เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 322

แววตาขุ่นมัวของเฉินอันพลันเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปยังมู่เหยา

“ใต้เท้าเฉิน ปีนั้นใครต่อใครต่างก็พูดกันว่าท่านพ่อของข้ามีแผนที่เหมืองทองอยู่ในมือ ไม่ทราบว่าท่านพอจะทราบเรื่องราวเบื้องหลังหรือไม่?”

พอเอ่ยถึงเรื่องแผนที่เหมืองทอง สีหน้าประหลาดใจของเฉินอันก็เลือนหายไปในทันที แววตาเริ่มมีการหลบเลี่ยง

“แผนที่เหมืองทองเหมืองเงินอะไรกัน ข้าเป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋น จะไปรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร!”

เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอมพูดความจริง มู่เหยาจึงค่อย ๆ นำมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะโยนใส่ฝ่ามือของเฉินอันโดยตรง

เฉินอันถูกมีดสั้นแทงทะลุมือ ความเจ็บปวดทำให้เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน!

“เจ้า! อายุน้อยเพียงนี้ เหตุใดถึงได้ลงมือเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้!”

เฉินอันกุมมือไว้ เหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากด้วยความเจ็บปวด

“ข้าเทียบไม่ได้กับความเหี้ยมโหดของใต้เท้าเฉินหรอก ใต้เท้าเฉินอย่าคิดว่าข้าอายุน้อยไม่รู้ความ แต่ข้ากลับรู้ว่า เดิมทีคนที่ต้องไปยังเมืองอวิ๋นคือท่าน แต่ภายหลังกลับเสนอชื่อท่านพ่อของข้าไปแทน”

“เรื่องนี้ ใต้เท้าเฉินกล้าพูดหรือว่าท่านบริสุทธิ์ใจจริง?”

เฉินอันกัดฟัน “ตอนนั้นพ่อของเจ้ากำลังรุ่งเรือง ข้าก็เพียงแต่ยกโอกาสอันดีนี้ให้เขาเท่านั้น เจ้าเด็กอำมหิต มีสิทธิ์อันใดมาตัดสินว่าการตายของพ่อเจ้าเกี่ยวข้องกับข้า!”

มู่เหยาแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะหยิบหนังสือสารภาพผิดฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ

แล้วโยนไปตรงหน้าเฉินอัน

“ใต้เท้าเฉิน เหตุใดท่านจึงต้องส่งคนไปลอบสังหารท่านพ่อของข้ากลางทาง! ใครเป็นคนบงการกันแน่!”

เมื่อเห็นเนื้อหาในหนังสือสารภาพผิดที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ เฉินอันก็ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป

“โอ้ ใต้เท้าเฉินเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

เยี่ยนสวินหัวเราะเยาะ เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือสารภาพผิดขึ้นมา แล้วจงใจโบกไปมาต่อหน้าเฉินอัน

“หากนำหนังสือสารภาพผิดฉบับนี้ขึ้นถวายฝ่าบาท ชีวิตของใต้เท้าเฉินก็คงต้องตามแม่ทัพจั่วไปแล้วกระมัง?”

พอคิดถึงแม่ทัพจั่วที่เพิ่งถูกประหารเมื่อตอนเที่ยงวันนี้ ร่างของเฉินอันก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที

“ไม่นะ อย่าถวายให้ฝ่าบาททอดพระเนตร! ข้าพูดแล้ว ข้าพูดทั้งหมด คนที่สั่งให้ข้าลอบสังหารพ่อของเจ้าในตอนนั้น ก็คือไทเฮาองค์ปัจจุบัน”

มู่เหยาตกตะลึง

ในความคิดของนาง ชื่อที่คาดว่าจะได้ยินคือฮ่องเต้

คาดไม่ถึงว่า การตายของพ่อแม่จะเกี่ยวข้องกับไทเฮาด้วย?

“เหตุใดกัน?”

นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

เฉินอันก็มิได้ปิดบัง เล่าเรื่องราวในอดีตออกมาจนหมดสิ้น

หลังจากได้รู้ว่าเหตุผลที่ไทเฮาต้องการสังหารพ่อแม่ของนางเป็นเพราะความพยายามชักชวนให้เข้าร่วมอำนาจล้มเหลว มู่เหยาก็รู้สึกว่ามันน่าขันสิ้นดี

“เพียงเพราะท่านพ่อข้าไม่ยอมเข้าร่วมกับฝ่ายของไทเฮา ไทเฮาจึงคิดว่าในภายภาคหน้าบิดาของข้าจะเป็นเสี้ยนหนาม จึงได้สั่งให้ท่านไปจ้างนักฆ่า ดักรอสังหารกลางทางเช่นนั้นหรือ?”

เฉินอันรีบพยักหน้า ทันใดนั้นก็นึกบางอย่างขึ้นได้

“แต่นักฆ่าลงมือไม่สำเร็จ พ่อแม่ของเจ้าก็สิ้นใจอยู่บนเส้นทางนั้นแล้ว”

ที่เยี่ยนสวินกล่าวเช่นนี้ ก็เพราะแต่ละคนที่มู่เหยากำลังเผชิญหน้าอยู่ ล้วนไม่ใช่คนที่คิดจะโค่นล้มก็ทำได้โดยง่าย

ต่อให้พวกเขาต้องการแก้แค้น ก็จำต้องไตร่ตรองให้รอบคอบที่สุดก่อนจึงจะลงมือได้

เพราะนั่นคือราชอำนาจ

ขุนนางยศใหญ่กว่าเพียงขั้นเดียวก็กดขี่ข่มเหงกันได้ นับประสาอะไรกับราชอำนาจ!

“ข้าเข้าใจ เพียงแต่มีบางเรื่องที่ข้ายังคิดไม่ตก แต่ท่านพูดถูก เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลายฝ่ายเกินไป คงต้องค่อย ๆ คลี่ปมไปทีละน้อย ทว่าสิ่งที่รู้ในตอนนี้ก็คือ ไทเฮาก็เคยมีส่วนร่วมด้วย”

“บางที ในภายหน้าข้าอาจจะสืบสาวความจริงอะไรบางอย่างจากปากไทเฮาได้”

เยี่ยนสวินพยักหน้า

หลังจากมองดูสีท้องฟ้าด้านนอกแล้ว จึงกวักมือเรียกชิงอิ่งให้เข้ามา

“พาจวิ้นจู่ของพวกเจ้ากลับไป”

มู่เหยาให้ชิงอิ่งประคองกลับไปนั่งบนรถเข็น สวมหมวกคลุมศีรษะเรียบร้อยแล้วจึงกลับสู่จวนจงซู่โหว

คาดไม่ถึงว่า จะมีคนผู้หนึ่งกำลังรอนางอยู่ในจวน

ทันทีที่เห็นคนที่นั่งอยู่ในห้อง แววตาของนางก็ฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง

“เหตุใดทังฮูหยินถึงมาที่นี่ได้”

ทังหลานรีบลุกขึ้นยืน แล้วยิ้มประจบประแจง “จวิ้นจู่ ท่านดูข้าสิ ก่อนหน้านี้ข้าทำเรื่องเลอะเลือนไปมาก ตอนนี้ได้ประสบกับเรื่องราวเหล่านี้ ข้าจึงได้สำนึกผิดอย่างแท้จริงแล้ว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง