“น่าจะฟื้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้คุณ…คุณหนูรองหลัน”
ซูโหรวจึงถอนหายใจออกมายาวๆ นางรู้สึกโล่งใจได้เสียที
“ขอบคุณหมอเทวดาเลี่ยวมาก ข้าจะให้คนไปส่งท่าน”
หมอเทวดาเลี่ยวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม หลังจากยื่นใบสั่งยาให้หลันซีแล้ว ก็ก้าวเท้าออกไป
หลันซีนั่งลงข้างเตียง จ้องมองมู่เหยาที่นอนหลับอย่างสงบ ในใจรู้สึกเจ็บปวดใจจนน้ำตาไหล
“ซีเอ๋อร์ เจ้าไปซื้อยาก่อนเถอะ ที่นี่ยังมีพวกหนิงจู๋อยู่”
ซูโหรวถอนหายใจ แล้วส่งยาสีผึ้งให้พวกหนิงจู๋ทั้งสามคน ก่อนจะจูงมือหลันซีเดินออกจากห้อง
เมื่อมาถึงลานด้านนอก ซูโหรวก็ปล่อยมือหลันซี “ซีเอ๋อร์ เจ้าเข้าใจความหมายของแม่นะ นอกจากเจ้าแล้ว แม่ไม่ไว้ใจใครอื่น”
หลันซีผงกศีรษะ “ท่านแม่วางใจ มีลูกอยู่นี่ทั้งคน ลูกจะไม่ยอมให้ใครมายุ่มย่ามกับใบสั่งยาเด็ดขาด”
ในจวนโหว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ นอกจากนี้ พวกเขาก็ต้องกระจายข่าวออกไปข้างนอกอย่างเงียบๆ
องค์หญิงซูหรง อย่าได้คิดล้างมลทินให้ตัวเองเลย!
หนิงจู๋และชิงอู้ค่อยๆ ทายาให้มู่เหยาอย่างเบามือ บาดแผลบนร่างกายทำให้พวกนางเจ็บปวดใจจนตาแดงก่ำ
……
ยามพลบค่ำ
รถม้าคันหนึ่งหยุดลงที่หน้าจวนฉู่อ๋อง หลี่กงกงรีบนำสาสน์ลงจากรถ
ฮูหยินเฒ่าเซียวกำลังดื่มชาอยู่ในเรือน ทันทีที่ได้ยินว่าหลี่กงกงมาหาเยี่ยนสวิน สายตาเฉยเมยของนางก็ตวัดช้อนขึ้น
“ฮูหยิน ท่านไม่ไปดูหน่อยหรือ”
แม่นมฟังยกของว่างมา แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล
ฮูหยินเฒ่าเซียวไม่แยแส นางหรี่ตามองของว่างวันนี้ แล้วก็ยิ้มเยาะ “หลี่กงกงมาหา จะมีเรื่องอะไรได้อีก”
“ก็คงไม่พ้นเรื่องที่จะให้ลูกชายข้า ไปทำเรื่องให้คนเขารังเกียจอีกน่ะสิ”
หัวใจของแม่นมฟังกระตุก “ฮูหยินเจ้าคะ...”
ฮูหยินเฒ่าเซียวรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเตือนตน นางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นจึงกัดของว่างหนึ่งคำ แล้วก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนตั่งกุ้ยเฟย[1]
อย่างไรก็ตาม นางได้สั่งให้แม่นมฟังนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวังในวันนี้ไปบอกแก่คนเล่านิทานในหอสุรา
จะได้ไม่มีใครมาสรรเสริญองค์หญิงซูหรงอีก!
ที่เรือนฝั่งตะวันออก
หลี่กงกงเดินเข้าไปในห้องพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นเยี่ยนสวินนอนอยู่บนตั่ง จึงโค้งกายเข้าไปเรียกเขา
“ท่านอ๋อง”
“ท่านอ๋อง?”
เยี่ยนสวินส่งเสียง “จึ๊” เบาๆ เขาดึงหนังสือที่ปิดหน้าออกด้วยความรำคาญ เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่กงกง ความหงุดหงิดในดวงตาก็ค่อยๆ หายไป
“หลี่กงกงมาได้ยังไงกัน”
เห็นมารดามีโทสะ เยี่ยนสวินจึงรีบพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ท่านแม่จะโกรธไปทำไม เรื่องแบบนี้ ลูกไม่ได้เพิ่งทำไปแค่ครั้งหรือสองครั้งเสียหน่อย”
ดวงตาของฮูหยินเฒ่าเซียวเย็นชา มือของนางกำแน่นด้วยความโมโห
“ฮ่องเต้ลืมความดีความชอบที่เจ้าได้ปกป้องชายแดนไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้ให้เจ้าไปทำเรื่องที่ทำให้คนอื่นโกรธแค้นและเป็นที่ติฉินนินทาอย่างการบุกยึดทรัพย์ขุนนางอาวุโส!”
คำพูดนี้ ฮูหยินเฒ่าเซียวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ดวงตาของเยี่ยนสวินหรี่ลงเล็กน้อย ความเย็นเยียบสาดวาบในดวงตา “ท่านแม่ ความโกรธจะทำให้สุขภาพย่ำแย่เอาได้นะ”
“ช่างเถอะ เจ้าไปเถอะ ยังไงนี่ก็เป็นพระบัญชาจากฮ่องเต้ แต่เยี่ยนสวินเอ๋ย เจ้าห้ามลืมสาเหตุที่ทำให้พ่อของเจ้าต้องตายนะ…”
ความน่าเกรงขามบนกายของฮูหยินเฒ่าเซียวลดหายลงไปทันที ดูไร้เรี่ยวแรงไปทันตา
ใบหน้าของนางดูแก่ลงหลายปี
“ท่านแม่ ลูกรู้”
มือของเยี่ยนสวินที่วางอยู่บนขากำแน่น แต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
ความมืดหม่นบนใบหน้าหายวับไป
“ท่านแม่ คนพวกนั้นก็อยู่ในรายชื่อด้วย”
“ตอนนั้น เพื่อเอาใจไทเฮาแล้ว พวกเขาเหยียบย่ำศพของท่านพ่อ”
“ตอนนี้ ได้เวลาชำระบัญชีแล้ว”
[1] ตั่งกุ้ยเฟย ‘贵妃椅’ คือเก้าอี้ยาวกึ่งนั่งกึ่งนอน (เดย์เบด) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ ลวดลายประณีตบรรจง บวกกับองศาความโค้งของพนักแขนด้านหนึ่งที่เอนรับกับส่วนโค้งเว้าของสรีระผู้หญิง ทำให้ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนเอกเขนกท่าไหน ก็ยังสวยเย้ายวนราวกับหยางกุ้ยเฟย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...