เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 296

“ของพวกนี้เป็นของที่มาจากในวัง ถ้ามีปัญหา แสดงว่ามีคนจงใจ”

นางพ่นคำพูดประโยคหนึ่งออกมาอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าของคนสองคนปรากฏขึ้นในใจอย่างช้าๆ

องค์หญิงซูหรงและไทเฮา…

หากเดาไม่ผิด ของที่ส่งมาวันนี้ถูกโรยผงคัน ของสิ่งนี้ ถ้าโดนเพียงน้อยนิด

หากไม่ขับเลือดพิษออก อาการก็จะแย่ลงเรื่อยๆ

นึกถึงสิ่งนี้ นางก็มองไปที่หลันเยว่อิง

แลเห็นอาการบนใบหน้าของนางหายไป ยาถอนพิษใช้ได้ผล

มู่เหยากลับไปที่เตียงฟาง หลังจากกินยาถอนพิษเข้าไป ก็จัดการกับแผลบนฝ่ามือของตัวเองอีกครั้ง

แผลนี้จำเป็นต้องคงอยู่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดอาการของนางถึงได้ทุเลาลง

……

ข้างนอก

ตอนที่เซี่ยหนี้นำคนไปสืบเสาะ จวนตระกูลหลันเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

ในฐานะที่เคยเป็นพ่อค้าในเจียงหนาน ย่อมรู้จักคนมากมาย

การสืบสวนเรื่องผงดอกท้อ ย่อมเร็วกว่าเซี่ยหนี้อย่างแน่นอน

นายท่านหลันนั่งดื่มชาอยู่ในห้องโถงด้านหน้า สีหน้าหม่นหมอง

“เป็นอย่างไรบ้าง”

หลันเฉินก้าวเดินเข้ามา ก็ได้ยินคำถามของซูโหรวพอดี

“เจอแล้ว จวนจงซู่โหวซื้อผงดอกท้อจริงๆ แต่จำนวนแค่นั้นไม่มีทางเหลือมากขนาดนั้น ข้าใช้ทั้งวิธีข่มขู่และหลอกล่อ ทางนั้นถึงนึกขึ้นได้ว่านอกจากคนจากจวนจงซู่โหวแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่เคยมาซื้อผงดอกท้อ”

“ผู้ใดหรือ”

หลันเอ้าเซวียนลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น มองลูกชายคนรอง ท่าทีใคร่รู้ในคำตอบ

“คนนั้นบอกว่าเป็นคนจากตระกูลมู่ ข้าได้ฟังลักษณะที่เขาบรรยาย จึงนำภาพวาดของมู่หยางให้เขาดู เป็นนางจริงๆ!”

“ข้าจึงไปตรวจสอบที่อื่นอีก แล้วก็บังเอิญได้ข่าวจากหอจู๋เซียงว่ามู่หยางได้พบกับองค์หญิงซูหรงหนึ่งวันก่อนที่จะเข้าเมืองหลวง”

“นี่เป็นสิ่งที่บ่าวเฝ้าประตูด้านหลังของหอจู๋เซียงนึกขึ้นได้ เขาบอกว่าทั้งสองคนสวมหมวกคลุมหน้าในตอนที่เจอกัน หากไม่ใช่เพราะลมแรงในวันนั้น ก็คงจะไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด”

หลันเฉินบอกเล่าข้อมูลที่สืบสวนได้ออกมาทั้งหมดในคราวเดียว ก่อนจะนั่งลงดื่มชาเข้าไปหนึ่งชามใหญ่

“ดังนั้น เรื่องนี้ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนที่ครอบครัวของมู่จวินเหิงจะเข้ามาในเมืองหลวงแล้วสินะ”

ซูโหรวกัดฟันแน่น เบื้องลึกในดวงตาคือความตกใจ

คิดไม่ถึงเลยว่าองค์หญิงซูหรงจะเป็นคนเสแสร้งเช่นนี้

“ท่านแม่ อย่าลืมข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่าองค์หญิงซูหรงกับฉู่อ๋องเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันสิ ได้ยินมาว่าตอนนั้นท่านตาของฉู่อ๋องได้เข้าวังไปขอร้องอดีตฮ่องเต้ให้ยกเลิกการหมั้นหมายด้วยตัวเองเลย”

“ตายแล้ว! ท่านอ๋องของข้า ในห้องทรงพระอักษรยังมีขุนนางน้อยใหญ่อยู่ หากพวกเขาเห็นเข้า คงจะไม่…”

เยี่ยนสวินยืดหลังตรง ขัดจังหวะคำพูดของหลี่กงกง

เขามองตรงไปที่ประตูห้องทรงพระอักษร แล้วตะโกนเสียงดังว่า “กระหม่อมเยี่ยนสวิน ขอวิงวอนพระเมตตาจากฝ่าบาท ได้โปรดยกโทษให้มู่จวิ้นจู่แห่งจวนจงซู่โหวด้วย กระหม่อมยินดีรับโทษทัณฑ์ทั้งหมดแทน!”

ถ้อยคำเหล่านี้ดึงดูดความสนใจของบรรดาขันทีและนางกำนัลที่เดินผ่านไปมา จนอดไม่ได้ต้องชำเลืองมองมา

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่กำลังประชุมอยู่ในนั้น

ต่างคนต่างมองหน้ากันไปมา ชั่วขณะนี้ไม่รู้ควรพูดอย่างไรดี

ฮ่องเต้บนบัลลังก์หรี่ตาลง แล้วค่อยๆ พับฎีกาในมือ

“หลี่ฮวน!”

ได้ยินเสียงเย็นชาดังลอดออกมาจากในห้อง หลี่กงกงเหลือบมองเยี่ยนสวินด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนจะเบนศีรษะรีบเข้าไปด้านใน

ด้านนอก เสียงของเยี่ยนสวินยังคงพูดซ้ำวนไปมา

ภายในห้อง ฮ่องเต้มีสีหน้าเย็นชาราวกับบ่อน้ำเย็น “เกิดอะไรขึ้น”

“ทูลฝ่าบาท ฉู่อ๋องกำลังคุกเข่าอยู่หน้าห้องทรงพระอักษร เพื่อขอร้องให้มู่จวิ้นจู่”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา สีหน้าไม่เห็นด้วยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าขุนนางที่เพิ่งจะสงบลง

เจ้ากรมพิธีการผู้เป็นผู้นำขุนนางจึงประสานมือคำนับฮ่องเต้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง