เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 340

สำหรับเรื่องของแคว้นอัน มู่เหยาก็พอจะทราบอยู่บ้าง

“แม้แคว้นอันจะไม่ใช่แคว้นที่มั่งคั่ง แต่บัดนี้ก็มีอำนาจทัดเทียมกับแคว้นอวิ๋นแล้ว หากผู้ที่มาเยือนเป็นพวกเขาจริง เกรงว่าคงไม่ยอมอยู่อย่างสงบเป็นแน่”

เมื่อใดที่กองกำลังของสองแคว้นเทียบเท่ากันแล้ว

ย่อมมีฝ่ายหนึ่งที่ไม่ยอม และคิดจะก่อเรื่องขึ้น

เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ที่ต้องทนทุกข์ก็ยังคงเป็นเหล่าราษฎร

“หากเป็นแคว้นอันจริง เกรงว่าคงต้องมีการแต่งงานเชื่อมไมตรี”

คำพูดของเยี่ยนสวินทำให้มู่เหยาชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้ว “แต่งงานเชื่อมไมตรี... แต่ในแคว้นอวิ๋นยามนี้ ผู้ที่อยู่ในวัยอันควรก็มีเพียงองค์หญิงซูหรงคนเดียว”

“หากองค์หญิงซูหรงไม่ยินยอม ก็จะมีการคัดเลือกบุตรีของขุนนางที่อยู่ในวัยอันควรขึ้นเป็นองค์หญิง เพื่อแต่งงานเชื่อมไมตรีแทน”

เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ มู่เหยาก็อดทอดถอนใจมิได้ “หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นบุตรสาวบ้านใดที่ต้องโชคร้าย ต้องเดินทางไกลไปแต่งงานเชื่อมไมตรี เป็นตายร้ายดีมิอาจรู้ได้ ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่อาจได้พบหน้ากันอีก ช่างน่า...”

ถ้อยคำที่เหลือ มู่เหยาไม่กล้าเอ่ยต่อไป

อย่างไรเสีย เรื่องนี้ก็คงไม่ตกมาถึงตระกูลหลันและตระกูลมู่ของนาง

ตระกูลหลันเป็นตระกูลพ่อค้า หากได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิงเพื่อส่งไปแต่งงานเชื่อมไหมตรี มีแต่จะสร้างความขุ่นเคืองให้แก่คนของแคว้นอันมากขึ้น

แต่เมื่อนึกถึงจุดนี้ มู่เหยาก็มองเขาด้วยความสงสัย “เหตุใดหลายวันนี้ไม่เห็นหมอเทวดาเลี่ยวเลยหรือเจ้าคะ?”

“กำลังหาวิธีเอาใจพี่หญิงรองของเจ้าอยู่ พอถึงวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม อาหน่วนก็ช่วยพูดดี ๆ แทนเขาสักสองสามคำด้วยเถิด มิเช่นนั้นเขาก็จะมารบเร้าข้าอยู่ร่ำไป”

นาน ๆ ทีจะได้เห็นสีหน้าจนปัญญาเช่นนี้บนใบหน้าของเยี่ยนสวิน มู่เหยาจึงรู้สึกสงสัยยิ่งนักว่าหมอเทวดาเลี่ยวไปตอแยเขาเช่นไร

หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของเยี่ยนสวิน มู่เหยาก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ด

“ยังจะหัวเราะอีกหรือ?”

เยี่ยนสวินเลิกคิ้ว ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดรวบร่างนางขึ้นอุ้มแล้วเดินตรงไปยังเตียง

มู่เหยาหยุดเสียงหัวเราะในทันใด “ขะ ข้าไม่หัวเราะแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่หัวเราะแล้ว”

ทว่ายังไม่ทันที่มู่เหยาจะเอ่ยวาจาใดต่อ ริมฝีปากก็ถูกประกบแล้ว

ลมหายใจของบุรุษแฝงความร้อนแรงดุดัน กดข่มร่างนางไว้บนเตียงนุ่มอย่างแนบแน่น

“อาหน่วน”

เสียงเรียกอันเปี่ยมด้วยอารมณ์ของเยี่ยนสวินดังขึ้นข้างหู มู่เหยามีใบหน้าแดงก่ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “นี่ยังไม่ทันมืดเลยนะเจ้าคะ...”

สิ้นคำพูด ก็มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ของบุรุษดังขึ้นข้างหู

ยิ่งทำให้นางเขินอายจนต้องซุกหน้าเข้ากับอกเขา

“เด็กดี”

มู่เหยาแค่นเสียง ปล่อยให้เขาปรนนิบัติตนแต่โดยดี

ระหว่างสามีภรรยา จะมีกฎเกณฑ์มากมายอะไรกัน!

“ชิงอิ่ง ชิงอู้ ไปเตรียมสำรับมาที”

เยี่ยนสวินตะโกนออกไปด้านนอก แล้วได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักทันที

ใบหน้าของมู่เหยาร้อนผ่าวขึ้นกว่าเดิม นางจึงหยิกแขนของบุรุษเป็นการลงโทษ

เมื่อได้ยินเสียงเขาสูดลมหายใจเข้า นางจึงยอมปล่อยมือ

หลังจากกินอาหารเสร็จ มู่เหยาก็ได้หลับสนิท

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ช่วงเวลานี้องค์หญิงใหญ่ส่งเทียบเชิญมาให้นางไม่ต่ำกว่าสี่ห้าฉบับ

มู่เหยาล้วนใช้เหตุผลว่าอีกไม่นานจะจัดงานเลี้ยง เพื่อปฏิเสธไป

วันนี้ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของนาง แต่นึกไม่ถึงว่าพอออกมาจากจวนฉู่อ๋อง ก็ยังจะมาเจอฝางมามาที่มารอส่งเทียบเชิญอยู่หน้าประตูอีก

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเซียวเห็นฝางมามา ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ “เหตุใดฝางมามาจึงมารอแต่เช้าเล่า? อย่ามายืนขวางทางอยู่หน้าประตูเลย เข้าไปดื่มชากับข้าสักถ้วยก่อนเถิด”

ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวเอ่ยพลางยื่นมือหมายจะดึงคนให้หลีกไปด้านข้าง

แต่คาดไม่ถึงว่า ฝางมามาจะยืนนิ่งดุจขุนเขา ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังขยับเข้ามาใกล้หน้าของมู่เหยามากขึ้นอีกด้วย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง