วาจาของเซี่ยหนี้ที่แฝงความห่วงใย ทำให้จิ้นอ๋องไม่มีช่องทางให้ตำหนิได้แม้แต่น้อย
เขาแค่นเสียงเย็นชา สายตาตวัดมองมู่หลันชงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เมื่อนึกถึงการปะทะคารมในท้องพระโรงเมื่อครู่ ดวงตาของเขาก็หรี่ลงอย่างอันตราย
“คุณชายใหญ่สกุลมู่ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง กล้าหาญถึงเพียงนี้ ระวังศีรษะไว้ให้ดีเถิด!”
นี่คือคำข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง
แววตาของมู่หลันชงไหววูบ เขาก้มกายคารวะบุรุษอย่างนอบน้อม “ขอบพระทัยจิ้นอ๋องที่ทรงเตือนสติ ข้าน้อยจะขอพำนักที่ศาลต้าหลี่สักสองสามวัน คิดว่าคงไม่เกิดเหตุไม่คาดฝันพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกือบพลิกตาขาวขึ้นไปบนฟ้า
ทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างหัวเสีย
เซี่ยหนี้จึงได้ยืดตัวตรง แล้วปรายตามองคนข้างกาย
“อย่าลืมจ่ายค่าอาหารด้วย”
มู่หลันชงแย้มยิ้ม “ใต้เท้าเซี่ยพูดถูกแล้ว”
ทั้งสองคนเดินตามจิ้นอ๋องจากไปติด ๆ ขันทีที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ก็รีบหันกายกลับไปรายงานหลี่กงกงทันที
เมื่อได้รับข่าว หลี่กงกงก็รีบสาวเท้าตามราชรถให้ทัน
“ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ที่ตระกูลมู่รับมาเป็นบุตรบุญธรรมผู้นี้ ดูท่าจะสนิทสนมกับใต้เท้าเซี่ยนะพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินมาว่าคนผู้นี้มีความรู้เป็นเลิศ และยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบรอบขุนนางฤดูใบไม้ผลิด้วย”
ฮ่องเต้ทรงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก
หลี่กงกงจึงมิได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงมองไปยังเบื้องหน้า “เคลื่อนขบวนไปตำหนักโซ่วคัง!”
ทันทีที่ฮ่องเต้เสด็จเข้าสู่ประตูตำหนักโซ่วคัง ก็เห็นผู้คนมากมายคุกเข่าอยู่เต็มไปหมด
ส่วนไทเฮาซึ่งประทับอยู่เบื้องบน มีสีหน้าบึ้งตึงอย่างที่สุด
“ฝ่าบาท”
เซียวฮองเฮารีบก้าวขึ้นหน้ามาถวายพระพร “ฝ่าบาท หมอเทวดาเลี่ยวกับหมอหลวงเวินตรวจดูแล้ว ยานั่นมีปัญหาจริง ๆ เพคะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า ก่อนจะหันไปประทับยังที่นั่งหลัก
ไทเฮาที่อยู่ด้านข้างกำลังจะพูดบางสิ่ง ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“หมอเทวดาเลี่ยวอยู่หรือไม่?”
เลี่ยวคังรีบเดินออกมา “กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อองค์หญิงซูหรงใช้ยาแสร้งสลบ เจ้ามีวิธีทำให้นางฟื้นหรือไม่?”
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้สีหน้าของไทเฮาซีดเผือดลงในทันใด
“ฮ่องเต้ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร! เจ้ากำลังสงสัยซูหรงงั้นหรือ?!”
ฮ่องเต้ไม่แม้แต่จะปรายตามองไทเฮา เพียงมองไปยังเบื้องล่างเท่านั้น
เมื่อเห็นดังนั้น
หมอเทวดาเลี่ยวจึงรีบกล่าวว่า “กระหม่อมมีวิธีพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่วิธีนี้ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหมอหลวงเวินด้วย”
“อืม ไปเถิด”
ฮ่องเต้ทรงโบกมือ
ผู้ใดไม่รู้ คงนึกว่านี่ไม่ใช่การค้นตำหนัก แต่เป็นการบีบคั้นเอาชีวิตของไทเฮาพระองค์นี้เสียอีก!
“เสด็จแม่ อย่าบีบคั้นให้เราต้องลำบากใจเลย”
แม้ถ้อยคำจะฟังดูคล้ายจำยอม ทว่าสีหน้าของฮ่องเต้กลับเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งด้านนอกเสียอีก
“ฮองเฮา เจ้าจงนำคนไป”
เซียวฮองเฮาลุกขึ้นทันที “หม่อมฉันรับพระบัญชาเพคะ”
เมื่อไทเฮาเห็นว่าไม่อาจเหนี่ยวรั้งฮ่องเต้ได้ จึงหันไปทางฮองเฮา ตั้งใจจะยื่นมือออกไปคว้าตัวไว้
ทว่าเซียวฮองเฮาไหนเลยจะโง่เขลา ย่อมไม่ปล่อยให้นางรั้งตัวไว้ได้จริง!
นางเพียงเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย แล้วจึงนำเหล่านางกำนัลและราชองครักษ์มุ่งตรงไปยังตำหนักข้างขององค์หญิงทันที
“พวกเจ้าจะทำอะไร!”
เดิมทีซูหรงก็เจ็บปวดจากเข็มสองเล่มนั้นจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว
ครั้นเห็นเซียวฮองเฮานำคนบุกเข้ามา ค้นข้าวของในตำหนักที่ตนอาศัยอยู่อย่างไม่เกรงใจ ก็สุดที่จะทนต่อไปได้จึงตวาดออกมา
“เห็นท่าทางขององค์หญิงแล้ว หาได้คล้ายผู้ที่ป่วยหนักเพราะพิษมาเนิ่นนานไม่ กลับดูมีเลือดฝาดดีกว่าข้าผู้เป็นฮองเฮาเสียอีก”
เซียวฮองเฮาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ฉวยคว้าข้อมือของซูหรงแล้วบิดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของซูหรงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดในทันใด เมื่อสบเข้ากับสายตาของเซียวฮองเฮา ในใจก็ยิ่งบังเกิดความตระหนก
“ฮองเฮา ท่านรีบปล่อยซูหรงเถิดเพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...