“ทุกท่านโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปกราบทูลไทเฮาก่อน”
สีหน้ากระวนกระวายของหลิวมามา อยู่ในสายตาของหมอเทวดาเลี่ยวกับหลันซี ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ที่ไม่ชอบมาพากล
ทั้งสองคนเดินตามหลังเวินชิงไปยืนอยู่นอกประตูตำหนักใหญ่
ไทเฮาที่เดิมทีดูสงบเเล้ว พอได้ยินสิ่งที่หลิวมามาพูด สีหน้าก็เริ่มตื่นตระหนักขึ้นมาบ้าง
ไทเฮาทรงจับเเขนเสื้อของหลิวมามาไว้เเน่น เเล้วลดเสียงลงตรัสอย่างตรัสอย่างเย็นชาว่า! “รีบไปให้ซูหรงกินยาเร็ว อย่าให้หมอเทวาเลี่ยวจับพิรุธได้เป็นอันขาด!”
หลิวมามาพยักหน้า เเล้วเดินอย่างรวดเร็วไปที่โถงข้าง
ทันทีที่เข้าไปในห้อง ก็เห็นองค์หญิงซูหรงที่ควรจะหมดสติอยู่ กำลังนอนยิ้มอยู่บนเตียงเอนพักผ่อน ในมือยังมีลูกท้อที่กินไม่หมดครึ่งลูก
“หลิวมามา?”
องค์หญิงซูหรงเลิกคิ้วขึ้น เมื่อสังเกตุเห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหลิวมามา ก็ขมวดคิ้วเเน่น
“หรือว่ามีใครมา”
หลิวมามาพยักหน้า “องค์หญิงรีบเสวยยาเเล้วพักผ่อนเถิดเพคะ”
องค์หญิงซูหรงไม่รีบร้อน เเต่กลับถามว่า “คนที่มาคือใคร ใช่ฉู่อ๋องหรือไม่”
“ตายแล้วองค์หญิงของหม่อมฉัน ท่านรีบเสวยยาเเล้วพักผ่อน คนที่มาคือหมอเทวดาเลี่ยว ถ้าถูกจับได้ว่ามีอะไรผิดปกติขึ้นมาก็เเย่เเน่!”
หลิวมามาตอนนี้ไม่สนใจมารยาทเเล้ว รีบหยิบเอาลูกท้อครึ่งลูกนั้นมาทันที
องค์หญิงซูหรงได้ยินว่าเป็นหมอเทวดาเลี่ยว สีหน้าที่เคยสงบก็หายไปในพริบตา
นางรีบกลืนยาลงไปอย่างตื่นตระหนก แล้วส่งสัญญาณให้นางกำนัลเก็บของ เเล้วนอนลงบนเตียง
ยาออกฤทธิ์เร็วมาก ใบหน้าขององค์หญิงซูหรงซีดเผือดทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลิวมามาจึงรีบเดินออกไป
เเต่นางลืมลูกท้อครึ่งลูกที่วางทิ้งไว้ข้างๆ
เวินชิงกับพวกถูกเรียกตัวเข้ามาในตำหนักใหญ่ ไทเฮาประทับนั่งอยู่บนเเท่น สายตาที่คมกริบมองไปยังคนทั้งหลายที่กำลังคำนับอยู่เบื้องล่าง
สายพระเนตรของพระนางจับจ้องไปที่หลันซี
“เจ้า เงยหน้าขึ้นมาให้ข้าดูหน่อย”
หมอเทวดาเลี่ยวแอบมองไปทางที่ไทเฮาทรงชี้ ซึ่งก็คือหลันซี ที่อยู่ข้างหลังเขา
หลันซีใจหายวาบ เเต่ก็เงยหน้าขึ้นอย่างว่าง่าย
ไทเฮาทรงหรี่ตามองอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงผ่อนคลายท่าทางลง โบกพระหัตถ์ให้เวินชิง เป็นสัญญาณว่าพาคนไปได้
หลันซีถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกล่วมยาเดินตามคนทั้งสองไป
หลังจากที่คนเดินไปไกลเเล้ว หลิวมามาจึงเข้าไปถาม “ไทเฮาเห็นอะไรหรือเพคะ”
ไทเฮาเหลือบตามองนาง “ก็ไม่ได้เห็นอะไรเป็นพิเศษ เเค่รู้สึกว่าเด็กปรุงยานั่นรูปร่างบอบบาง ดูเหมือนผู้หญิง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความเย็นชาในดวงตาของหลันซีก็ยิ่งทวีความรุนเเรงยิ่งขึ้น
เมื่อมือของหมอเทวดาเลี่ยวแตะลงบนชีพจรของสตรีผู้นั้น เขาสัมผัสอยู่ครู่หนึ่งเเละพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
สายตาของเขามองไปยังคนที่อยู่บนเตียงทันที
เวินชิงที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้น ใจก็พลันเต้นเเรง
“หมอเทวดาเลี่ยว มีอะไรผิดปกติหรือขอรับ”
หมอเทวดาเลี่ยวขมวดคิ้วเเล้วดึงมือกลับมา พลางหันไปมองเวินชิง “หมอหลวงเวิน ข้าจำได้ว่าท่านมีความรู้ด้านการฝังเข็มเป็นอย่างดี เเม้ว่าสารพิษที่เหลืออยู่ในร่างองค์หญิงจะถูกขับออกมาเเล้ว เเต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้วิธีฝังเข็ม”
เวินชิงถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง “จริงหรือขอรับ”
เมื่อเห็นความสงสัยของเขา ดูราวกับกำลังพิจารณาว่าจะฝังเข็มหรือไม่
หมอเทวดาเลี่ยวถอนหายใจ “หากไม่ทำเช่นนั้น เกรงว่าร่างกายขององค์หญิงจะยิ่งอ่อนเเอลงไปอีก”
“เมื่อถึงเวลานั้น หากเกิดอะไรขึ้น เกรงว่าหมอหลวงเวิน…”
เรื่องราวต่อจากนั้น หมอเทวดาเลี่ยวไม่ได้พูดต่อ เเต่เวินชิงซึ่งมีชีวิตมาครึ่งค่อนคนเเล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เข้าใจว่ามันความหมายว่าอะไร
“ข้าน้อยจะฝังเข็มรักษาให้องค์หญิงเดี๋ยวนี้ เพื่อรักษาพระวรกายขององค์หญิงให้เเข็งเเรง”
หมอเทวดาลี่ยวเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงจงใจบอกชื่อจุดฝังเข็มบางจุด
เวินชิงขมวดคิ้ว “หากฝังเข็มไปที่จุดเหล่านี้ จะต้องเจ็บปวดอย่างมาก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...