เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 337

เมื่อหลิวหว่านชุนเห็นมู่เหยา แววตาก็ฉายประกายวูบหนึ่ง “พระชายาฉู่ สบายดีหรือเจ้าคะ”

เมื่อทั้งสองสบตากัน มู่เหยารับรู้ได้ทันทีว่าการพบกันในวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปยังห้องด้านใน

“ฉู่อ๋อง หลายวันมานี้ลู่เหวินเจิ้งไปมาหาสู่กับองค์รัชทายาทอย่างใกล้ชิด ทั้งสองมักจะหารือราชการกันในยามวิกาลอยู่บ่อยครั้ง ข้านไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะเกรงว่าจะถูกพบเข้า... แต่ก็ได้ยินมาแว่ว ๆ ว่าพวกเขาเอ่ยถึงเมืองอวิ๋นและของที่พ่อแม่ของท่านทิ้งเอาไว้เจ้าค่ะ”

แววตาของมู่เหยาหม่นลง ในใจพอจะคาดเดาได้ว่าสิ่งที่องค์รัชทายาทและลู่เหวินเจิ้งกล่าวถึงคือสิ่งใด

เกรงว่าคงจะเป็นแผนที่เหมืองทองนั่นกระมัง?

“วันนี้ขอบคุณหลิวฮูหยินที่แจ้งข่าว วันหน้าหากจวนฉู่อ๋องจัดงานเลี้ยง ข้าจะให้คนส่งเทียบเชิญไปยังจวนของท่าน”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวหว่านชุนก็มีสีหน้ายินดี

แม้ว่านางจะได้รับการสนับสนุนจากลู่เหวินเจิ้งจนได้ขึ้นเป็นภรรยาเอก แต่เหล่าฮูหยินในเมืองหลวงยังคงดูแคลนนางอยู่

งานเลี้ยงในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดส่งเทียบเชิญมาให้นางเลย

หากจะบอกว่าหลิวหว่านชุนไม่ใส่ใจเลยก็คงเป็นเรื่องโกหก

หากนางได้รับเทียบเชิญจากจวนฉู่อ๋อง สถานะของนางในเมืองหลวงก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย!

“ขอบพระคุณฉู่อ๋องเจ้าค่ะ!”

มู่เหยามองแผ่นหลังของหลิวหว่านชุนที่เดินจากไปอย่างลิงโลด จากนั้นจึงหันไปเลือกเครื่องประดับเกศาชุดหนึ่ง แล้วเตรียมตัวจะจากไป

ทว่าทันทีที่ก้าวออกจากประตู ก็พบกับองค์หญิงซูหรงที่กำลังก้าวลงจากรถม้าพอดี

“ที่แท้พระชายาฉู่ก็อยู่ที่นี่ด้วย”

องค์หญิงซูหรงยิ้มให้มู่เหยาอย่างอ่อนโยน หากใครไม่รู้คงคิดว่าเรื่องในอดีตไม่เคยเกิดขึ้น

เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ มู่เหยาจึงแสร้งทำเช่นกัน

“คารวะองค์หญิงซูหรงเพคะ”

“เพียงแต่หม่อมฉันกำลังจะกลับพอดี ขอเชิญองค์หญิงตามสบายเถิดเพคะ”

มู่เหยาไม่อยากจะเสียเวลาต่อปากต่อคำกับองค์หญิงซูหรงที่นี่แม้แต่น้อย

นางย่อกายคารวะแล้วหมายจะก้าวจากไป

ทว่าคนที่ขวางอยู่เบื้องหน้า กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ครึ่งก้าว

นางจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ และได้สบเข้ากับสายตาเย็นชาขององค์หญิงซูหรง “พระชายาฉู่รีบร้อนจากไปเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือ?”

เมื่อองค์หญิงซูหรงเอ่ยประโยคนี้ออกมา บรรดาฮูหยินผู้สูงศักดิ์มากมายต่างมองมาทางนี้

แม้เวลาจะผ่านมาเดือนกว่าแล้ว แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสองยังคงถูกนำมาเป็นหัวข้อสนทนาจนถึงทุกวันนี้

บัดนี้เมื่อคู่กรณีทั้งสองอยู่ตรงหน้า แถมองค์หญิงซูหรงยังจงใจขวางทางไม่ให้อีกฝ่ายไป

องค์หญิงใหญ่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง มู่เหยาจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปย่อกายคารวะ “หม่อมฉันยังมีธุระอื่นต้องไปทำ เกรงว่าจะอยู่สนทนากับองค์หญิงใหญ่ไม่ได้เพคะ”

คำปฏิเสธที่ชัดเจนเช่นนี้ทำให้ฝางมามาที่อยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่ขมวดคิ้ว “พระชายาฉู่ นี่ท่านไม่ไว้หน้าองค์หญิงใหญ่หรือ?”

มู่เหยาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายขององค์หญิงใหญ่เลยจริง ๆ

“พอแล้ว ฝางมามา” องค์หญิงใหญ่ยกมือขึ้นห้าม

จากนั้นจึงหันไปมองมู่เหยา ที่ความเป็นเด็กสาวเริ่มจางหายไปยเ่วแล้วด้วยแววตาอ่อนโยน

แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ในเมื่อเจ้ายังมีธุระอื่น ก็ไปทำธุระของเจ้าก่อนเถิด วันหน้าค่อยมาที่ตำหนักของข้า เราค่อยมาสนทนากันใหม่”

ก่อนหน้าที่ไทเฮาจะเสด็จกลับมา องค์หญิงใหญ่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว

แต่กลับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี

จะเห็นได้ว่า แม้ภายนอกองค์หญิงใหญ่จะดูใช้ชีวิตอย่างอิสระไร้กังวลเพียงใด

แต่ในใจกลับมิได้ปล่อยวางเลย

“ขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่ที่เข้าใจเพคะ เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา ไม่รบกวนการสนทนาของทั้งสองท่านแล้ว”

เมื่อมองแผ่นหลังของมู่เหยาที่เดินจากไป แววตาขององค์หญิงใหญ่ก็มืดครึ้มลง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง