แววตาขุ่นมัวของเฉินอันพลันเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังมู่เหยา
“ใต้เท้าเฉิน ปีนั้นใครต่อใครต่างก็พูดกันว่าท่านพ่อของข้ามีแผนที่เหมืองทองอยู่ในมือ ไม่ทราบว่าท่านพอจะทราบเรื่องราวเบื้องหลังหรือไม่?”
พอเอ่ยถึงเรื่องแผนที่เหมืองทอง สีหน้าประหลาดใจของเฉินอันก็เลือนหายไปในทันที แววตาเริ่มมีการหลบเลี่ยง
“แผนที่เหมืองทองเหมืองเงินอะไรกัน ข้าเป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋น จะไปรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมพูดความจริง มู่เหยาจึงค่อย ๆ นำมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะโยนใส่ฝ่ามือของเฉินอันโดยตรง
เฉินอันถูกมีดสั้นแทงทะลุมือ ความเจ็บปวดทำให้เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน!
“เจ้า! อายุน้อยเพียงนี้ เหตุใดถึงได้ลงมือเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้!”
เฉินอันกุมมือไว้ เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากด้วยความเจ็บปวด
“ข้าเทียบไม่ได้กับความเหี้ยมโหดของใต้เท้าเฉินหรอก ใต้เท้าเฉินอย่าคิดว่าข้าอายุน้อยไม่รู้ความ แต่ข้ากลับรู้ว่า เดิมทีคนที่ต้องไปยังเมืองอวิ๋นคือท่าน แต่ภายหลังกลับเสนอชื่อท่านพ่อของข้าไปแทน”
“เรื่องนี้ ใต้เท้าเฉินกล้าพูดหรือว่าท่านบริสุทธิ์ใจจริง?”
เฉินอันกัดฟัน “ตอนนั้นพ่อของเจ้ากำลังรุ่งเรือง ข้าก็เพียงแต่ยกโอกาสอันดีนี้ให้เขาเท่านั้น เจ้าเด็กอำมหิต มีสิทธิ์อันใดมาตัดสินว่าการตายของพ่อเจ้าเกี่ยวข้องกับข้า!”
มู่เหยาแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะหยิบหนังสือสารภาพผิดฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ
แล้วโยนไปตรงหน้าเฉินอัน
“ใต้เท้าเฉิน เหตุใดท่านจึงต้องส่งคนไปลอบสังหารท่านพ่อของข้ากลางทาง! ใครเป็นคนบงการกันแน่!”
เมื่อเห็นเนื้อหาในหนังสือสารภาพผิดที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ เฉินอันก็ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป
“โอ้ ใต้เท้าเฉินเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เยี่ยนสวินหัวเราะเยาะ เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือสารภาพผิดขึ้นมา แล้วจงใจโบกไปมาต่อหน้าเฉินอัน
“หากนำหนังสือสารภาพผิดฉบับนี้ขึ้นถวายฝ่าบาท ชีวิตของใต้เท้าเฉินก็คงต้องตามแม่ทัพจั่วไปแล้วกระมัง?”
พอคิดถึงแม่ทัพจั่วที่เพิ่งถูกประหารเมื่อตอนเที่ยงวันนี้ ร่างของเฉินอันก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
“ไม่นะ อย่าถวายให้ฝ่าบาททอดพระเนตร! ข้าพูดแล้ว ข้าพูดทั้งหมด คนที่สั่งให้ข้าลอบสังหารพ่อของเจ้าในตอนนั้น ก็คือไทเฮาองค์ปัจจุบัน”
มู่เหยาตกตะลึง
ในความคิดของนาง ชื่อที่คาดว่าจะได้ยินคือฮ่องเต้
คาดไม่ถึงว่า การตายของพ่อแม่จะเกี่ยวข้องกับไทเฮาด้วย?
“เหตุใดกัน?”
นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
เฉินอันก็มิได้ปิดบัง เล่าเรื่องราวในอดีตออกมาจนหมดสิ้น
หลังจากได้รู้ว่าเหตุผลที่ไทเฮาต้องการสังหารพ่อแม่ของนางเป็นเพราะความพยายามชักชวนให้เข้าร่วมอำนาจล้มเหลว มู่เหยาก็รู้สึกว่ามันน่าขันสิ้นดี
“เพียงเพราะท่านพ่อข้าไม่ยอมเข้าร่วมกับฝ่ายของไทเฮา ไทเฮาจึงคิดว่าในภายภาคหน้าบิดาของข้าจะเป็นเสี้ยนหนาม จึงได้สั่งให้ท่านไปจ้างนักฆ่า ดักรอสังหารกลางทางเช่นนั้นหรือ?”
เฉินอันรีบพยักหน้า ทันใดนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้
“แต่นักฆ่าลงมือไม่สำเร็จ พ่อแม่ของเจ้าก็สิ้นใจอยู่บนเส้นทางนั้นแล้ว”
ที่เยี่ยนสวินกล่าวเช่นนี้ ก็เพราะแต่ละคนที่มู่เหยากำลังเผชิญหน้าอยู่ ล้วนไม่ใช่คนที่คิดจะโค่นล้มก็ทำได้โดยง่าย
ต่อให้พวกเขาต้องการแก้แค้น ก็จำต้องไตร่ตรองให้รอบคอบที่สุดก่อนจึงจะลงมือได้
เพราะนั่นคือราชอำนาจ
ขุนนางยศใหญ่กว่าเพียงขั้นเดียวก็กดขี่ข่มเหงกันได้ นับประสาอะไรกับราชอำนาจ!
“ข้าเข้าใจ เพียงแต่มีบางเรื่องที่ข้ายังคิดไม่ตก แต่ท่านพูดถูก เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่ายเกินไป คงต้องค่อย ๆ คลี่ปมไปทีละน้อย ทว่าสิ่งที่รู้ในตอนนี้ก็คือ ไทเฮาก็เคยมีส่วนร่วมด้วย”
“บางที ในภายหน้าข้าอาจจะสืบสาวความจริงอะไรบางอย่างจากปากไทเฮาได้”
เยี่ยนสวินพยักหน้า
หลังจากมองดูสีท้องฟ้าด้านนอกแล้ว จึงกวักมือเรียกชิงอิ่งให้เข้ามา
“พาจวิ้นจู่ของพวกเจ้ากลับไป”
มู่เหยาให้ชิงอิ่งประคองกลับไปนั่งบนรถเข็น สวมหมวกคลุมศีรษะเรียบร้อยแล้วจึงกลับสู่จวนจงซู่โหว
คาดไม่ถึงว่า จะมีคนผู้หนึ่งกำลังรอนางอยู่ในจวน
ทันทีที่เห็นคนที่นั่งอยู่ในห้อง แววตาของนางก็ฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
“เหตุใดทังฮูหยินถึงมาที่นี่ได้”
ทังหลานรีบลุกขึ้นยืน แล้วยิ้มประจบประแจง “จวิ้นจู่ ท่านดูข้าสิ ก่อนหน้านี้ข้าทำเรื่องเลอะเลือนไปมาก ตอนนี้ได้ประสบกับเรื่องราวเหล่านี้ ข้าจึงได้สำนึกผิดอย่างแท้จริงแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...