ดูเหมือนมู่จวินเหิงจะซ่อนความเจ้าเล่ห์ของตัวเองไว้ไม่อยู่แล้ว
เมื่อมองดูมู่เหยาที่ถูกพาตัวไป มู่จวินเหิงก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงสิ่งที่มู่เหยาพูดกับเขาก่อนจากไป หัวใจของเขาก็รู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งบางอย่างทุบตีอย่างเเรงถึงสองครั้ง
เมื่อนึกถึงมู่หลันชงที่ยังอยู่ในจวนอ๋อง แววตาของมู่จวินเหิงก็ฉายแววความหมายลึกซึ้ง
หลังจากมู่จวินเหิงออกจากวังหลวง ก็หันไปเปลี่ยนทิศทางทันที หลังจากเเน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตุเห็น ก็ตรงไปที่เรือนจู๋เซียง
ไม่นานหลังจากที่เขาเข้าไปในเรือนจู๋เซียง เงาร่างของฉางชิงก็หายไปที่หัวมุมถนน
ในเวลาไม่นาน ชิงอิ่งก็เข้าไปที่เรือนจู๋เซียงอย่างเงียบๆ
ก้าวเข้าไปในห้องน้ำชาที่อยู่ติดกับห้องของมู่จวินเหิง และชี้ไปที่เด็กสาวตัวเล็กๆที่มีใบหูใหญ่กว่าคนทั่วไปที่อยู่ด้านหลัง
เด็กสาวตัวเล็กก้าวไปข้างหน้า นั่งลงบนเก้าอี้เเละหลับตา เพื่อตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวจากห้องตรงข้ามอย่างละเอียด
จากนั้นก็หยิบพู่กันที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา เเล้วเขียนไปพลางฟังไปพลาง
ชิงอิ่งยืนดูอยู่ข้างๆโดยไม่ส่งเสียง เพื่อไม่ให้รบกวนเด็กสาวผู้ทำหน้าที่เป็นนักสืบเสียง
อีกด้านหนึ่ง ที่คุกของศาลต้าหลี่ซื่อ
เนื่องจากมีคำสั่งของฮองเฮาเหนียงเหนียง ห้องขังของมู่เหยาเเละหลันเย่วอิงจึงถูกเปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่สะอาดกว่าเดิม เเม้กระทั่งผ้าห่มก็ยังเป็นของใหม่
มู่เหยานั่งอยู่บนเตียงฟางเเห้ง ลูบผ้าห่ม แล้วก็ได้ยินเสียงประชดประชันของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู
“มู่เหยา เจ้าเก่งเเค่ไหนสุดท้ายก็ต้องเข้ามาอยู่ในคุกอยู่ดี!”
นางหันไปมองตามเสียง เเละสายตาก็จับจ้องไปที่หลันเย่ว์อิง
เมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของหลันเย่ว์อิง มู่เหยาก็เอ่ยขึ้นอย่างเฉยเมย “คนที่มาหาเจ้าคือมู่หยางสินะ”
รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของหลันเย่ว์อิงหายไปในทันที
สีหน้าตกใจของนางทำให้มู่เหยามั่นใจว่าเดาได้ถูกคนแล้ว
“หมายความว่ายังไง เจ้ารู้?”
หลันเย่วอิงขมวดคิ้วเเล้วขยับเข้ามาใกล้ทันที โดยมีเพียงลูกกรงกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
มู่เหยาไม่ได้ขยับ ยังคงนั่งอยู่บนฟางเเห้ง “ข้าเเค่คาดเดา เเต่ไม่คิดว่าจะเดาถูก”
ความไม่สบายใจในใจของหลันเย่ว์อิงจึงลดลงไปบ้าง
จากนั้นเมื่อนึกถึงบางอย่างได้ ก็เอ่ยถึงอย่างเยาะเย้ย “เจ้าเดาถูกแล้ว คนที่มาหาข้าคือมู่หยาง ใครใช้ให้เจ้าทำตัวต่อหน้าอย่างลับหลังอย่างกันล่ะ”
“ถ้าเจ้าทำดีกับพวกเขา พวกเขาจะมาเหยียบย่ำเจ้าในตอนนี้ได้ยังไง! เจ้าสมควรเเล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลันเย่วอิง มู่เหยาอยากจะผ่าสมองของนางดูว่าข้างในมีอะไรกันเเน่
“เจ้ามองข้าทำไม!”
หลันเย่ว์อิงตะโกนออกมาอย่างไม่สบายใจ
มู่เหยาเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับนางอีก บางเรื่องเเค่พูดเปรยๆก็พอแล้ว
ตั้งเเต่เเรกเริ่ม ไท่จื่อก็ไม่เคยสนใจหลันเย่วอิงเลย ยิ่งในตอนนี้ที่หลันเย่วอิงถูกลบชื่อออกจากตระกูลหลันเเล้วด้วย
สำหรับไท่จื่อแล้ว ยิ่งทิ้งให้ไกลเท่าไรยิ่งดี
จะให้ดีที่สุด คือปล่อยให้หลันเย่วอิงตายในคุก
หลันเย่วอิงส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าเลื่อนลอย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“ไม่จริงหรอก ไท่จื่อไม่ทำเเบบนี้กับข้า ไท่จื่อรักข้าจริงๆ เเค่เพราะตอนนี้ชายาไท่จื่อหมดสติอยู่ เลยไม่มีเวลามาสนใจข้า ไท่จื่อต้องไม่ทิ้งข้าเเน่ๆ”
หลันเย่วอิงพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆใกล้เข้ามา
หลิวมามาที่อยู่ข้างกายไทเฮาพาหญิงรับใช้หลายคน ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทั้งสองคน
“เด็กๆ พามู่จวิ้นจู่ออกมา”
หลิวมามาพูดด้วยท่าทางหยิ่งยโส มองมู่เหยาด้วยสายตาดูถูกดูเเคลน
“จะทำอะไร”
มู่เหยาถอยหลังอย่างระเเวดระวัง เเละสะบัดมือหญิงรับใช้หลายคนที่เข้ามาเเตะตัวนาง
“จวิ้นจู่ บ่าวขอแนะนำว่าท่านอย่าได้ขัดขืน ไม่อย่างนั้นถ้าหญิงรับใช้พวกนี้ไม่รู้ความหนักเบา ทำให้ท่านมีเเผลที่ไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นมา นั้นก็คงจะไม่ดี”
หญิงรับใช้หลายคนเมื่อได้รับสัญญาณจากหลิวมามาเเล้ว ก็รีบกรูเข้าไปจับตัวมู่เหยาไว้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...