เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 306

วาจาของเซี่ยหนี้ที่แฝงความห่วงใย ทำให้จิ้นอ๋องไม่มีช่องทางให้ตำหนิได้แม้แต่น้อย

เขาแค่นเสียงเย็นชา สายตาตวัดมองมู่หลันชงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เมื่อนึกถึงการปะทะคารมในท้องพระโรงเมื่อครู่ ดวงตาของเขาก็หรี่ลงอย่างอันตราย

“คุณชายใหญ่สกุลมู่ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง กล้าหาญถึงเพียงนี้ ระวังศีรษะไว้ให้ดีเถิด!”

นี่คือคำข่มขู่อย่างโจ่งแจ้ง

แววตาของมู่หลันชงไหววูบ เขาก้มกายคารวะบุรุษอย่างนอบน้อม “ขอบพระทัยจิ้นอ๋องที่ทรงเตือนสติ ข้าน้อยจะขอพำนักที่ศาลต้าหลี่สักสองสามวัน คิดว่าคงไม่เกิดเหตุไม่คาดฝันพ่ะย่ะค่ะ”

จิ้นอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกือบพลิกตาขาวขึ้นไปบนฟ้า

ทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างหัวเสีย

เซี่ยหนี้จึงได้ยืดตัวตรง แล้วปรายตามองคนข้างกาย

“อย่าลืมจ่ายค่าอาหารด้วย”

มู่หลันชงแย้มยิ้ม “ใต้เท้าเซี่ยพูดถูกแล้ว”

ทั้งสองคนเดินตามจิ้นอ๋องจากไปติด ๆ ขันทีที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ก็รีบหันกายกลับไปรายงานหลี่กงกงทันที

เมื่อได้รับข่าว หลี่กงกงก็รีบสาวเท้าตามราชรถให้ทัน

“ฝ่าบาท คุณชายใหญ่ที่ตระกูลมู่รับมาเป็นบุตรบุญธรรมผู้นี้ ดูท่าจะสนิทสนมกับใต้เท้าเซี่ยนะพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินมาว่าคนผู้นี้มีความรู้เป็นเลิศ และยังเป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบรอบขุนนางฤดูใบไม้ผลิด้วย”

ฮ่องเต้ทรงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก

หลี่กงกงจึงมิได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงมองไปยังเบื้องหน้า “เคลื่อนขบวนไปตำหนักโซ่วคัง!”

ทันทีที่ฮ่องเต้เสด็จเข้าสู่ประตูตำหนักโซ่วคัง ก็เห็นผู้คนมากมายคุกเข่าอยู่เต็มไปหมด

ส่วนไทเฮาซึ่งประทับอยู่เบื้องบน มีสีหน้าบึ้งตึงอย่างที่สุด

“ฝ่าบาท”

เซียวฮองเฮารีบก้าวขึ้นหน้ามาถวายพระพร “ฝ่าบาท หมอเทวดาเลี่ยวกับหมอหลวงเวินตรวจดูแล้ว ยานั่นมีปัญหาจริง ๆ เพคะ”

ฮ่องเต้พยักหน้า ก่อนจะหันไปประทับยังที่นั่งหลัก

ไทเฮาที่อยู่ด้านข้างกำลังจะพูดบางสิ่ง ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“หมอเทวดาเลี่ยวอยู่หรือไม่?”

เลี่ยวคังรีบเดินออกมา “กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

“ในเมื่อองค์หญิงซูหรงใช้ยาแสร้งสลบ เจ้ามีวิธีทำให้นางฟื้นหรือไม่?”

เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้สีหน้าของไทเฮาซีดเผือดลงในทันใด

“ฮ่องเต้ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร! เจ้ากำลังสงสัยซูหรงงั้นหรือ?!”

ฮ่องเต้ไม่แม้แต่จะปรายตามองไทเฮา เพียงมองไปยังเบื้องล่างเท่านั้น

เมื่อเห็นดังนั้น

หมอเทวดาเลี่ยวจึงรีบกล่าวว่า “กระหม่อมมีวิธีพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่วิธีนี้ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหมอหลวงเวินด้วย”

“อืม ไปเถิด”

ฮ่องเต้ทรงโบกมือ

ผู้ใดไม่รู้ คงนึกว่านี่ไม่ใช่การค้นตำหนัก แต่เป็นการบีบคั้นเอาชีวิตของไทเฮาพระองค์นี้เสียอีก!

“เสด็จแม่ อย่าบีบคั้นให้เราต้องลำบากใจเลย”

แม้ถ้อยคำจะฟังดูคล้ายจำยอม ทว่าสีหน้าของฮ่องเต้กลับเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งด้านนอกเสียอีก

“ฮองเฮา เจ้าจงนำคนไป”

เซียวฮองเฮาลุกขึ้นทันที “หม่อมฉันรับพระบัญชาเพคะ”

เมื่อไทเฮาเห็นว่าไม่อาจเหนี่ยวรั้งฮ่องเต้ได้ จึงหันไปทางฮองเฮา ตั้งใจจะยื่นมือออกไปคว้าตัวไว้

ทว่าเซียวฮองเฮาไหนเลยจะโง่เขลา ย่อมไม่ปล่อยให้นางรั้งตัวไว้ได้จริง!

นางเพียงเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย แล้วจึงนำเหล่านางกำนัลและราชองครักษ์มุ่งตรงไปยังตำหนักข้างขององค์หญิงทันที

“พวกเจ้าจะทำอะไร!”

เดิมทีซูหรงก็เจ็บปวดจากเข็มสองเล่มนั้นจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว

ครั้นเห็นเซียวฮองเฮานำคนบุกเข้ามา ค้นข้าวของในตำหนักที่ตนอาศัยอยู่อย่างไม่เกรงใจ ก็สุดที่จะทนต่อไปได้จึงตวาดออกมา

“เห็นท่าทางขององค์หญิงแล้ว หาได้คล้ายผู้ที่ป่วยหนักเพราะพิษมาเนิ่นนานไม่ กลับดูมีเลือดฝาดดีกว่าข้าผู้เป็นฮองเฮาเสียอีก”

เซียวฮองเฮาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ฉวยคว้าข้อมือของซูหรงแล้วบิดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของซูหรงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดในทันใด เมื่อสบเข้ากับสายตาของเซียวฮองเฮา ในใจก็ยิ่งบังเกิดความตระหนก

“ฮองเฮา ท่านรีบปล่อยซูหรงเถิดเพคะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง