เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 283

“จวิ้นจู่ ทั้งหมดนี้บ่าวเฒ่าทำไปก็เพื่อมิให้บั้นปลายชีวิตของท่านต้องถูกผู้ใดรังแก ท่านพียงมอบตัวบ่าวเฒ่าออกไป เรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับท่าน”

ความนัยในวาจาของลุงหวัง ทำให้ในใจของมู่เหยารู้สึกซับซ้อนยิ่งนัก

ความอบอุ่นแล่นขึ้นสู่ดวงตา หยาดน้ำตาแทบจะทะลักรินไหลออกมา

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลุงหวัง ในเมื่อของถูกค้นเจอจากห้องตำราของข้า แต่ข้าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ใต้เท้าเซี่ยนำกลับไปสืบสวนเถิด”

มู่เหยาสูดลมหายใจลึก ข่มอารมณ์ความรู้สึกให้สงบลง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ชิงอู้

ชิงอู้กับชิงอิ่งรีบก้าวไปข้างหน้า แล้วดึงตัวลุงหวังที่ยังอยากพูดออกไป

ชิงอิ่งลงมือสกัดจุดใบ้ของลุงหวังโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทะยานออกไปรับโทษแทนอีก

อันจะเป็นการทำลายแผนการของจวิ้นจู่

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เชิญจวิ้นจู่ไปกับพวกเราเถิด”

เซี่ยหนี้ปรายตามองลุงหวัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบลง

ทว่ามู่เหยากลับไม่รีบร้อน นางหันไปสั่งความสองสามประโยค จากนั้นจึงเดินตามหลังเซี่ยหนี้ไปท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหารทางการ

ความเคลื่อนไหวภายในจวนจงซู่โหว ทำให้ผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูใหญ่

เมื่อเห็นรถม้าที่เซี่ยหนี้เตรียมไว้ แววสงสัยก็ฉายวาบขึ้นในแววตาของมู่เหยา “ใต้เท้าเซี่ย มิใช่ว่าเราจะตรงไปยังศาลต้าหลี่หรอกหรือ?”

เซี่ยหนี้พยักหน้า

“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงองค์หญิงและไท่จื่อเฟย ฝ่าบาทและฮองเฮาจะทรงไต่สวนด้วยพระองค์เอง”

“ยามนี้ชายารองเยว่กำลังรอจวิ้นจู่อยู่ที่วังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเอ่ยถึงหลันเยว่อิง มู่เหยาก็ได้แต่ถอนใจเงียบ ๆ

สุดท้ายแล้ว นางก็เลือกที่จะเดินเส้นทางนี้จนได้

“จวิ้นจู่ เชิญเถิด”

เซี่ยหนี้ยืนอยู่หน้ารถม้าพร้อมผายมือเชื้อเชิญ

แต่แล้วท่ามกลางฝูงชนที่รายล้อมอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงแสดงความขุ่นเคือง แล้วพากันพุ่งตรงเข้ามาหามู่เหยา

“องค์หญิงซูหรงเป็นคนดีถึงเพียงนั้น เจ้ากล้าลงมือกับองค์หญิงได้อย่างไร!”

“นังแพศยา! เจ้าไม่คู่ควรกับการเป็นพระชายาฉู่แม้แต่น้อย!”

“ไท่จื่อเฟยก็ถูกเจ้าทำร้ายใช่หรือไม่! นังสารเลว!”

เศษดินโคลนปะปนกับเศษผักและไข่เน่าถูกขว้างปาเข้าใส่ร่างของมู่เหยา

แม้เหล่าทหารจะพยายามขับไล่ แต่บนร่างของนางก็มิวายเปรอะเปื้อนสิ่งสกปรกอยู่ดี

นางเม้มริมฝีปากแน่น กวาดสายตามองร่างหลายร่างที่ค่อย ๆ หายลับไปในฝูงชน

แล้วจึงหันไปมองเซี่ยหนี้

“ใต้เท้าเซี่ย”

เซี่ยหนี้พยักหน้าอย่างรู้กัน พร้อมส่งสัญญาณให้คนสนิทสะกดรอยตามกลุ่มคนที่เริ่มสร้างความวุ่นวายเป็นกลุ่มแรกไป

“เชิญจวิ้นจู่ขึ้นรถม้าก่อนเถิด หากฮองเฮาทรงทราบเรื่อง ก็คงจะให้ท่านเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ก่อนเข้าเฝ้า”

มู่เหยาพยักหน้า แล้วเข้าไปในรถม้า

มือที่กำลังหมุนลูกประคำของนายท่านหลันพลันหยุดชะงัก เขาหลับตาลง

ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า

“ไปเถิด ปล่อยข่าวออกไปว่า ตระกูลหลันได้ตัดชื่อหลันเยว่อิงออกจากสารบบของตระกูล นับจากนี้ไป นางไม่ใช่คนของตระกูลหลันอีกต่อไป”

ในเมื่อนางเลือกที่จะลากอาหน่วนลงต่ำไปด้วย

เยื่อใยสุดท้ายก็ไม่จำเป็นต้องมีอีก

หากนางไม่ลากอาหน่วนไปด้วย ตระกูลหลันรวมถึงจวนจงซู่โหว หรือกระทั่งหลันอิ๋งที่แต่งเข้าจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วไปแล้ว ก็ล้วนจะหาหนทางสุดความสามารถเพื่อช่วยให้นางพ้นจากเภทภัยครั้งนี้

แต่เมื่อจิตใจบิดเบี้ยวแล้ว ก็ไม่มีทางหวนกลับคืนได้อีก

“บ่าวเฒ่าจะรีบไปจัดการบัดนี้ขอรับ”

พ่อบ้านจางหันหลังเดินจากไป

นายท่านหลันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองป้ายวิญญาณของภรรยาเอก นัยน์ตาแดงก่ำเล็กน้อย “หว่านเอ๋อร์ อย่าโทษข้าเลยนะ”

“ตระกูลใหญ่ที่หยั่งรากลึกและเกี่ยวพันซับซ้อน หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา ก็ทำได้เพียงยึดมั่นในคุณธรรมมากกว่าสายเลือด ท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลหลันของเราไม่ได้มีเพียงพวกเราไม่กี่คน”

สิ้นเสียงของนายท่านหลัน สายลมในศาลบรรพชนพลันพัดหวีดหวิวราวกับเสียงถอนหายใจ

……

ภายในวังหลวง

เซียวฮองเฮาเสด็จมาถึงตำหนักข้าง เห็นมู่เหยาที่กำลังเปลื้องเสื้อคลุมชั้นนอกอยู่ แววตาฉายแววสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง