องค์หญิงซูหรงก็มีคนช่วยพยุงลุกขึ้นนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ เช่นกัน นางกุมหน้าอก แล้วมองไปที่ฮ่องเต้ด้วยสีหน้าซีดเผือด “เสด็จพี่ ต่อไปอย่ามาล้อเล่นเช่นนี้กับซูหรงอีกเลย ซูหรงกลัวจริง ๆ เพคะ”
ฮ่องเต้ยิ้ม แต่ไม่กล่าวสิ่งใด
หลี่กงกงผลักประตูเข้ามา
“ทูลฝ่าบาท พบคนในห้องลับจริงพ่ะย่ะค่ะ”
ใจของคนทั้งสองที่เพิ่งจะสงบลงได้เพียงเล็กน้อย ก็กลับเต้นระทึกขึ้นมาอีกครั้ง
เซียวฮองเฮาก้าวเข้ามาในท้องพระโรงก่อนเป็นคนแรก ด้านหลังคือมู่เหยาที่ถูกประคองโดยเฉินมามา
เส้นผมของมู่เหยานั้นยุ่งเหยิง ใบหน้ามอมแมมขาวซีดไร้สีเลือด มือสองข้างที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาดูราวกับได้รับบาดเจ็บ ทั้งแดงทั้งบวม
“เหตุใดจึงบาดเจ็บถึงเพียงนี้!”
ฮูหยินเฒ่าเซียวที่ได้รับข่าวและมาจากห้องอุ่น เมื่อเห็นสภาพของมู่เหยา ก็เปล่งเสียงสูงขึ้นไม่น้อย
ดวงตาของมู่เหยาเลื่อนลอยว่างเปล่า ดูปราดเดียวก็รู้ว่าหลายวันที่ผ่านมาคงถูกทรมานมาไม่น้อย
“เป็นไปไม่ได้! นางจะมาอยู่ในวังได้อย่างไร!”
องค์หญิงซูหรงตกใจจนลุกขึ้นยืน ลืมสิ้นซึ่งท่าทีอ่อนแอที่เสแสร้งมาตลอด
“องค์หญิงซูหรงหมายความว่าอย่างไร หรือจะบอกว่าจวิ้นจู่สกุลมู่เดินเข้ามาในวังเอง ทั้งยังลอบเข้าไปในห้องลับในตำหนักของท่านอย่างนั้นรึ!”
ฮูหยินเฒ่าเซียวตวาดเสียงเย็น ก่อนจะหันไปคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้ “ฝ่าบาท เด็กคนนี้สูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเล็ก หม่อมฉันสงสารในชะตาชีวิตอันยากลำบากของนาง จึงดูแลนางประดุจลูกในไส้มาโดยตลอด”
“ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็นว่าที่พระชายาฉู่แห่งจวนฉู่อ๋องของหม่อมฉัน บัดนี้กลับถูกคนรังแกถึงเพียงนี้ ซ้ำยังถูกลงทัณฑ์ส่วนตัวอีก! ขอฝ่าบาททรงโปรดตัดสินด้วยความเป็นธรรม คืนความเป็นธรรมให้แก่ตระกูลมู่และจวนฉู่อ๋องด้วยเพคะ!”
ถ้อยคำของฮูหยินเฒ่าเซียวนั้นหนักแน่นทุกตัวอักษร ประโยคสุดท้ายถึงกับกัดฟันพูดออกมา
เห็นได้ว่าโกรธเกรี้ยวเพียงใด
“เสด็จพี่! ไม่ใช่หม่อมฉันจริง ๆ นะเพคะ!”
องค์หญิงซูหรงเหลือบมองฮูหยินเฒ่าเซียวทีหนึ่ง มองมู่เหยาทีหนึ่ง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนงุนงง
“จะใช่หรือไม่ใช่ เพียงดูว่าบนตัวองค์หญิงมีกุญแจหรือไม่ก็รู้”
เซียวฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
องค์หญิงซูหรงนิ่งงันอยู่กับที่ สายตาตวัดมองผ่านใบหน้าของฮูหยินเฒ่าเซียว มู่เหยา และเซียวฮองเฮาไปตามลำดับ พลันเข้าใจในทันใด
นี่คือแผนการ ส่วนนางก็คือเต่าในไหที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา!
“เป็นพวกเจ้า! เป็นพวกเจ้าที่คิดร้ายต่อข้า!”
บัดนี้องค์หญิงซูหรงไม่สนใจแล้วว่าธาตุแท้จะถูกเปิดโปงหรือไม่ นางสะบัดเฉินมามาที่เข้ามาขวางออกไป
แล้วตรงเข้าไปกระชากเสื้อคลุมบนตัวของมู่เหยา
“มู่เหยา เจ้าอย่ามาแสร้งทำเป็นน่าสงสารอยู่ที่นี่!”
“ข้าไม่ได้จับตัวเจ้ามาเลย! บาดแผลบนตัวเจ้ามาจากที่ใดกัน!”
มู่เหยาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือกับนางโดยตรง แต่นี่ก็นับเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายที่น่ายินดี
“ให้หม่อมฉันลองเองเพคะ” เซียวฮองเฮารับกุญแจมาแล้วรีบเข้าไปหามู่เหยา
จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ห่วงเหล็กที่พันธนาการข้อมือของมู่เหยาก็ถูกปลดออก
ห่วงเหล็กนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้น ส่งเสียงดังกังวาน
และเสียงนั้นเอง ก็ทำให้ซูหรงที่กำลังดิ้นรนอยู่ถึงกับนิ่งงันอยู่กับที่
“เป็นไปได้อย่างไร... เสด็จพี่! ซูหรงถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะเพคะ! เสด็จพี่! ทั้งหมดเป็นฝีมือของมู่เหยา! เป็นแผนการของนาง!”
องค์หญิงซูหรงหันหน้าไปยังคนเบื้องบน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสายตาอันเย็นชา
ในที่สุดไทเฮาก็ได้สติจากความตกตะลึง นางมองไปยังมู่เหยา แล้วมองซูหรง เป็นครั้งแรกที่ไทเฮามีความรู้สึกไม่แน่ใจ
“ซูหรง เรื่องนี้... ไม่ใช่ฝีมือเจ้าจริง ๆ หรือ?”
เพียงประโยคเดียวของไทเฮา ก็ทำให้ซูหรงที่กำลังร่ำไห้ร้องขอให้สืบสวนใหม่ถึงกับชะงักงัน
นางหันกลับมา ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา “แม้แต่ท่านก็ไม่เชื่อหม่อมฉันหรือเพคะ?”
นัยน์ตาของไทเฮาไหวระริก ไม่กล้าสบพตาซูหรงโดยตรง
“ซูหรง ข้ารู้มาตลอดว่าเจ้าชมชอบฉู่อ๋อง หากเป็นเพราะบันดาลโทสะจนขาดสติไปชั่ววูบ ก็จงขอขมานางให้ดีเถิด”
วาจานี้ของไทเฮา ถึงกับทำให้มู่เหยาที่คุกเข่าอยู่ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ไทเฮาผู้นี้... หรือว่าคิดจะผลักไสความผิดทั้งหมดไปให้ซูหรงแต่เพียงผู้เดียว?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...