ไทเฮาเสด็จออกจากวัง ขบวนย่อมโอ่อ่าใหญ่โตเป็นธรรมดา
จึงดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มายืนมุงดูอยู่รอบจวนองค์หญิง
ข่าวนี้ย่อมแพร่สะพัดไปถึงหูของทุกตระกูลในเมืองหลวง
ทว่ากลับไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยียน เพราะการเคลื่อนไหวของฉู่อ๋องในช่วงนี้ ทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งหลายต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ชอบมาพากล
ไทเฮาผู้นี้ เกรงว่าบัดนี้จะเป็นเพียงในนามแล้ว
ไม่มีผู้ใดอยากรีบเสนอหน้าเข้าไปขัดพระทัยฝ่าบาท!
“เสด็จแม่ ในที่สุดท่านก็มาเยี่ยมข้าเสียที ข้าถูกกักบริเวณอยู่ในจวนองค์หญิงทั้งวันออกไปไหนก็ไม่ได้ จะอุดอู้ตายอยู่แล้วเพคะ!”
องค์หญิงซูหรงรีบร้อนวิ่งออกมา พลางเอื้อมมือไปควงแขนไทเฮา
เมื่อไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป นางจึงเลิกแกล้งทำไปโดยสิ้นเชิง
กลับไปมีท่าทีเหมือนดังแต่ก่อน
“หากไม่ใช่เพราะเจ้าโง่เขลา ข้ากับเจ้าจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร! ข้าเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เล็ก แต่เจ้ากลับไม่เรียนรู้สิ่งดี ๆ จากข้าไปแม้แต่น้อย!”
ซูหรงถูกตำหนิ ในแววตาจึงฉายแววไม่พอใจ
แต่ยามนี้ยังต้องพึ่งพาไทเฮา จึงมิกล้าแสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา
“เสด็จแม่ เสด็จพี่เพียงแค่กักบริเวณพวกเรา แต่ไม่ได้ลงโทษอันใด แสดงว่าเสด็จพี่แค่ทำเป็นละครตบตาคนนอกเท่านั้น ไม่ได้ทรงรังเกียจพวกเราจริง ๆ เป็นแน่”
“ข้าเป็นถึงองค์หญิงเพียงหนึ่งเดียวของแคว้นอวิ๋นในตอนนี้ ได้ยินมาว่าในงานล่าสัตว์วสันตฤดูจะมีคณะทูตจากแคว้นเพื่อนบ้านมาเยือน ข้าผู้เป็นองค์หญิงย่อมต้องออกหน้าเป็นธรรมดา”
ซูหรงสืบข่าวมาอย่างกระจ่างแจ้ง
ถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ทำให้สีหน้าของไทเฮาดีขึ้นไม่น้อย
เมื่อเอ่ยถึงแคว้นเพื่อนบ้าน ไทเฮาก็หรี่ตาลง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจทันที
บางที วันนั้นอาจจะยืมมือของพวกเขา
กำจัดคนสองคนนั่นทิ้งเสีย!
“หลายวันนี้เจ้าไปหาจิ้นอ๋องบ่อย ๆ เถิด อย่างไรเสียเขาก็เป็น...” ประโยคถัดมา ไทเฮามิได้พูดต่อ
แต่ซูหรงย่อมเข้าใจดี
“เสด็จแม่วางใจเถิดเพคะ ข้าจะไป” รอยยิ้มบนใบหน้าของซูหรงจางลง เพียงขานรับอย่างขอไปที
เมื่อเห็นว่าคงไม่ได้พบจิ้นอ๋องเป็นแน่ ไทเฮาจึงได้แต่เสด็จกลับวังเพื่อวางแผนต่อไป
ทว่าระหว่างทางที่ผ่านจวนสกุลมู่และสกุลหลัน ในแววตาก็ฉายประกายอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทั้งสองตระกูล ล้วนเป็นพวกชั้นต่ำ!
พูดจบ ก็เห็นท่าทางเท้าสะเอวของหลันซี
มู่เหยาจึงกะพริบตา พร้อมกับส่งยิ้มแล้วดื่มยาต้มลงไปรวดเดียว หลังจากดื่มเสร็จก็รีบกินของหวานตามไปสองคำ จึงสามารถกลบความขมในปากลงได้
“ทางฝั่งท่านแม่ยังไม่มีข่าวของมู่หยางเลย คาดว่าคงถูกใครบางคนจับไปซ่อนไว้ ส่วนพี่ใหญ่กับพี่รอง ช่วงนี้ก็ทำความรู้จักกับผู้คนมากมาย”
“ท่านปู่มองว่าท่าทีไม่ค่อยดีนัก จึงให้พี่ใหญ่กับพี่รองออกนอกจวนน้อยลงหน่อยในช่วงนี้ เพื่อเลี่ยงมิให้เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
มู่เหยาพยักหน้า นางรู้ว่าความคิดของท่านตาเช่นนี้นับว่ารอบคอบแล้ว
“เดือนข้างหน้านี้คงจะสงบสุขได้สักพัก เพียงแต่ฉู่อ๋องช่วงนี้... ท่านพ่อกับท่านแม่กังวลว่าจะพัวพันมาถึงเจ้า”
หลันซีนั่งลง เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“เรื่องริบทรัพย์น่ะหรือ?”
มู่เหยารู้ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของนาง จึงเอ่ยขึ้นก่อน
เมื่อเห็นหลันซีพยักหน้า ก็รู้ว่าพวกเขากำลังกังวลเรื่องใด
“เยี่ยนสวินลงมือไม่ทิ้งปัญหาไว้ภายหลัง ต่อให้คนในเมืองหลวงจะไม่พอใจข้า แต่ก็ย่อมไม่ใช่คนจากตระกูลที่ถูกริบทรัพย์มาลงมือกับข้าแน่ ส่วนคนอื่น ๆ... พี่หญิงรองมิต้องกังวลว่าข้าจะรับมือไม่ได้หรอก”
เมื่อนึกถึงท่าทีของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง หลันซีก็เข้าใจว่าตนเองคิดมากไปจริง ๆ
“ได้ เช่นนั้นข้ากลับก่อน ท่านแม่กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของสำหรับงานแต่งของเจ้า ข้าผู้เป็นพี่ก็ต้องไปช่วยเช่นกัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...