เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 307

ทว่าด้วยความเคยชินจากการเสแสร้งมานานหลายปี ทำให้นางลดน้ำเสียงให้อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

ท่าทางกลับกลายเป็นหญิงงามผู้อ่อนแอขี้โรคอีกครา

แต่เซียวฮองเฮาผู้ที่ซึ่งอยู่ในวังหลังมานานหลายปี ย่อมดูออกตั้งแต่แรกเห็น

เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องบางอย่าง จึงไม่ได้ฉีกหน้าไปตรง ๆ บัดนี้ย่อมไม่จำเป็นต้องไว้หน้านางอีก

เซียวฮองเฮาออกแรงบีบข้อมือขององค์หญิงเล็กน้อย ก่อนจะกระชากร่างนั้นไปด้านข้าง แล้วส่งให้มามาคนสนิทของตน

“เฉินมามา นำองค์หญิง ท่านหมอเทวดาเลี่ยว และหมอหลวงเวินไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทก่อน ให้ทั้งสองคนตรวจดูอาการขององค์หญิงซูหรงให้ละเอียดที ว่านางเป็นอย่างไรกันแน่!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์หญิงซูหรงก็นิ่งงันไป

เหตุใดจึงไม่มีใครบอกนางเลยว่า ฝ่าบาทก็เสด็จมาด้วย!

เช่นนั้นแล้ว วาจาที่นางตะโกนโหวกเหวกเมื่อครู่ ก็ถูกฝ่าบาทได้ยินทั้งหมดแล้วงั้นหรือ?

“ไม่นะ ข้าไม่...”

เฉินมามาเป็นคนที่ทำงานช่ำชอง เมื่อได้รับคำสั่งจากนายหญิงแล้ว ย่อมไม่เปิดโอกาสให้องค์หญิงซูหรงได้ดิ้นรนขัดขืนอีกต่อไป

นางส่งสัญญาณให้นางกำนัลหลายคนเข้ามา ‘ประคอง’ องค์หญิงเอาไว้ ก่อนจะนำคนทั้งสามกลับไปยังท้องพระโรงใหญ่

หลังจากทั้งสามคนจากไปได้ไม่นาน องครักษ์นายหนึ่งก็สังเกตเห็นความผิดปกติ

“ครืน”

เสียงประตูหินที่ค่อย ๆ เปิดออกดังขึ้นภายในตำหนักข้าง

กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง และกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมา

เซียวฮองเฮามิได้สนใจเสียงห้ามปรามของเหล่านางกำนัล ก้าวเข้าไปในห้องลับเป็นคนแรก

มู่เหยาซึ่งได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอกนานแล้ว จึงกลับไปคุกเข่าในที่ที่ตนเองถูกล่ามโซ่ไว้อย่างเดิม

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็ฝืนแรงเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนล้า

หลายวันที่ผ่านมานางแทบไม่ได้กินอะไร จึงไม่เหลือเรี่ยวแรงอยู่เลย

พอเห็นว่าเป็นเซียวฮองเฮา มุมปากของนางก็ปรากฏรอยยิ้มขมขื่น เอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ฮองเฮา...ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”

เซียวฮองเฮาก้าวเข้าไปใกล้ เมื่อเห็นร่องรอยบนตัวของมู่เหยาอย่างชัดเจน ก็ถึงกับตกตะลึงจนใจหาย

นางคาดไม่ถึงเลยว่า เด็กคนนี้จะใจเด็ดกับตนเองได้ถึงเพียงนี้!

“มู่เหยา วางใจเถิด ข้ามาเพื่อช่วยเจ้าออกไป”

ขอบตาของเซียวฮองเฮาแดงก่ำเล็กน้อย นางยื่นมือไปพยายามง้างโซ่เหล็กที่ข้อมือของมู่เหยา

“ฮองเฮา ให้กระหม่อมจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ!”

องครักษ์นายหนึ่งก้าวเข้ามารับหน้าที่แทน นางกำนัลจึงดึงเซียวฮองเฮาให้ถอยห่างออกมา

องครักษ์เงื้อดาบขึ้น ฟันลงไปบนโซ่เหล็กจนขาดสะบั้น

เหลือเพียงห่วงเหล็กที่ข้อมือซึ่งต้องใช้กุญแจไขเท่านั้น

ส่วนตนเองก็ไปยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู

“มีคนมารายงานเราว่า ซูหรงคือบุตรีของจิ้นอ๋อง เสด็จแม่ ซูหรงเป็นบุตรีของฮ่องเต้องค์ก่อนกับนางกำนัลจริงหรือ?”

แม้เสียงของฮ่องเต้จะราบเรียบ แต่ก็ทำให้ไทเฮาถึงกับตกใจจนทรุดลงกับพื้น

นางฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่เบื้องบนด้วยสีหน้าซีดเผือด ความหวาดกลัวในใจยิ่งขยายใหญ่ขึ้นจนไร้ที่สิ้นสุด

“ซูหรง ซูหรงเป็นลูกของฮ่องเต้องค์ก่อน จะเป็นลูกของจิ้นอ๋องได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ช่างเหลวไหลสิ้นดี!” ไทเฮาร้อนตัว จึงไม่กล้ามองหน้าของฮ่องเต้ในยามนี้

ร่างกายสั่นสะท้านอย่างหนัก

ทว่าในขณะนั้น ซูหรงกลับสงบสติอารมณ์ลงได้ บนใบหน้าปรากฏความงุนงงสับสน “เสด็จพี่ เหตุใด... เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้เพคะ? หรือว่าซูหรงไม่ใช่น้องสาวของท่านกัน?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้ก็หรี่ตาลงจับจ้องไปยังซูหรง

ครู่ใหญ่ต่อมา เขาจึงยิ้ม ราวกับค้นพบบางสิ่งที่น่าสนุก

“เราเองก็รู้สึกว่ามันช่าง... เหลวไหล”

การหยุดเว้นจังหวะที่สองคำสุดท้ายนั้น แทบจะทำให้หัวใจของไทเฮากระดอนออกมาจากร่าง

แต่ถึงแม้ฮ่องเต้จะกล่าวเช่นนั้นแล้ว บารมีที่เคยเหนือกว่าของไทเฮาก็ได้อันตรธานหายไปจนสิ้นแล้ว

รู้สึกเพียงว่า ทุกย่างก้าวต่อจากนี้ไป คงไม่ต่างอะไรกับการเดินอยู่บนคมดาบ

“ฮ่องเต้คงจะทรงงานหนักจนเลอะเลือนไปแล้ว ถึงได้นำเรื่องเช่นนี้มาล้อเล่นกับข้า”

ไทเฮาฝืนยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งโดยมีหลิวมามาช่วยประคอง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง