“ขอจวิ้นจู่ช่วยข้าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด ข้าต้องการหย่าขาดกับมู่จวินเหิง ต่อให้เป็นหนังสือหย่าก็ได้! ข้าไม่อยากถูกลากเข้าไปติดคุกกับเขาด้วย!”
เมื่อได้ยินว่านางมาด้วยเรื่องนี้ มู่เหยาก็นึกถึงมู่จวินเหิงคนผู้นี้ขึ้นมาได้
“ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
ทังหลานนั่งลงข้าง ๆ มู่เหยา แล้วโบกมืออย่างรังเกียจ “จะเป็นอย่างไรได้อีกเล่า ก็ถูกขังอยู่ในคุกหลวงน่ะสิ ตอนนี้ต้องโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง เห็นว่าจะถูกประหารชีวิต!”
“ข้าไม่อยากต้องมาตายเพราะถูกร่างแหไปด้วย ขอจวิ้นจู่ได้โปรดช่วยเหลือข้าด้วยเถิด?”
มู่เหยาจิบชาไปหนึ่งคำ “ข้าช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าก็ต้องช่วยข้าเรื่องหนึ่งเช่นกัน”
ทังหลานกะพริบตา แทบจะเข้าใจในทันที
“จวิ้นจู่วางใจเถิด หากข้าได้ข่าวคราวของบุตรชายบุตรสาวคู่นั้นเมื่อใด ข้าจะรีบแจ้งแก่จวิ้นจู่ทันที จะไม่ปิดบังแน่นอน!”
มู่เหยามองนางพลางยิ้มบาง ๆ “ในเมื่อทังฮูหยินเข้าใจแล้ว ข้าก็จะรอข่าวดีจากท่าน ส่วนเรื่องหนังสือหย่าหรือหนังสือแยกทาง ท่านก็รอไปก่อนเถิด”
เมื่อเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว ทังหลานก็ตอบรับด้วยความยินดี
จากนั้นหนิงจู๋จึงได้ส่งนางออกไป
เมื่อสาวใช้กลับเข้ามา ก็ทำหน้าจนปัญญา “จวิ้นจู่ มู่จวินเหิงจะยอมเขียนหนังสือแยกทางหรือเจ้าคะ?”
“เขาย่อมต้องเขียน… ต่อให้เป็นเพื่อมู่หยางและมู่เทียนชื่อ เขาก็ต้องเขียน เพื่อที่จะได้ไม่พัวพันไปถึงบุตรทั้งสองคน ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับเขา มู่หยางและมู่เทียนชื่อย่อมสำคัญกว่า”
เมื่อนึกถึงข่าวที่สืบมาก่อนหน้านี้ มู่เหยารู้ดีว่ามู่หยางอยู่ที่ใด
ยามเทศกาลล่าสัตว์วสันตฤดู จะต้องได้เห็นเงาของมู่หยางอย่างแน่นอน
กลับเป็นมู่เทียนชื่อที่ดูเหมือนจะหยิ่งผยองโอหังและไร้สมองคนนั้น ที่ทำให้มู่เหยาวางใจไม่ลงที่สุด
“น่าเสียดายที่ตอนนั้นซูฮูหยินไหวตัวทันเป็นคนแรก รีบนำคนมาจับกุม แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง”
ชิงอู้ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นอย่างทอดถอนใจ
มู่เหยาไม่ได้ประหลาดใจ “ในเมื่อมู่จวินเหิงนำของไปเก็บไว้ในห้องตำรา ย่อมต้องวางแผนส่งตัวเด็กทั้งสองออกไปก่อนนานแล้ว เป็นเรื่องปกติที่ป้าสะใภ้จะจับคนไม่ได้”
มู่เหยามองดูสีของท้องฟ้าด้านนอก แล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ “ให้ลุงหวังกับพี่ใหญ่ไปที่เรือนจำหลวงเถิด ไปเอาหนังสือแยกทางมาให้เร็วที่สุด”
สำหรับเรื่องนี้ ฮ่องเต้จะทรงเห็นชอบด้วยหรือไม่ แท้จริงแล้วไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้น
เพราะฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัวมากมาย ย่อมไม่ใส่ใจกับคนเล็ก ๆ อย่างมู่จวินเหิง
สิ่งที่ต้องการก็เป็นเพียงข่าวการตายของมู่จวินเหิงเท่านั้น
“เจ้าค่ะ”
……
ณ ตำหนักโซ่วคัง
หลิวมามากัดฟัน “สองสามวันมานี้ ฉู่อ๋องได้รับพระบัญชาให้ไปค้นจวนของแม่ทัพจั่วและใต้เท้าเฉินอันอย่างต่อเนื่อง ยึดของกลางมาได้ไม่น้อยเพคะ”
เมื่อได้ยินชื่อคนทั้งสอง
ไทเฮาก็ลุกพรวดขึ้นทันที
“ว่ากระไรนะ! เป็นความประสงค์ของฮ่องเต้รึ?”
การเข้าค้นจวนหมายความว่าอย่างไร ผู้มีสมองย่อมรู้ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทั้งสองนี้ ยังอยู่ในรายชื่อของนาง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ไทเฮาก็พลันนึกถึงรายชื่อฉบับนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบร้อนมุ่งหน้าไปยังห้องลับในตำหนักข้างทันที
เนื่องจากเรื่องราวก่อนหน้านี้ ซูหรงจึงถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักองค์หญิงที่สร้างเสร็จ มิได้พำนักอยู่ที่ตำหนักโซ่วคังอีกต่อไป
ทันทีที่ประตูห้องลับเปิดออก ไทเฮาก็เข้าไปค้นหาในตู้นั้นทันที
เมื่อแน่ใจแล้วว่ารายชื่อได้หายไป นางก็ทรุดลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดขาว
“ไทเฮา…”
แววตาของไทเฮาเหม่อลอย มือที่จับแขนหลิวมามาสั่นเทาอย่างรุนแรง เผยให้เห็นถึงความหวาดหวั่นในใจยามนี้
“หลิวมามา ข้าคงจะจบสิ้นแล้ว รายชื่อหายไปแล้ว หลังจากฮ่องเต้จัดการคนเหล่านั้นเสร็จ ต้องมาจัดการข้าเป็นแน่…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...