“ว่าไปแล้ว เจ้าควรจะเรียกข้าว่าน้าหญิงใช่หรือไม่?”
เซียวฮองเฮาทอดถอนใจพลางก้าวขึ้นมา แล้วส่งสัญญาณให้นางกำนัลด้านหลังที่ช่วยเปลี่ยนชุดให้มู่เหยา
ชุดกระโปรงเป็นสีเขียวอมฟ้าอย่างที่มู่เหยาชื่นชอบ เห็นได้ชัดว่ามิใช่รูปแบบอาภรณ์ในวัง
“เสื้อผ้าชุดนี้เป็นของอาสวินที่เตรียมไว้ให้” เซียวฮองเฮาเห็นความสงสัยในแววตาของนาง จึงแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ขอบพระทัยพระนางเพคะ”
มู่เหยาตอบอย่างนอบน้อม หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว ร่องรอยสกปรกบนร่างกายก็หายไปสิ้น
กลับกลายเป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ผู้เย็นชาอีกครั้ง
“ข้าเรียกเจ้าว่าอาหน่วนได้หรือไม่?” เซียวฮองเฮาก้าวเข้ามาจูงมือนางให้นั่งลงข้าง ๆ “ฝ่าบาทเสด็จไปจัดการราชกิจ คงอีกสักพักจึงจะเสด็จมา ระหว่างนี้ก็อยู่พูดคุยเป็นเพื่อนข้าที่นี่เถิด”
มู่เหยามองเซียวฮองเฮาผู้มีแววตาและคิ้วอันอ่อนโยนตรงหน้า ในใจรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งนัก
“ฮองเฮา ตอนนี้หลันเยว่อิงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”
เมื่อเอ่ยถึงหลันเยว่อิง แววตาของฮองเฮาก็ฉายแววรังเกียจอยู่บ้าง
เห็นได้ชัดว่าไม่โปรดการกระทำของหลันเยว่อิงในช่วงที่ผ่านมา
“นางกำลังคุกเข่าอยู่ในท้องพระโรง เมื่อเช้าตอนที่เซี่ยหนี้นำตัวนางมา ก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของเจ้า ทั้งยังระบุตำแหน่งที่ซ่อนกล่องไม้ได้อย่างแม่นยำ”
“แม้ข้าจะไม่ค่อยได้พบเจ้า แต่จากการที่ได้ฟังท่านอาหญิงและอาสวินกล่าวถึงเจ้า ประกอบกับเรื่องราวที่ผ่านมา ก็ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
“ข้าเชื่อเจ้า”
ถ้อยคำนี้ทำให้ความอบอุ่นเอ่อล้นขึ้นในใจของมู่เหยา นางสูดจมูก “ขอบพระทัยพระนางที่ทรงเชื่อใจเพคะ”
“นี่คือยาเม็ดกลิ่นกล้วยไม้ที่หม่อมฉันตั้งใจปรุงขึ้นเพคะ พระนางเสวยแล้ว อาจช่วยให้สมปรารถนาที่ทรงมีมานานหลายปีได้”
เซียวฮองเฮาชะงักงัน สายตาจับจ้องไปยังขวดยาในมือของมู่เหยา
ความปรารถนา…
นางลูบท้องของตนเองโดยไม่รู้ตัว แล้วมองมู่เหยาด้วยแววตาที่เจือความเหลือเชื่ออยู่หลายส่วน
“เจ้าหมายความว่า... ข้ายังจะมีลูกของตัวเองได้อีกงั้นหรือ?”
มู่เหยาพยักหน้า “กลิ่นหอมของกล้วยไม้มิเพียงช่วยให้จิตใจสงบ แต่เมื่อใช้ร่วมกับหญ้ากล้วยไม้ ยังสามารถรักษาอาการบอบช้ำภายในร่างกายของสตรีได้ หากเสวยต่อเนื่องครึ่งปี ก็อาจตั้งครรภ์ได้เพคะ”
“ในนี้ คือโอสถสำหรับครึ่งปี”
เม็ดยามีขนาดไม่ใหญ่ มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วทอง
มู่เหยาลงมือปรุงยานี้หลังจากกลับมาจากวัดชิงซาน โดยปรุงตามตำรับยาที่มารดาทิ้งไว้ให้
ตระกูลเซียวค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลง เป็นเพราะในราชสำนักไร้คนหนุนหลัง มีเพียงชื่อเสียงของท่านอาจารย์หลวงเซียวคอยค้ำจุนอยู่เท่านั้น
แต่หากเซียวฮองเฮาทรงมีบุตรของพระองค์เองเล่า?
บางที เยี่ยนสวินก็อาจจะมีคนคอยหนุนหลัง ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเช่นนี้อีกต่อไป
ซุนกูกูที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองฮองเฮาที่กำลังตกตะลึงด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด
“พระนาง นี่เป็นของวิเศษเลยนะเพคะ!”
“เครื่องหอม…” เซียวฮองเฮาพึมพำ ราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ในแววตาฉายแววมืดมนขึ้นมาวูบหนึ่ง
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ในแววตาก็เหลือเพียงความรักใคร่เอ็นดูที่มีต่อมู่เหยา
“อาหน่วน หากอีกครึ่งปีให้หลังข้าตั้งครรภ์มังกรได้จริง ข้าขอให้คำมั่นว่าจะปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยไปตลอดชีวิต แม้แต่กับอาสวินก็มิอาจทำอันตรายเจ้าได้แม้แต่นิดเดียว!”
คำสัญญานี้ มีค่ายิ่งกว่าทองพันชั่งเสียอีก
มู่เหยารีบลุกขึ้นคุกเข่าคำนับ “หม่อมฉันขอบพระทัยในพระเมตตาของฮองเฮาเพคะ”
ตำรับยาที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ ย่อมไม่มีทางผิดพลาด
เพราะเมื่อหลายปีก่อน ท่านแม่ก็ได้ใช้ตำรับยานี้สร้างสัมพันธ์กับเหล่าฮูหยินสูงศักดิ์มากมายที่เจียงหนาน
เพียงแต่บัดนี้หนทางยาวไกล วันเวลาผันผ่าน
มู่เหยาเองก็กังวลว่าพวกนางอาจหลงลืมมิตรภาพครั้งนั้นไปแล้ว จึงไม่เคยติดต่อกับคนเหล่านั้นเลย
“เด็กดี รีบลุกขึ้นเถิด” เซียวฮองเฮานั่งตรง พลางโน้มกายไปดึงนางให้ลุกขึ้น
นางพินิจมองใบหน้าของมู่เหยาอย่างละเอียด ในห้วงความคิดพลันปรากฏภาพของมารดาของนาง
สตรีผู้น่าสงสารคนนั้น
อาจเพราะทรงระลึกถึงเรื่องราวบางอย่าง ในแววตาจึงเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกผิด
นางสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับมือที่กุมแขนของมู่เหยาไว้แน่นขึ้น “ได้เวลาแล้ว ประเดี๋ยวให้ข้าช่วยเจ้าดีหรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...