มู่เหยาไปยังห้องอีกห้องหนึ่ง แล้วนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด มู่เหยารู้สึกเมื่อยล้าจึงบิดต้นคอไปมา
“พระชายา พักผ่อนก่อนสักครู่ไหมเจ้าคะ?”
หนิงจู๋เดินเข้ามานวดคลึงต้นคอให้มู่เหยาอย่างเอาใจใส่ ส่วนชิงอู้และชิงอิ่งก็ยกของว่างและน้ำอุ่นตามเข้ามา
มู่เหยามองท้องฟ้าด้านนอกที่ถูกความมืดมิดเข้าปกคลุมแล้ว จึงพยักหน้า
“ก็ได้ แต่ว่าท่านอ๋องยังไม่กลับมาอีกหรือ?”
ชิงอิ่งก้าวเข้ามา “ท่านอ๋องแจ้งว่าวันนี้ราชกิจยุ่งมาก คงจะกลับดึกหน่อยเจ้าค่ะ ให้พระชายากับฮูหยินเฒ่ารับมื้อค่ำก่อนได้เลย มิต้องรอท่านอ๋องกลับมาพร้อมหน้า”
มู่เหยาถอนหายใจ
นางเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเซียวได้ยินว่ามู่เหยาตรวจดูบัญชีมาตลอดช่วงบ่าย ก็คีบอาหารให้นางไม่หยุดด้วยความสงสาร
ครั้นเห็นว่าทานไปพอสมควรแล้ว จึงจิบชาแล้วกระแอมเบา ๆ สองสามครั้ง
ท่าทีที่ดูเหมือนจะเอ่ยปากได้ลำบากเช่นนั้น
ทำให้มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา “ท่านแม่ มีสิ่งใดก็กล่าวมาเถิดเจ้าค่ะ ลูกสะใภ้จะไตร่ตรองอย่างดี”
แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าเซียวไหววูบ “คือว่า อืม... อาหน่วน เจ้าคิดจะมีทายาทเมื่อใดรึ?”
พอกล่าวคำนี้
ใบหน้าของมู่เหยาก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
“ทะ ท่านแม่ เรื่องนี้... เรื่องนี้ยังไม่รีบร้อนหรอกเจ้าค่ะ แต่ว่า ลูกสะใภ้กับท่านอ๋องจะพยายามเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวหัวเราะอย่างเบิกบานใจ
ด้วยความดีใจ ท่านจึงมอบชุดเครื่องประดับเกศาให้มู่เหยาอีกหลายชุด
จนกระทั่งตอนที่มู่เหยาจะกลับ นางยังอดคิดไม่ได้ว่าวันหน้าควรจะมาให้น้อยลงหน่อยดีหรือไม่ มิเช่นนั้นทุกครั้งที่มาก็ต้องหอบของกองโตกลับไป
มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?
ระหว่างทางกลับเรือน มู่เหยาถือโอกาสเดินสำรวจรอบจวนอ๋องไปด้วย
ต้องบอกว่าแม้ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจะดูเป็นคนสบาย ๆ แต่ก็มีวิธีการจัดการบ่าวไพร่ที่เข้มงวดกวดขันยิ่งนัก
บ่าวไพร่ทุกคนล้วนมีกิริยาวาจาที่อยู่ในกรอบระเบียบอย่างยิ่ง
เมื่อกลับถึงเรือนพักของตน มู่เหยามองไปยังเหล่าสาวใช้ที่อยู่ด้านนอก
“หนิงจู๋ ต่อไปเจ้าคือสาวใช้ชั้นเอกของเรือนนี้ คนเหล่านั้นให้อยู่ในความดูแลของเจ้า”
หนิงจู๋พยักหน้ารับอย่างจริงจัง แล้วเดินออกไปจากห้อง
ไม่นานก็ได้ยินเสียงของหนิงจู๋ดังมาจากข้างนอก มู่เหยามิได้ออกไปดู เพื่อปล่อยให้นางได้จัดการด้วยตนเอง
แม้ว่าสาวใช้ในจวนฉู่อ๋องจะอยู่ในระเบียบวินัยอย่างดี แต่นางก็เพิ่งจะมาเป็นนายหญิงคนใหม่
มู่เหยาไม่ได้คิดให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น นางสั่งให้ห้องครัวเล็กอุ่นอาหารไว้ให้เยี่ยนสวิน แล้วฉวยโอกาสที่เขายังไม่กลับเข้าพักผ่อนก่อน
กลางดึก ที่นอนข้างกายก็ยุบตัวลง
มู่เหยาขยับเข้าไปใกล้ทั้งที่ยังงัวเงีย “เยี่ยนสวิน”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “อืม รีบนอนเถิด คืนนี้ข้าจะไม่รบกวนเจ้าแล้ว”
มู่เหยาส่งเสียงอืมอย่างสะลึมสะลือ ปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดนางไว้แล้วจมสู่ห้วงนิทราอันล้ำลึก
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อตื่นนอน
ข้างกายก็ไม่ปรากฏร่างของเยี่ยนสวินแล้ว
“พระชายาตื่นแล้วหรือเจ้าคะ เมื่อครู่แม่นมฟังมาแจ้งว่า ต่อไปนี้ยามเช้ามิต้องไปคารวะเป็นพิเศษแล้ว รอรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันก็พอเจ้าค่ะ”
มู่เหยาพยักหน้า “ท่านอ๋องเล่า?”
“วันนี้ท่านอ๋องไปยึดทรัพย์แล้วเจ้าค่ะ ท่านอ๋องบอกว่าให้พระชายาทำตัวตามสบายอยู่ที่จวน หากอยากออกไปเดินเล่นก็ได้เจ้าค่ะ”
“ไปหอหลิวจินกันเถิด”
เมื่อคิดว่าวันเกิดของพี่หญิงรองใกล้จะถึงแล้ว นางจึงตั้งใจจะไปสั่งทำชุดเครื่องประดับเกศาสักชุด เพื่อมอบให้เป็นของขวัญวันเกิด
มู่เหยาพาชิงอิ่งและชิงอู้ไปยังหอหลิวจิน แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้พบกับหลิวหว่านชุน
“หลิวฮูหยิน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...