เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 304

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจว่า ทำไมเรื่องที่เคยถูกปิดบังไว้อย่างดี ถึงได้ถูกฮูหยินเฒ่าเซียวเปิดโปงในวันนี้ ราวกับว่าได้วางเเผนได้ล่วงหน้าเเล้ว

ไฉนเลยถึงได้บุกมายังวังหลวงเพื่อก่อความวุ่นวายเเต่เช้าเช่นนี้

เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ ไทเฮาก็หันไปมองฮูหยินเฒ่าเซียวอย่างรวดเร็ว

“เป็นเจ้า! เจ้ารู้เเต่เเรกเเล้วใช่หรือไม่!”

ไทเฮาทรงตรัสด้วยเสียงอันดังเเละรวดเร็วเสียจนเเม้เเต่เเม่นมหลิวก็ไม่ทันที่จะดึงพระนางไว้

คำพูดที่หลุดปากออกมาทำให้เเม่นมหลิวตกใจ

“ข้ารู้อะไร” ฮูหยินเฒ่าเซียวเเค่นเสียง “หากข้ารู้ว่าองค์หญิงซูหรงหมดสติเพราะกินยาเม็ดนี้เข้าไป เกรงว่าข้าไปทูลเชิญฮ่องเต้มาตั้งนานเเล้ว”

เเววตาของไทเฮาสั่นไหว ทั่วทั้งร่างเเสดงถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

กระสับกระส่าย!

“ไปเชิญหมอเทวดาเลี่ยว”

ฮองเฮาเซียวทรงขมวดคิ้วสั่ง จากนั้นเห็นไทเฮาทำท่าจะพูดอะไร พระนางจึงทรงจิบชาเเล้วตรัสอย่างช้าๆว่า “ไทเฮา ยาเม็ดนี้ที่มาไม่เเน่ชัด เเละนางกำนัลเหล่านี้ก็ไม่รู้ว่ารับคำสั่งจากใคร ถึงได้กล้าให้องค์หญิงซูหรงกินของพวกนี้”

“ฝ่าบาททรงเป็นห่วงองค์หญิงซูหรงน้องสาวคนนี้มาก เรื่องนี้ย่อมต้องสืบให้กระจ่างชัด”

“ข้าได้ให้คนไปทูลเชิญฝ่าบาทเเล้ว คาดว่าเมื่อฝ่าบาททรงเลิกว่าราชการก็จะเสด็จมาที่นี่ทันที”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา

สีหน้าของไทเฮาก็ซีดเซียว เเละร่างของพระนางก็เซเล็กน้อย

พระนางทรงสูดหายใจเข้าลึกๆ เเละไม่สามารถพูดอะไรกับคนทั้งสองได้อีกต่อไป

ได้แต่เหลือบมองคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างร้อนรนในใจ

ขออย่าให้หมอเทวดาเลี่ยวมองออกเลย!

ในขณะเดียวกัน เซี่ยหนี้ได้พาคนหนึ่งเข้าไปในท้องพระโรง

“กระหม่อมเซี่ยหนี้ขอถวายบังคมฝ่าบาท ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ตระกูลมู่นำหลักฐานมาเเสดงว่า มู่จวิ้นจู่อาจจะโดนกักขังไว้ในห้องลับของตำหนักข้างขององค์หญิงซูหรงพะยะค่ะ!”

ทันทีที่เซี่ยหนี้พูดจบ ทั้งท้องพระโรงก็ตกตะลึง

“เซี่ยหนี้! เจ้าบังอาจเกินไปเเล้ว กล้าดียังไงมาใส่ร้ายองค์หญิงซูหรง

ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยปากตำหนิเป็นคนเเรก

ฮ่องเต้เหลือบมองอย่างเงียบๆ ในใจเขามีความคิดบางอย่างเเล้ว

นี่เกรงว่าจะเป็นพวกของไทเฮา

“ในเมื่อกระหม่อมกล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งหลาย ย่อมต้องมีหลักฐานที่เเท้จริง”

“กระหม่อมในฐานะเจ้าหน้าที่ของศาลต้าหลี่ จะไม่กล่าวหาใครอย่างไร้หลักฐาน

เซี่ยหนี้พูดอย่างหนักเเน่น จนหลายคนที่รู้จักนิสัยของเขาย่อมเชื่อมั่น

เมื่อเห็นว่าในดวงตาของเขาไม่มีท่าทีหลบเลี่ยงหรือรู้สึกผิดเลยเเม้เเต่น้อย ฮ่องเต้ก็แอบพยักหน้า

เป็นคนที่มีคุณสมบัติที่ดี

เเต่…เป็นคนของตระกูลมู่

เขายังคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

“หลักฐานล่ะ”

มู่หลันชงหยิบป้ายประจำตัวชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ป้ายนั้นเต็มไปด้วยคราบโคลนสกปรก เเต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ว่าเป็นป้ายประจำตัวนางกำนัลหรือคนรับใช้ในวัง

“หลังจากที่กระหม่อมเห็นว่าน้องสาวหายตัวไป ก็ได้ขอให้ใต้เท้าเซี่ยช่วยค้นหาในคุกที่เคยถูกน้ำท่วมเเละเต็มไปด้วยโคลนตม ไม่คาดคิดว่าจะพบสิ่งนี้จริงๆ”

“กระหม่อมได้นำสิ่งนี้ไปหาใต้เท้าเซี่ย ซึ่งใต้เท้าเซี่ยก็จำได้ทันทีว่าเป็นป้ายประจำตัวของคนสนิทข้างกายองค์หญิงซูหรง”

“เเละกระหม่อมได้ยินมาว่า องค์หญิงซูหรงหายจากอาการประชวรนานเเล้ว อาการหมดสติในตอนนี้เป็นผลมาจากการกินยาลูกกลอนชนิดหนึ่ง กระหม่อมออกตามหาเเละสืบถามตลอดทั้งคืน จนกระทั่งได้พบยาลูกกลอนนี้จากนักพรตเร่ร่อนผู้หนึ่งที่ชื่อว่า ท่านเซียนจัง”

เซี่ยหนี้พูดต่ออย่างเหมาะสม “กระหม่อมได้ทดลองยากับผู้คุมที่อยู่ใกล้ตัว ยาจะออกฤทธิ์ทันทีหลังจากที่กินเข้าไป ทำให้คนหมดสติ ใบหน้าซีดเผือด เเละชีพจรเต้นผิดปกติ โดยมีฤทธิ์อย่างน้อยสองชั่วโมงครึ่ง”

พูดจบ เซี่ยหนี้ก็หยิบยาออกมาด้วย

ในโถงใหญ่มีหมอหลวงที่คอยเตรียมพร้อมอยู่เเล้ว

เพียงเเค่ฮ่องเต้ส่งสัญญาณ หลี่กงกงก็ยกหลักฐานทั้งสองอย่างไปถวายต่อหน้าพระพักตร์

ป้ายประจำตัวนั้นเป็นของคนสนิทขององค์หญิงซูหรงจริงๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง