“จวิ้นจู่เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดที่บ่าวเคยเห็นเลยเจ้าค่ะ!”
ชิงอู้มองดูมู่เหยาในชุดเเต่งงาน เเล้วอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
มู่เหยาเดิมทีก็งดงามอยู่เเล้ว ยิ่งเมื่อได้สวมมงกุฏหงส์เเละชุดเเต่งงานที่ได้รับพระราชทานจากฮองเฮาโดยเฉพาะ ทำให้นางงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ใบหน้าของนางเพียงเเค่เเต่งเเต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะกล่าวว่า งามล่มเมืองได้
“พอจวิ้นจู่สวมชุดเเต่งงานเเล้ว ท่าทางสง่างามเทียบเท่ากับฮองเฮาในวังเลยเจ้าค่ะ”
หนิงจู๋พึมพำอย่างซาบซึ้งใจ หลังจากพูดจบก็ถูกชิงอิ่งเอามือปิดปากไว้
“ยัยโง่ คำพูดเเบบนี้พูดออกมามั่วซั่วไม่ได้นะ!”
หนิงจู๋รีบเอามือปิดปากเเละพยักหน้า
มู่เหยานั่งอยู่หน้ากระจกทองเเดง ฟังเสียงฆ้องและกลองที่ดังมาจากข้างนอก อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
“จวิ้นจู่ตื่นเต้นหรือเจ้าคะ”
เเม่สื่อเห็นมือของมู่เหยาสั่นไปหมด ก็หัวเราะพลางยื่นหนังสือเล่มเล็กๆให้
“จวิ้นจู่ใช้เวลาว่างดูสักหน่อยเจ้าค่ะ ไม่ต้องอาย เจ้าสาวใหม่ทุกคนต้องดูเจ้าค่ะ”
ซูโหรวกับหลันอิ่งคิดได้ทันทีว่าเป็นเรื่องอะไร จึงมองมู่เหยาพลางปิดปากหัวเราะเบาๆ
ทำให้มู่เหยาสงสัยอย่างมาก
นางก้มลงพลิกดูครั้งหนึ่ง ใบหน้าก็เเดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“ข้า ข้าไม่ดูดีกว่า”
นางอยากยื่นหนังสือกลับไปให้เเม่สื่ออย่างอายๆ เเต่เเม่สื่อโบกมือยิ้มๆ “จวิ้นจู่ดูหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้จะไม่สนุกนะ”
ใบหน้าของมู่เหยาอับอายจนทนไม่ไหว
หลังจากรีบดูหนังสือภาพไปสองสามครั้ง ก็รีบยัดคืนใส่มือของเเม่สื่อ
“อาหน่วนพอผ่านคืนนี้ไป ก็จะเป็นภรรยาเเล้วสินะ”
หลันอิ่งก้าวไปข้างหน้า รับปิ่นปักผมสีเเดงทับทิมในมือหนิงจู๋มา แล้วค่อยๆเสียบเข้าไปในมวยผมของนาง
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจากกัน
ดวงตาของมู่เหยาสั่นระริก ขอบตาเเดงก่ำ
แม่สื่อเห็นดังนั้น ก็รีบเดินเข้ามาเตือน
“จวิ้นจู่ วันนี้เป็นวันมงคล ห้ามหลั่งน้ำตาเด็ดขาด ไม่เป็นมงคล”
มู่เหยากลั้นน้ำตาไว้ เเล้วจับมือของหลันอิ่งเเน่น
“พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องเศร้าขนาดนี้ก็ได้นะ อย่างไรเสียข้าก็ยังอยู่ในเมืองหลวง วันหน้าพวกเราจะได้ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ”
หลันอิ่งตอบรับทั้งน้ำตาว่าดี
ซูโหรวถือหวีเดินมาข้างหน้า “เอาล่ะ ใกล้ได้เวลาแล้ว ได้เวลาหวีผมเเล้ว”
หลันอิ่งถอยไปด้านข้าง เเม่สื่อก็เดินเข้ามา
ทำให้นางตกใจจนต้องเอื้อมมือไปคล้องคอของชายคนนั้น
“โอ้โห ท่านอ๋องฉู่ นี่…นี่ไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมนะ!”
เเม่สื่อตกใจจนทนไม่ไหว แม้จะพูดเเบบนั้น เเต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชม
“ข้าไม่อยากให้ชายาต้องเดินไปที่หน้าประตู ในขณะสวมมงกุฏที่หนักขนาดนั้น”
เยี่ยนสวินสวมชุดสีเเดงทั้งตัว ดูสง่างามเเละเต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่า
เมื่อเทียบกับสีเข้มที่เขาสวมใส่เป็นประจำเเล้ว ดูเหมือนเด็กหนุ่มมากกว่า!
นั่นไง พอพูดจบ
เจียงมั่วเหยียนเเละฉางชิงก็เอาซองอั่งเปาเเจกจ่ายให้กับผู้คนรอบข้าง
แม่สื่อยิ้มจนหุบปากไม่ลง ได้เเต่ส่งเสียงร้องเรียกอยู่ด้านหลัง
ชาวบ้านที่อยู่รอบนอกต่างก็ถือซองอั่งเปาที่มีเหรียญทองเเดงอยู่ข้างใน
เมื่อเห็นว่ามู่เหยาถูกฉู่อ๋องอุ้มขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวโดยตรง นอกจากจะตกใจแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ยังรู้สึกอิจฉาและประทับใจ
“ไป!”
เยี่ยนสวินขึ้นม้า ดอกไม้สีเเดงดอกใหญ่บนอกยิ่งทำให้ใบหน้าของเขาดูเเดงขึ้น
ฉางชิงเเละเจียงมั่วเหยียนก็ตามมา พร้อมกับโปรยซองอั่งเปาไปตลอดทาง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...