เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 324

ใจของหลิวมามากระตุกวูบ นางหันไปมองตู้ที่ใช้เก็บรายชื่อตามสัญชาตญาณ

ก็เห็นเพียงตู้ที่เปิดอ้าว่างเปล่า ของด้านในถูกคนนำไปนานแล้ว

“หรือว่ามู่จวิ้นจู่เป็นคนเอาไปเพคะ?”

หลิวมามาหลุดปากออกมาโดยไม่ทันคิด เมื่อตระหนักได้ว่าพูดอะไรออกไปก็รีบยกมือปิดปากทันควัน พลางชำเลืองมองไทเฮาที่อยู่ข้างกายอย่างระมัดระวัง

ไทเฮากัดฟันกรอด ความโกรธแค้นในใจไร้ที่ระบาย จึงยกมือขึ้นตบหน้าหลิวมามา!

“นังทาสสารเลว! หากมิใช่เพราะพวกเจ้าทำงานไม่ได้เรื่อง แล้วรายชื่อจะถูกคนขโมยไปได้อย่างไร!”

หลิวมามากุมใบหน้าไม่กล้าเอ่ยคำใด เอาแต่โขกศีรษะขอประทานอภัยอย่างต่อเนื่อง

ไทเฮาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเดือดดาลในแววตาจึงค่อยจางลงไปกว่าครึ่ง

“มู่เหยาเป็นตัวหายนะของข้าโดยแท้! รู้อย่างนี้ควรจะจัดการฆ่าทิ้งไปพร้อมกันเสียตั้งแต่ทีแรก!”

ถ้อยคำของไทเฮา ทำให้สีหน้าของหลิวมามาเปลี่ยนไป

นางรีบก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้ามองไทเฮาอีก

ทว่าในใจกลับรู้สึกเย็นยะเยือก

“แต่... ตอนนี้จะฆ่าก็ยังไม่สายเกินไป!”

ถ้อยคำของไทเฮาทำให้หลิวมามาใจหายวาบ นางรีบเงยหน้าขึ้นทูลทัดทาน “ไทเฮา ไม่ได้นะเพคะ!”

“ยามนี้จวิ้นจู่แห่งสกุลมู่ถูกคนมากมายจับตามอง โดยเฉพาะทางฝั่งจวนฉู่อ๋องที่คอยปกป้องราวกับแก้วตาดวงใจ”

“หากพวกเราลงมือในตอนนี้ จะต้องถูกคนของจวนฉู่อ๋องจับได้คาหนังคาเขาเป็นแน่เพคะ!”

ด้วยคำทัดทานอย่างสุดกำลังของหลิวมามา ไทเฮาจึงได้ระงับความคิดนั้นลงไปได้บ้าง

แต่เมื่อครุ่นคิด จึงรับสั่งออกไปว่า

“ข้าต้องการพบจิ้นอ๋อง”

หลิวมามามีสีหน้าลำบากใจ “ไทเฮา เนื่องจากเรื่องของท่านเซียนจัง ทำให้จิ้นอ๋องถูกสั่งกักบริเวณอยู่ในจวน ไม่สามารถเข้าวังได้เพคะ”

“แม้แต่คนผู้เดียวยังนำเข้ามาไม่ได้! แล้วข้าจะเก็บพวกเจ้าคนไร้ประโยชน์ไว้ที่นี่เพื่อการใดกัน!”

เมื่อเห็นหลิวมามาเอาแต่กราบทูลขออภัยเช่นเดิม

ไทเฮาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจ

จึงใช้เท้าถีบกระเด็นออกไป ก่อนจะมองไปยังด้านนอกด้วยสีหน้าถมึงทึง

“ข้าจะออกไปนอกวังเพื่อเยี่ยมเยียนซูหรง ใครจะกล้าขวางข้า!”

หลิวมามามองตามแผ่นหลังของไทเฮาที่เดินออกไปอย่างไม่รีรอ ได้แต่หลับตาลงอย่างจนปัญญา

ทำได้เพียงจำนนต่อโชคชะตาแล้วตามเสด็จไป

ในเวลาไม่นาน ข่าวที่ไทเฮาเสด็จออกจากวังก็ไปถึงห้องทรงพระอักษร

เซียวฮองเฮากำลังปรนนิบัติอยู่ข้างกายฮ่องเต้ ก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน

เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ยังคงนิ่งเงียบ

เซียวฮองเฮาจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท จะให้หม่อมฉันไปเชิญไทเฮากลับมาดีหรือไม่เพคะ?”

ฮ่องเต้ไม่ได้เงยหน้าขึ้น “มิต้อง นางอยากจะออกไปก็ปล่อยนางไป”

เซียวฮองเฮายิ้มอย่างอ่อนโยน ทว่าเมื่อนึกถึงฮ่องเต้... รอยยิ้มอันอ่อนโยนในแววตาของนางก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

“ช่วงนี้กุ้ยเฟยทำอะไรอยู่บ้าง?”

เมื่อเอ่ยถึงซูกุ้ยเฟย

ซุนกูกูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ช่วงนี้ซูกุ้ยเฟยกำลังฝึกซ้อมงิ้วคุนฉวี่อยู่ในตำหนักเพคะ คงจะตั้งใจแสดงความสามารถในงานเทศกาลล่าสัตว์วสันตฤดู”

ซุนกูกูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ช่วงนี้ซูกุ้ยเฟยกำลังฝึกซ้อมงิ้วคุนฉวี่อยู่ในตำหนักเพคะ คงจะตั้งใจแสดงความสามารถในงานเทศกาลล่าสัตว์วสันตฤดู”

เมื่อกล่าวถึงงานล่าสัตว์วสันตฤดู เซียวฮองเฮาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ปีก่อนฝ่าบาทมิได้จัดงานเลี้ยงล่าสัตว์วสันตฤดู ปีนี้ย่อมต้องจัดขึ้นอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้น... ก็ไม่รู้ว่าในวังหลังแห่งนี้จะมีสนมคนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกกี่คน”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความจนปัญญาและกลัดกลุ้ม

ซุนกูกูมองพระนางของตนด้วยความเห็นใจ “พระนาง ท่านคือฮองเฮา ไม่มีผู้ใดสามารถสั่นคลอนตำแหน่งของท่านได้ ต่อให้มีสนมใหม่เพิ่มขึ้นอีกกี่คน ท่านก็มิจำเป็นต้องหวาดหวั่นเพคะ”

เซียวฮองเฮายิ้มอย่างขมขื่น ในใจเต็มไปด้วยความจนปัญญา

“อาหน่วนบอกว่าหลังจากกินยานี้เข้าไป จะมีอาการกระอักเลือดหนึ่งครั้ง... ซุนกูกู เรื่องนี้ข้าจำเป็นต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ซุนกูกูพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“บ่าวเฒ่าได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พระนางวางใจได้เพคะ”

เซียวฮองเฮาจึงถอนหายใจออกมา ก่อนจะพาซุนกูกูเดินกลับไปยังทิศทางของตำหนักเฟิ่งอี๋อย่างช้า ๆ

……

จวนองค์หญิงซูหรง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง