เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 285

“ความทุกข์ทรมานในคุกหลวงนั้น เกรงว่าเจ้าจะทนรับไม่ไหว”

ถ้อยคำของเซียวฮองเฮา ทำให้มู่เหยามีแผนการในใจ

นางคาดเดาว่าหลักฐานที่หลันเยว่อิงนำมานั้น นางคงมิอาจแยกแยะได้

ทว่า คิดว่าป้าสะใภ้คงจับตัวคนไว้ได้แล้ว

“พระนางโปรดรักษาตนเองไว้ก่อนเถิดเพคะ”

เซียวฮองเฮามิได้ยืนกราน เพียงเหลือบให้สัญญาณแก่ซุนกูกู

หลังจากจัดเครื่องแต่งกายจนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงเดินทางไปยังตำหนักใหญ่พร้อมกัน

มู่เหยาเดินตามหลังฮองเฮา เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ท้องพระโรง ก็เห็นหลันเยว่อิงคุกเข่าอยู่ใจกลางตำหนักด้วยใบหน้าซีดเผือดในทันที

อีกฝ่ายก็มองมาที่นางเช่นกัน ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นจับจ้องมาที่นางอย่างไม่วางตา

ในแววตานั้นเจือปนด้วยหลากหลายอารมณ์ แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความเคียดแค้นชิงชัง

“มู่เหยา!”

หลันเยว่อิงโพล่งขึ้นด้วยโทสะ นางโถมตัวเข้าใส่มู่เหยา หมายจะจับอีกฝ่ายกดลงกับพื้นแล้วตบให้หนำใจ

“บังอาจ!”

ซุนกูกูตวาดเสียงกร้าว ทำเอาหลันเยว่อิงตกใจจนต้องกลับไปคุกเข่าอย่างสงบเสงี่ยมในทันใด

“ฝ่าบาทเสด็จ!”

เสียงของหลี่กงกงดังขึ้น ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองอร่ามก้าวเข้ามาในท้องพระโรง โดยมีไทเฮาเสด็จตามมาด้านหลัง

“เสด็จแม่มาได้อย่างไรเพคะ” เซียวฮองเฮาลุกขึ้นถวายพระพร พลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

“ข้าก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่า มู่เหยาผู้นี้เหิมเกริมเพียงใด ถึงกล้าลงมือสังหารคน!”

ไทเฮารับสั่งเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะชายตาแลเซียวฮองเฮา ตรงไปนั่งยังตำแหน่งซึ่งควรเป็นของฮองเฮา

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮ่องเต้ก็ขมวดคิ้ว

“เสด็จแม่รับปากเราแล้วมิใช่หรือ ว่าจะมาเพียงเพื่อรับฟังเท่านั้น”

แม้สีหน้าของไทเฮาจะคลายความพิโรธลงไปบ้าง แต่ในใจยังคงขุ่นมัวยิ่งนัก

“ข้ารู้แล้ว!”

ฮ่องเต้จึงย้ายสายตาไปยังสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง

“มู่เหยา เจ้ายอมรับผิดหรือไม่?”

เป็นเพียงประโยคเรียบ ๆ ของฮ่องเต้ แต่กลับทำให้มู่เหยารู้สึกราวกับมีภูผามาทับร่าง

นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้น “หม่อมฉันไม่เคยกระทำการสังหารผู้ใด และไม่ทราบด้วยว่าของเหล่านั้นไปอยู่ในห้องหนังสือของหม่อมฉันได้อย่างไร ขอฝ่าบาทโปรดประทานความเป็นธรรมให้หม่อมฉันด้วยเพคะ!”

ทันทีที่พูดจบ

ไทเฮาไม่โปรดมู่เหยาอยู่แล้ว ย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะสาดน้ำมันเข้ากองไฟเช่นนี้

ฮ่องเต้ขมวดคิ้วครุ่นคิด

เซียวฮองเฮาเหลือบมองมู่เหยา แล้วจึงหันไปมองมู่จวินเหิง แต่ท้ายที่สุดก็มิได้พูดอะไร

“ในเมื่อเจ้าร้องว่าไม่เป็นธรรม แต่ของกลางก็ถูกค้นเจอจากจวนของเจ้าจริง เช่นนั้นก็ทำตามที่ไทเฮาว่า จงนำตัวไปขังคุกหลวงไว้ก่อน ส่วนคนในจวนให้สอบสวนทีละคน”

ฮ่องเต้กล่าวเสียงเรียบ สายตาจับจ้องอยู่ที่มู่เหยา

แววตาของเขาฉายประกายลึกล้ำ ก่อนจะเหลือบมองไปยังหลี่กงกง

หลี่กงกงเข้าใจความหมายของฮ่องเต้ในทันที จึงโบกมือให้องครักษ์จับตัวทั้งสองลงไป แล้วเดินตามไปด้วย

มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น แล้วมองไปยังมู่จวินเหิงด้วยท่าทีราวกับอับจนหนทางที่จะแก้ต่าง

“ท่านปู่รองช่างมีวิธีการที่ยอดเยี่ยมเสียจริง”

มู่จวินเหิงเลิกคิ้วขึ้น ในแววตาเจือความลำพองใจอยู่หลายส่วน “จวิ้นจู่ ข้าเพียงแค่พูดความจริงออกมาเท่านั้น ท่านยอมรับสารภาพแต่โดยดีเถิด จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้”

มู่เหยากัดฟันกรอด ใบหน้าฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมา

“ต่อให้ข้าต้องเข้าคุกหลวง จวนจงซู่โหวก็ไม่มีวันตกเป็นของท่าน!”

นางทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปตามที่องครักษ์เร่งรัด

ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้ามลายหายไปในชั่วพริบตาที่นางหันหลังกลับ แล้วกลายเป็นเพียงความเย็นชา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง