ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจว่า ทำไมเรื่องที่เคยถูกปิดบังไว้อย่างดี ถึงได้ถูกฮูหยินเฒ่าเซียวเปิดโปงในวันนี้ ราวกับว่าได้วางเเผนได้ล่วงหน้าเเล้ว
ไฉนเลยถึงได้บุกมายังวังหลวงเพื่อก่อความวุ่นวายเเต่เช้าเช่นนี้
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ ไทเฮาก็หันไปมองฮูหยินเฒ่าเซียวอย่างรวดเร็ว
“เป็นเจ้า! เจ้ารู้เเต่เเรกเเล้วใช่หรือไม่!”
ไทเฮาทรงตรัสด้วยเสียงอันดังเเละรวดเร็วเสียจนเเม้เเต่เเม่นมหลิวก็ไม่ทันที่จะดึงพระนางไว้
คำพูดที่หลุดปากออกมาทำให้เเม่นมหลิวตกใจ
“ข้ารู้อะไร” ฮูหยินเฒ่าเซียวเเค่นเสียง “หากข้ารู้ว่าองค์หญิงซูหรงหมดสติเพราะกินยาเม็ดนี้เข้าไป เกรงว่าข้าไปทูลเชิญฮ่องเต้มาตั้งนานเเล้ว”
เเววตาของไทเฮาสั่นไหว ทั่วทั้งร่างเเสดงถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
กระสับกระส่าย!
“ไปเชิญหมอเทวดาเลี่ยว”
ฮองเฮาเซียวทรงขมวดคิ้วสั่ง จากนั้นเห็นไทเฮาทำท่าจะพูดอะไร พระนางจึงทรงจิบชาเเล้วตรัสอย่างช้าๆว่า “ไทเฮา ยาเม็ดนี้ที่มาไม่เเน่ชัด เเละนางกำนัลเหล่านี้ก็ไม่รู้ว่ารับคำสั่งจากใคร ถึงได้กล้าให้องค์หญิงซูหรงกินของพวกนี้”
“ฝ่าบาททรงเป็นห่วงองค์หญิงซูหรงน้องสาวคนนี้มาก เรื่องนี้ย่อมต้องสืบให้กระจ่างชัด”
“ข้าได้ให้คนไปทูลเชิญฝ่าบาทเเล้ว คาดว่าเมื่อฝ่าบาททรงเลิกว่าราชการก็จะเสด็จมาที่นี่ทันที”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา
สีหน้าของไทเฮาก็ซีดเซียว เเละร่างของพระนางก็เซเล็กน้อย
พระนางทรงสูดหายใจเข้าลึกๆ เเละไม่สามารถพูดอะไรกับคนทั้งสองได้อีกต่อไป
ได้แต่เหลือบมองคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างร้อนรนในใจ
ขออย่าให้หมอเทวดาเลี่ยวมองออกเลย!
ในขณะเดียวกัน เซี่ยหนี้ได้พาคนหนึ่งเข้าไปในท้องพระโรง
“กระหม่อมเซี่ยหนี้ขอถวายบังคมฝ่าบาท ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ตระกูลมู่นำหลักฐานมาเเสดงว่า มู่จวิ้นจู่อาจจะโดนกักขังไว้ในห้องลับของตำหนักข้างขององค์หญิงซูหรงพะยะค่ะ!”
ทันทีที่เซี่ยหนี้พูดจบ ทั้งท้องพระโรงก็ตกตะลึง
“เซี่ยหนี้! เจ้าบังอาจเกินไปเเล้ว กล้าดียังไงมาใส่ร้ายองค์หญิงซูหรง
ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยปากตำหนิเป็นคนเเรก
ฮ่องเต้เหลือบมองอย่างเงียบๆ ในใจเขามีความคิดบางอย่างเเล้ว
นี่เกรงว่าจะเป็นพวกของไทเฮา
“ในเมื่อกระหม่อมกล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งหลาย ย่อมต้องมีหลักฐานที่เเท้จริง”
“กระหม่อมในฐานะเจ้าหน้าที่ของศาลต้าหลี่ จะไม่กล่าวหาใครอย่างไร้หลักฐาน
เซี่ยหนี้พูดอย่างหนักเเน่น จนหลายคนที่รู้จักนิสัยของเขาย่อมเชื่อมั่น
เมื่อเห็นว่าในดวงตาของเขาไม่มีท่าทีหลบเลี่ยงหรือรู้สึกผิดเลยเเม้เเต่น้อย ฮ่องเต้ก็แอบพยักหน้า
เป็นคนที่มีคุณสมบัติที่ดี
เเต่…เป็นคนของตระกูลมู่
เขายังคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
“หลักฐานล่ะ”
มู่หลันชงหยิบป้ายประจำตัวชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ป้ายนั้นเต็มไปด้วยคราบโคลนสกปรก เเต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ว่าเป็นป้ายประจำตัวนางกำนัลหรือคนรับใช้ในวัง
“หลังจากที่กระหม่อมเห็นว่าน้องสาวหายตัวไป ก็ได้ขอให้ใต้เท้าเซี่ยช่วยค้นหาในคุกที่เคยถูกน้ำท่วมเเละเต็มไปด้วยโคลนตม ไม่คาดคิดว่าจะพบสิ่งนี้จริงๆ”
“กระหม่อมได้นำสิ่งนี้ไปหาใต้เท้าเซี่ย ซึ่งใต้เท้าเซี่ยก็จำได้ทันทีว่าเป็นป้ายประจำตัวของคนสนิทข้างกายองค์หญิงซูหรง”
“เเละกระหม่อมได้ยินมาว่า องค์หญิงซูหรงหายจากอาการประชวรนานเเล้ว อาการหมดสติในตอนนี้เป็นผลมาจากการกินยาลูกกลอนชนิดหนึ่ง กระหม่อมออกตามหาเเละสืบถามตลอดทั้งคืน จนกระทั่งได้พบยาลูกกลอนนี้จากนักพรตเร่ร่อนผู้หนึ่งที่ชื่อว่า ท่านเซียนจัง”
เซี่ยหนี้พูดต่ออย่างเหมาะสม “กระหม่อมได้ทดลองยากับผู้คุมที่อยู่ใกล้ตัว ยาจะออกฤทธิ์ทันทีหลังจากที่กินเข้าไป ทำให้คนหมดสติ ใบหน้าซีดเผือด เเละชีพจรเต้นผิดปกติ โดยมีฤทธิ์อย่างน้อยสองชั่วโมงครึ่ง”
พูดจบ เซี่ยหนี้ก็หยิบยาออกมาด้วย
ในโถงใหญ่มีหมอหลวงที่คอยเตรียมพร้อมอยู่เเล้ว
เพียงเเค่ฮ่องเต้ส่งสัญญาณ หลี่กงกงก็ยกหลักฐานทั้งสองอย่างไปถวายต่อหน้าพระพักตร์
ป้ายประจำตัวนั้นเป็นของคนสนิทขององค์หญิงซูหรงจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...