ลมหายใจของเยี่ยนสวินขาดห้วง มือที่กุมเส้นผมของนางกำแน่นขึ้น ราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่ง
เนิ่นนานผ่านไป น้ำเสียงทุ้มของชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ตกลง”
คำพูดเพียงคำเดียว กลับหนักอึ้งดุจทองพันชั่ง
ถ้อยคำนั้นทำให้หัวใจของคนทั้งสองหนักอึ้ง ทว่าเมื่อสบสายตากันอีกครั้ง กลับเผยรอยยิ้มให้แก่กัน
“ทางฝั่งเรือนจำคงจะเริ่มแล้ว เจ้าจงระวังตัวด้วย”
มู่เหยาพยักหน้า พลางส่งสัญญาณให้เขาวางนางลง
เมื่อทั้งสองคนถึงพื้น เยี่ยนสวินยังคงจ้องมองนางอย่างละเอียด ไม่ยินยอมจากไป
“อาหน่วน จำเป็นต้องทำจริง ๆ หรือ?”
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเขา มู่เหยาจึงอดหัวเราะมิได้ “เอาเถิด ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
“อีกอย่าง หากข้าไม่ลงไปเล่นในกระดานนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังจะยอมลดการป้องกันลงได้อย่างไร?”
เมื่อชะล่าใจ พวกเขาก็จะสามารถฉวยโอกาสจากจุดอ่อนนั้นได้
และกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก!
“ได้ ข้าจะให้คนคอยคุ้มกันเจ้าอย่างลับ ๆ” เยี่ยนสวินพยักหน้า ก่อนจะหันหลังทะยานจากไป
มู่เหยามองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังลับหายไป รอยยิ้มบนริมฝีปากค่อย ๆ จางลง
ชิงอู้ถือเสื้อคลุมเดินเข้ามา “จวิ้นจู่ ลมแรงแล้ว พวกเรากลับเข้าเรือนกันก่อนไหมเจ้าคะ?”
มู่เหยากระชับเสื้อคลุม ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
นางแหงนหน้ามองดวงจันทร์กระจ่างฟ้าที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า
ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา “ไปที่ศาลบรรพชน”
ชิงอู้ชะงักไปครู่หนึ่ง เหลือบมองเวลาแล้วเอ่ยขึ้น “จวิ้นจู่จะไปตอนนี้หรือเจ้าคะ? รอไปวันพรุ่งนี้ดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ ต้องไปตอนนี้”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชิงอู้จึงได้แต่หันหลังกลับไปเตรียมของสำหรับเข้าศาลบรรพชน
หลังจากมู่เหยาจุดธูปแล้ว นางก็คุกเข่าลงบนเบาะรองนุ่มหลับตาพึมพำ
ในไม่ช้า เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากนอกศาลบรรพชน
ชิงอิ่งยืนอยู่ที่ประตู เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ “จวิ้นจู่ คนกลับมาแล้ว เป็นมู่หยางจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“จะให้ข้าไปจับตัวคนมาเลยหรือไม่เจ้าคะ?”
มู่เหยาส่ายหน้า เป็นเชิงว่าไม่จำเป็น
“ปล่อยให้พวกเขาทำไป เเล้วก็ช่วยแจ้งทังหลานด้วยว่า เมื่อเรื่องทุกอย่างสำเร็จแล้ว ให้เจ้าคุ้มครองหนิงจู๋และทังหลานไปส่งให้พี่หญิงใหญ่อย่างปลอดภัย”
ชิงอิ่งพยักหน้า แล้วหันหลังจากไป
“หลังจากข้าประสบเรื่องแล้ว เจ้ากับชิงอิ่งจงคอยดูแลพี่ใหญ่ให้ดี อย่าปล่อยให้เขาทำอะไรวู่วามเพื่อข้า ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม จะต้องปกป้องเขาไว้ให้ได้ เข้าใจหรือไม่?”
ชิงอู้อดที่จะร้อนใจมิได้
“เช่นนั้นได้อย่างไร พวกเราต้องปกป้องจวิ้นจู่สิเจ้าคะ”
เซี่ยหนี้ขมวดคิ้ว พลางยืดตัวตรง
“จวิ้นจู่ ในเมื่อกระหม่อมกล้านำคนมาตรวจค้น ย่อมต้องมีหลักฐานอื่น”
“ทุกอย่าง รอให้ค้นเจอของกลางแล้ว ไปว่ากันต่อที่ศาลต้าหลี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”
สิ้นเสียง ก็มีผู้ติดตามคนหนึ่งถือกล่องไม้สาลี่เนื้อดีเดินเข้ามา
กล่องใบนั้นถูกยื่นมาตรงหน้าคนทั้งสอง
และเมื่อฝากล่องถูกเปิดออก ของที่อยู่ภายในก็ปรากฏแก่สายตา
สีหน้าของเซี่ยหนี้เคร่งขรึมขึ้นทันที เขาหยิบห่อผงดอกเหมยห่อใหญ่และจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากข้างใน
บนหน้าซองจดหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ให้หลันเยว่อิงเปิดอ่าน!
“ใต้เท้าเซี่ย กล่องใบนี้หาเจอในห้องตำราของจวิ้นจู่ขอรับ”
คำพูดของผู้ติดตามเปรียบดั่งสายฟ้าฟาด ทำให้ทั่วทั้งลานเงียบสงัดลงในทันใด
แทบจะในทันที
ลุงหวังที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ทรุดกายคุกเข่าต่อหน้าเซี่ยหนี้ทันที พร้อมกับจับชายกางเกงของเขาไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น
“ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือข้าเอง เป็นข้า ทั้งหมดเป็นฝีมือข้าเอง!”
มู่เหยาตกตะลึง แม้แต่เซี่ยหนี้เองก็คาดไม่ถึง
ว่าลุงหวังจะก้าวออกมารับผิดอย่างเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...