“จวิ้นจู่ ทั้งหมดนี้บ่าวเฒ่าทำไปก็เพื่อมิให้บั้นปลายชีวิตของท่านต้องถูกผู้ใดรังแก ท่านพียงมอบตัวบ่าวเฒ่าออกไป เรื่องนี้ก็จะไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับท่าน”
ความนัยในวาจาของลุงหวัง ทำให้ในใจของมู่เหยารู้สึกซับซ้อนยิ่งนัก
ความอบอุ่นแล่นขึ้นสู่ดวงตา หยาดน้ำตาแทบจะทะลักรินไหลออกมา
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลุงหวัง ในเมื่อของถูกค้นเจอจากห้องตำราของข้า แต่ข้าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ใต้เท้าเซี่ยนำกลับไปสืบสวนเถิด”
มู่เหยาสูดลมหายใจลึก ข่มอารมณ์ความรู้สึกให้สงบลง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ชิงอู้
ชิงอู้กับชิงอิ่งรีบก้าวไปข้างหน้า แล้วดึงตัวลุงหวังที่ยังอยากพูดออกไป
ชิงอิ่งลงมือสกัดจุดใบ้ของลุงหวังโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทะยานออกไปรับโทษแทนอีก
อันจะเป็นการทำลายแผนการของจวิ้นจู่
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เชิญจวิ้นจู่ไปกับพวกเราเถิด”
เซี่ยหนี้ปรายตามองลุงหวัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบลง
ทว่ามู่เหยากลับไม่รีบร้อน นางหันไปสั่งความสองสามประโยค จากนั้นจึงเดินตามหลังเซี่ยหนี้ไปท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหารทางการ
ความเคลื่อนไหวภายในจวนจงซู่โหว ทำให้ผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูใหญ่
เมื่อเห็นรถม้าที่เซี่ยหนี้เตรียมไว้ แววสงสัยก็ฉายวาบขึ้นในแววตาของมู่เหยา “ใต้เท้าเซี่ย มิใช่ว่าเราจะตรงไปยังศาลต้าหลี่หรอกหรือ?”
เซี่ยหนี้พยักหน้า
“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงองค์หญิงและไท่จื่อเฟย ฝ่าบาทและฮองเฮาจะทรงไต่สวนด้วยพระองค์เอง”
“ยามนี้ชายารองเยว่กำลังรอจวิ้นจู่อยู่ที่วังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเอ่ยถึงหลันเยว่อิง มู่เหยาก็ได้แต่ถอนใจเงียบ ๆ
สุดท้ายแล้ว นางก็เลือกที่จะเดินเส้นทางนี้จนได้
“จวิ้นจู่ เชิญเถิด”
เซี่ยหนี้ยืนอยู่หน้ารถม้าพร้อมผายมือเชื้อเชิญ
แต่แล้วท่ามกลางฝูงชนที่รายล้อมอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงแสดงความขุ่นเคือง แล้วพากันพุ่งตรงเข้ามาหามู่เหยา
“องค์หญิงซูหรงเป็นคนดีถึงเพียงนั้น เจ้ากล้าลงมือกับองค์หญิงได้อย่างไร!”
“นังแพศยา! เจ้าไม่คู่ควรกับการเป็นพระชายาฉู่แม้แต่น้อย!”
“ไท่จื่อเฟยก็ถูกเจ้าทำร้ายใช่หรือไม่! นังสารเลว!”
เศษดินโคลนปะปนกับเศษผักและไข่เน่าถูกขว้างปาเข้าใส่ร่างของมู่เหยา
แม้เหล่าทหารจะพยายามขับไล่ แต่บนร่างของนางก็มิวายเปรอะเปื้อนสิ่งสกปรกอยู่ดี
นางเม้มริมฝีปากแน่น กวาดสายตามองร่างหลายร่างที่ค่อย ๆ หายลับไปในฝูงชน
แล้วจึงหันไปมองเซี่ยหนี้
“ใต้เท้าเซี่ย”
เซี่ยหนี้พยักหน้าอย่างรู้กัน พร้อมส่งสัญญาณให้คนสนิทสะกดรอยตามกลุ่มคนที่เริ่มสร้างความวุ่นวายเป็นกลุ่มแรกไป
“เชิญจวิ้นจู่ขึ้นรถม้าก่อนเถิด หากฮองเฮาทรงทราบเรื่อง ก็คงจะให้ท่านเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ก่อนเข้าเฝ้า”
มู่เหยาพยักหน้า แล้วเข้าไปในรถม้า
มือที่กำลังหมุนลูกประคำของนายท่านหลันพลันหยุดชะงัก เขาหลับตาลง
ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
“ไปเถิด ปล่อยข่าวออกไปว่า ตระกูลหลันได้ตัดชื่อหลันเยว่อิงออกจากสารบบของตระกูล นับจากนี้ไป นางไม่ใช่คนของตระกูลหลันอีกต่อไป”
ในเมื่อนางเลือกที่จะลากอาหน่วนลงต่ำไปด้วย
เยื่อใยสุดท้ายก็ไม่จำเป็นต้องมีอีก
หากนางไม่ลากอาหน่วนไปด้วย ตระกูลหลันรวมถึงจวนจงซู่โหว หรือกระทั่งหลันอิ๋งที่แต่งเข้าจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วไปแล้ว ก็ล้วนจะหาหนทางสุดความสามารถเพื่อช่วยให้นางพ้นจากเภทภัยครั้งนี้
แต่เมื่อจิตใจบิดเบี้ยวแล้ว ก็ไม่มีทางหวนกลับคืนได้อีก
“บ่าวเฒ่าจะรีบไปจัดการบัดนี้ขอรับ”
พ่อบ้านจางหันหลังเดินจากไป
นายท่านหลันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองป้ายวิญญาณของภรรยาเอก นัยน์ตาแดงก่ำเล็กน้อย “หว่านเอ๋อร์ อย่าโทษข้าเลยนะ”
“ตระกูลใหญ่ที่หยั่งรากลึกและเกี่ยวพันซับซ้อน หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา ก็ทำได้เพียงยึดมั่นในคุณธรรมมากกว่าสายเลือด ท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลหลันของเราไม่ได้มีเพียงพวกเราไม่กี่คน”
สิ้นเสียงของนายท่านหลัน สายลมในศาลบรรพชนพลันพัดหวีดหวิวราวกับเสียงถอนหายใจ
……
ภายในวังหลวง
เซียวฮองเฮาเสด็จมาถึงตำหนักข้าง เห็นมู่เหยาที่กำลังเปลื้องเสื้อคลุมชั้นนอกอยู่ แววตาฉายแววสงสารขึ้นมาวูบหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...