“ความทุกข์ทรมานในคุกหลวงนั้น เกรงว่าเจ้าจะทนรับไม่ไหว”
ถ้อยคำของเซียวฮองเฮา ทำให้มู่เหยามีแผนการในใจ
นางคาดเดาว่าหลักฐานที่หลันเยว่อิงนำมานั้น นางคงมิอาจแยกแยะได้
ทว่า คิดว่าป้าสะใภ้คงจับตัวคนไว้ได้แล้ว
“พระนางโปรดรักษาตนเองไว้ก่อนเถิดเพคะ”
เซียวฮองเฮามิได้ยืนกราน เพียงเหลือบให้สัญญาณแก่ซุนกูกู
หลังจากจัดเครื่องแต่งกายจนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงเดินทางไปยังตำหนักใหญ่พร้อมกัน
มู่เหยาเดินตามหลังฮองเฮา เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ท้องพระโรง ก็เห็นหลันเยว่อิงคุกเข่าอยู่ใจกลางตำหนักด้วยใบหน้าซีดเผือดในทันที
อีกฝ่ายก็มองมาที่นางเช่นกัน ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นจับจ้องมาที่นางอย่างไม่วางตา
ในแววตานั้นเจือปนด้วยหลากหลายอารมณ์ แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือความเคียดแค้นชิงชัง
“มู่เหยา!”
หลันเยว่อิงโพล่งขึ้นด้วยโทสะ นางโถมตัวเข้าใส่มู่เหยา หมายจะจับอีกฝ่ายกดลงกับพื้นแล้วตบให้หนำใจ
“บังอาจ!”
ซุนกูกูตวาดเสียงกร้าว ทำเอาหลันเยว่อิงตกใจจนต้องกลับไปคุกเข่าอย่างสงบเสงี่ยมในทันใด
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
เสียงของหลี่กงกงดังขึ้น ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองอร่ามก้าวเข้ามาในท้องพระโรง โดยมีไทเฮาเสด็จตามมาด้านหลัง
“เสด็จแม่มาได้อย่างไรเพคะ” เซียวฮองเฮาลุกขึ้นถวายพระพร พลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ข้าก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่า มู่เหยาผู้นี้เหิมเกริมเพียงใด ถึงกล้าลงมือสังหารคน!”
ไทเฮารับสั่งเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะชายตาแลเซียวฮองเฮา ตรงไปนั่งยังตำแหน่งซึ่งควรเป็นของฮองเฮา
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮ่องเต้ก็ขมวดคิ้ว
“เสด็จแม่รับปากเราแล้วมิใช่หรือ ว่าจะมาเพียงเพื่อรับฟังเท่านั้น”
แม้สีหน้าของไทเฮาจะคลายความพิโรธลงไปบ้าง แต่ในใจยังคงขุ่นมัวยิ่งนัก
“ข้ารู้แล้ว!”
ฮ่องเต้จึงย้ายสายตาไปยังสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
“มู่เหยา เจ้ายอมรับผิดหรือไม่?”
เป็นเพียงประโยคเรียบ ๆ ของฮ่องเต้ แต่กลับทำให้มู่เหยารู้สึกราวกับมีภูผามาทับร่าง
นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้น “หม่อมฉันไม่เคยกระทำการสังหารผู้ใด และไม่ทราบด้วยว่าของเหล่านั้นไปอยู่ในห้องหนังสือของหม่อมฉันได้อย่างไร ขอฝ่าบาทโปรดประทานความเป็นธรรมให้หม่อมฉันด้วยเพคะ!”
ทันทีที่พูดจบ
ไทเฮาไม่โปรดมู่เหยาอยู่แล้ว ย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะสาดน้ำมันเข้ากองไฟเช่นนี้
ฮ่องเต้ขมวดคิ้วครุ่นคิด
เซียวฮองเฮาเหลือบมองมู่เหยา แล้วจึงหันไปมองมู่จวินเหิง แต่ท้ายที่สุดก็มิได้พูดอะไร
“ในเมื่อเจ้าร้องว่าไม่เป็นธรรม แต่ของกลางก็ถูกค้นเจอจากจวนของเจ้าจริง เช่นนั้นก็ทำตามที่ไทเฮาว่า จงนำตัวไปขังคุกหลวงไว้ก่อน ส่วนคนในจวนให้สอบสวนทีละคน”
ฮ่องเต้กล่าวเสียงเรียบ สายตาจับจ้องอยู่ที่มู่เหยา
แววตาของเขาฉายประกายลึกล้ำ ก่อนจะเหลือบมองไปยังหลี่กงกง
หลี่กงกงเข้าใจความหมายของฮ่องเต้ในทันที จึงโบกมือให้องครักษ์จับตัวทั้งสองลงไป แล้วเดินตามไปด้วย
มู่เหยากัดริมฝีปากแน่น แล้วมองไปยังมู่จวินเหิงด้วยท่าทีราวกับอับจนหนทางที่จะแก้ต่าง
“ท่านปู่รองช่างมีวิธีการที่ยอดเยี่ยมเสียจริง”
มู่จวินเหิงเลิกคิ้วขึ้น ในแววตาเจือความลำพองใจอยู่หลายส่วน “จวิ้นจู่ ข้าเพียงแค่พูดความจริงออกมาเท่านั้น ท่านยอมรับสารภาพแต่โดยดีเถิด จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้”
มู่เหยากัดฟันกรอด ใบหน้าฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
“ต่อให้ข้าต้องเข้าคุกหลวง จวนจงซู่โหวก็ไม่มีวันตกเป็นของท่าน!”
นางทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปตามที่องครักษ์เร่งรัด
ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้ามลายหายไปในชั่วพริบตาที่นางหันหลังกลับ แล้วกลายเป็นเพียงความเย็นชา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...