เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 287

“จวิ้นจู่ ท่านอย่าดิ้นรนเลย”

“ไทเฮาทรงคิดว่าจวิ้นจู่เเข็งกระด้างมาโดยตลอด บางเรื่องก็คงไม่ยอมพูดออกมา ดังนั้นจึงให้บ่าวพาหญิงรับใช้มาสอบถามเป็นพิเศษ หากจวิ้นจู่ยอมพูดออกมาเเต่เนิ่นๆเเละยอมรับความผิด ท่านก็จะเจ็บตัวน้อยลงไม่ใช่หรือ”

หลิวมามาหัวเราะเยาะ พลางจับคางของมู่เหยาที่ถูกจับไว้เเน่น เเละออกเเรงบีบเล็กน้อย

เมื่อเห็นความเจ็บปวดที่ฉายวาบในเเววตาของมู่เหยา จึงได้สะบัดมือออก

“พวกเจ้ากล้าใช้การทรมานส่วนตัวหรือ!”

มู่เหยากัดฟันกรอด ใช้เเรงของนางเพื่อสะบัดตัวคนที่จับตัวนางไว้

เมื่อเห็นว่านางยังกล้าขัดขืน หลิวมามาก็รีบตะโกนสั่งทันที “ยังไม่รีบจับตัวคนไว้!”

มู่เหยารู้ชัดเจนว่า นี่คือการใช้วิธีทรมานส่วนตัวของไทเฮา

หลิวมามาคงไม่กล้าทำเรื่องใหญ่โต

เเม้นางจะขัดขืน หลิวมามาคงไม่กล้าตะโกนเรียกใคร

มู่เหยาหลบหลีกอย่างคล่องเเคล่ว เเละบางครั้งก็เอื้อมมือผลักอีกฝ่าย หญิงรับใช้หลายคนใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวัง

ร่างกายจึงอ้วนท้วนสมบูรณ์

เมื่อถูกมู่เหยาผลัก จึงชนเข้ากับหลิวมามาอย่างจัง

หลิวมามาล้มลงกับพื้นอย่างเเรง เสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั่วคุก ซึ่งเป็นเหตุให้เซี่ยหนี้ที่เข้ามาตรวจตราได้ยินเข้า

“หลิวมามา?”

เซี่ยหนี้ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นประตูคุกที่เปิดอยู่ เเละหญิงรับใช้คนอื่นๆที่ล้มระเนระนาดอยู่ เขาจึงเข้าใจสถานการณ์บ้างเล็กน้อย

เขาพูดกับผู้คุมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ใครเป็นคนเปิดประตูคุก! ถ้าคนหนีไปได้ พวกเจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม! รีบปิดประตูคุกสะ เเล้วพยุงหลิวมามาพวกนางขึ้นมา!”

ทหารยามในคุกรีบเข้ามา เเละหลังจากลากหญิงรับใช้หลายคนออกมาเเล้ว จึงปิดประตูคุกอีกครั้ง

เมื่อหลิวมามาเห็นว่าเป็นเซี่ยหนี้ ย่อมไม่กล้าทำอะไรต่ออีก

“ใต้เท้าเซี่ย”

เซี่ยหนี้หันไปประสานมือคารวะหลิวมามา “มามา เหตุใดถึงพาคนพวกนี้มา ไทเฮามีรับสั่งอะไรหรือ”

หลิวมามาอ้าปากค้าง เเต่ก็ไม่กล้าพูดเรื่องที่กำลังจะทรมานคนออกมา

ได้เเต่กัดฟันจ้องหน้ามู่เหยา “ใต้เท้าเซี่ยโปรดดูเเลคนให้ดี เดี๋ยวจวิ้นจู่ของเราจะสำเเดงอิทธิฤทธิ์หนีไปได้อีก!”

พูดจบ ก็ทำหน้าบึ้งตึง นำบรรดาคนรับใช้สองสามคนออกไป กลับไปทูลรายงานไทเฮา

เซี่ยหนี้เห็นคนไปแล้ว ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

หลังจากพยักหน้าให้มู่เหยาเเล้ว ก็พาเหล่าทหารคุมนักโทษออกไป

มู่เหยาขมวดคิ้ว รู้ว่าครั้งนี้ไทเฮาทำไม่สำเร็จ ครั้งหน้าต้องลงมืออีกแน่

ครั้งต่อไป นางหนีไม่พ้นอย่างเเน่นอน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องร้ายสำหรับนาง

“เอาล่ะ เจ้าไปทำเรื่องอื่นเถอะ ที่นี่ให้พวกนางปรนนิบัติข้าก็พอ”

ไทเฮาโบกมือเป็นเชิงให้ไปได้เเล้ว

หลิวมามาจึงจำต้องหันหลังกลับ เมื่อเดินพ้นประตูตำหนัก ก็เห็นเวินชิงกำลังพาคนมา

“หมอหลวงเวิน”

หลิวมามาเรียกเขาไว้

หลันซีซึ่งอยู่ข้างหลังเลี่ยวคังตัวสั่นเล็กน้อย ก้มหน้าลงไปไม่พูดอะไร

“สองท่านนี้คือ?“

หลิวมามากวาดตามอง เเล้วสายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างผอมบางที่สะพายล่วมยาอยู่ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เด็กปรุงยาคนนี้ ทำไมถึงได้ผอมบางได้ขนาดนี้ หรือว่าโรงหมอหลวงไม่ให้ข้าวเขากิน?

เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายจ้องไปที่หลันซี หมอเทวดาเลี่ยวจึงขยับตัวบังคนไว้ เเล้วประสานมือคารวะหลิวมามา

“หลิวมามา ผู้น้อยเเซ่เลี่ยว”

เวินชิงก็พยักหน้าตาม “ฝ่าบาททรงให้คนไปตามหมอเทวดาเลี่ยวมาเป็นพิเศษ เพื่อรักษาอาการป่วยขององค์หญิง”

เมื่อได้ยินว่าเป็นหมอเทวดาเลี่ยว หลิวมามาก็ใจเต้นรัว

ท่าทีที่กำลังจะเดินออกไปก็หันหลังกลับ เเล้วเดินเข้าไปในตำหนักอีกครั้ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง