได้

และกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก!

“ได้ ข้าจะให้คนคอยคุ้มกันเจ้าอย่างลับ ๆ” เยี่ยนสวินพยักหน้า ก่อนจะหันหลังทะยานจากไป

มู่เหยามองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังลับหายไป รอยยิ้มบนริมฝีปากค่อย ๆ จางลง

ชิงอู้ถือเสื้อคลุมเดินเข้ามา “จวิ้นจู่ ลมแรงแล้ว พวกเรากลับเข้าเรือนกันก่อนไหมเจ้าคะ?”

มู่เหยากระชับเสื้อคลุม ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

นางแหงนหน้ามองดวงจันทร์กระจ่างฟ้าที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า

ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา “ไปที่ศาลบรรพชน”

ชิงอู้ชะงักไปครู่หนึ่ง เหลือบมองเวลาแล้วเอ่ยขึ้น “จวิ้นจู่จะไปตอนนี้หรือเจ้าคะ? รอไปวันพรุ่งนี้ดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่ ต้องไปตอนนี้”

เมื่อเห็นเช่นนั้น ชิงอู้จึงได้แต่หันหลังกลับไปเตรียมของสำหรับเข้าศาลบรรพชน

หลังจากมู่เหยาจุดธูปแล้ว นางก็คุกเข่าลงบนเบาะรองนุ่มหลับตาพึมพำ

ในไม่ช้า เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากนอกศาลบรรพชน

ชิงอิ่งยืนอยู่ที่ประตู เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ “จวิ้นจู่ คนกลับมาแล้ว เป็นมู่หยางจริง ๆ เจ้าค่ะ”

“จะให้ข้าไปจับตัวคนมาเลยหรือไม่เจ้าคะ?”

มู่เหยาส่ายหน้า เป็นเชิงว่าไม่จำเป็น

“ปล่อยให้พวกเขาทำไป เเล้วก็ช่วยแจ้งทังหลานด้วยว่า เมื่อเรื่องทุกอย่างสำเร็จแล้ว ให้เจ้าคุ้มครองหนิงจู๋และทังหลานไปส่งให้พี่หญิงใหญ่อย่างปลอดภัย”

ชิงอิ่งพยักหน้า แล้วหันหลังจากไป

“หลังจากข้าประสบเรื่องแล้ว เจ้ากับชิงอิ่งจงคอยดูแลพี่ใหญ่ให้ดี อย่าปล่อยให้เขาทำอะไรวู่วามเพื่อข้า ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม จะต้องปกป้องเขาไว้ให้ได้ เข้าใจหรือไม่?”

ชิงอู้อดที่จะร้อนใจมิได้

“เช่นนั้นได้อย่างไร พวกเราต้องปกป้องจวิ้นจู่สิเจ้าคะ”

เซี่ยหนี้ขมวดคิ้ว พลางยืดตัวตรง

“จวิ้นจู่ ในเมื่อกระหม่อมกล้านำคนมาตรวจค้น ย่อมต้องมีหลักฐานอื่น”

“ทุกอย่าง รอให้ค้นเจอของกลางแล้ว ไปว่ากันต่อที่ศาลต้าหลี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”

สิ้นเสียง ก็มีผู้ติดตามคนหนึ่งถือกล่องไม้สาลี่เนื้อดีเดินเข้ามา

กล่องใบนั้นถูกยื่นมาตรงหน้าคนทั้งสอง

และเมื่อฝากล่องถูกเปิดออก ของที่อยู่ภายในก็ปรากฏแก่สายตา

สีหน้าของเซี่ยหนี้เคร่งขรึมขึ้นทันที เขาหยิบห่อผงดอกเหมยห่อใหญ่และจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากข้างใน

บนหน้าซองจดหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ให้หลันเยว่อิงเปิดอ่าน!

“ใต้เท้าเซี่ย กล่องใบนี้หาเจอในห้องตำราของจวิ้นจู่ขอรับ”

คำพูดของผู้ติดตามเปรียบดั่งสายฟ้าฟาด ทำให้ทั่วทั้งลานเงียบสงัดลงในทันใด

แทบจะในทันที

ลุงหวังที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ทรุดกายคุกเข่าต่อหน้าเซี่ยหนี้ทันที พร้อมกับจับชายกางเกงของเขาไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

“ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือข้าเอง เป็นข้า ทั้งหมดเป็นฝีมือข้าเอง!”

มู่เหยาตกตะลึง แม้แต่เซี่ยหนี้เองก็คาดไม่ถึง

ว่าลุงหวังจะก้าวออกมารับผิดอย่างเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง